ชีวิตในวัยเด็ก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 1 หน้า 151
หน้าที่ 151 / 164

สรุปเนื้อหา

แถบจ่าชีวิตในวัยเด็กของ คนได้ดี เข้าฤดูฝนพ่อจะตื่น แต่มีดจูงควายเข้านา ฟันหญ้า ไถ พลิกดินแช่น้ำให้หญ้าเน่าตายกลายเป็น ท้ายวัด พ่อกับแม่จึงพายายแถบไป ปุย ครั้นดินอุ้มน้ำร่วนซุยได้ที่พ่อก็จูง ฝากเข้าเรียนกับคุณครู ควายเทียบคราดเดินยาวนทั่วแปลงนา เมื่อดินถูกคราดเละเป้นโคลนเรียบเสมอ สอบไล่เลื่อนชั้นผ่านไปเรื่อยจนถึงปี ได้เราผู้เฒ่าทั้งสองไปทำบุญทอดผ้าป่า กันดีแล้ว พ่อก็ซัดพันธุ์ข้าวเปลือกที่ สุดท้ายก็จบประถม 5 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด แช่เตรียมไว้ให้กระจายไปทั่วแปลง ถัด ในสมัยนั้น พอไปหาไปพักมาทำกับข้าวกินกัน จึง ประทังชีวิตกันมาได้ ลูกค้าประจำของร้านคนหนึ่ง เมื่อท่างานโอกาสกลับไปเยี่ยม ปีนี้มีครูมาเปิดโรงเรียนที่กุฏิร้าง พ่อกับแม่มี ๓ ครั้ง คือช่วงที่ร้านหยุด ติดต่อกันหลายวันตอนปีใหม่ ตรุษจีน และสงกร

หัวข้อประเด็น

- ชีวิตในวัยเด็ก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แถบจ่าชีวิตในวัยเด็กของ คนได้ดี เข้าฤดูฝนพ่อจะตื่น แต่มีดจูงควายเข้านา ฟันหญ้า ไถ พลิกดินแช่น้ำให้หญ้าเน่าตายกลายเป็น ท้ายวัด พ่อกับแม่จึงพายายแถบไป ปุย ครั้นดินอุ้มน้ำร่วนซุยได้ที่พ่อก็จูง ฝากเข้าเรียนกับคุณครู ควายเทียบคราดเดินยาวนทั่วแปลงนา เมื่อดินถูกคราดเละเป้นโคลนเรียบเสมอ สอบไล่เลื่อนชั้นผ่านไปเรื่อยจนถึงปี ได้เราผู้เฒ่าทั้งสองไปทำบุญทอดผ้าป่า กันดีแล้ว พ่อก็ซัดพันธุ์ข้าวเปลือกที่ สุดท้ายก็จบประถม 5 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด แช่เตรียมไว้ให้กระจายไปทั่วแปลง ถัด ในสมัยนั้น พอไปหาไปพักมาทำกับข้าวกินกัน จึง ประทังชีวิตกันมาได้ ลูกค้าประจำของร้านคนหนึ่ง เมื่อท่างานโอกาสกลับไปเยี่ยม ปีนี้มีครูมาเปิดโรงเรียนที่กุฏิร้าง พ่อกับแม่มี ๓ ครั้ง คือช่วงที่ร้านหยุด ติดต่อกันหลายวันตอนปีใหม่ ตรุษจีน และสงกรานต ปีแรกเริ่มเรียน ก.ไก่ เรียนไป นอกจากไปเยี่ยมพ่อแม่แล้ว ยัง จากนั้นไม่กี่วัน ข้าวก็เริ่มแตกหน่อต่อ เข้ามืดวันจะไปรับใบประกาศนีย ตามวัดและสำนักสงฆ์กับหมู่คณะ ณ ถิ่นไกล เพื่อเปิดหูเปิดตาไปดูธรรมชาติ และสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนต่างที่ มาก็โตเป็นกล้าอ่อน ยามลมพัดต้น บัตรจากครูใหญ่ พอรู้สึกตัวตื่นก็รู้ว่า ต่างถิ่น ภาพที่ดูงดงามชื่นใจยิ่งนัก นั่นคือความรู้สึกสมัยเด็กของ กล้าเชียวพลิ้วไหวใบระยับระยิบนั้น เป็น ว่าฝันเป็นครั้งที่สอง เห็นพ่อหว่าน ข้าวปลูกในแปลงนาที่รกทึบด้วยกอหญ้า หัวหน้าหมู่คณะดั้นต้นพาไปทำบุญ ณ ฝันครั้งแรกผ่านไปนานแล้ว ว่า วัดเรือสำนักสงฆ์ที่เลือกสรรว่า ต้อง จากระยะทางไกลกันดารที่ ยายแถบ ได้คลับคล้ายคลับคลา ขาวแคลนขัดสนพิเศษสุดจริงๆ นั้น ในวัยนั้น แกฝันเห็นพ่อหว่าน ฝันครั้งที่สองคราวนี้ก็เลยว่าได้ ทำให้ร่างกายที่กว่างานหนักมาตลอด ข้าวปลูกลงในนารกทึบดินแห้ง เมล็ด แม่น แต่ก็เป็นแค่จ่ ายังไม่ได้คิด! และจิตใจที่เหี่ยวแห้งประสาคนแก่ ไม่ ข้าวสีน้ำตาลตกค้างตามพุ่มใบบนกอ มีหลักธรรมมาเหนี่ยวน่าหล่อเลี้ยง ใจ # หญ้าเห็นชัดๆ จะอ้าปากถามอยู่แล้ว ของแม่ก็เลยร่อนหลุดจากกายโดยไม่ ว่าทำไมพ่อจึงทําแบบนี้ ก็พอดีแม่ เขย่าตัวปลุกให้ตื่น ใจประสาเด็ก! อยู่ก่อนแล้ว ไปขุดบ่อเลี้ยงปลา พ่อกับแม่ก็เลยเลิก อาชีพท่าๆนาหันไปเป็นลูกจ้างรายวัน งานจ้างไม่ได้มีทุกวัน เงินค่า เป็นคนใจเย็นทำางานเรียบร้อย จ้างก็ต่ำ พ่อกับแม่ได้อาศัยปลูกผัก “เอ้อ...ฝัน...” แล้วก็เลยเลิกใส่ เมื่อยายแถบอายุย่างสิบขวบ ก่อนอายุจะเต็มยี่สิบปี พ่อกับ บอกอาการของโรคล่วงหน้า แม่ยอมรับถึงความจําเป็นที่ลูกสาวต้อง จัดการงานศพของแม่ไม่ทันไร ออกจากบ้านไปทํางานหารายได้ ใน พอวิ่งเหมือนใบไม้เปราะบางก็ปลิดจาก ร้านรับซักรีดที่คนรู้จักในหมู่บ้านไปว่า ชั่วร่างหล่นตามไปอีกคน เจ้าของนาเช่าบอกเลิกสัญญาเช่าเพื่อ เริ่มแรกนายจ้างให้เป็นลูกมือ ลูกเจ้าพร้าก็ตั้งหน้าตั้งตาอธิษฐานจิต ประจําในแผนกรีด เพราะเขาเห็นว่า ทำบุญ เพราะปักใจเชื่อตามค่าๆบอกว่า คราวนี้ยายแถบฝันช้าเป้นครั้ง ที่สาม เห็นพ่อหว่านข้าวปลูกในนารก สวนครัวในที่ดินข้างบ้านที่เจ้าของปล่อย แม่ใช้ทุกเดือน ส่วนที่เหลือเปิดบัญชี รกร้างไว้ สภาพขณะนั้นหนองน้ำใหญ่ สะสมทรัพย์ฝากธนาคารไว้ โดยได้รับ ใกล้หมู่บ้านยังพอมีหอย ปู ปลา ให้ ค่าแนะน่าจากพนักงานธนาคารซึ่งเป็น ทึบด้วยกอหญ้า สิ้นพ่อกับแม่แล้ว นางสาวแถบ คนเก่าเพื่อเรียนรู้งาน พอคล่องแล้วได้ อุทิศบุญกุศลให้พ่อกับแม่ทุกครั้งที่ไป การทำบุญกับพระที่ขัดสนจริงๆ นั้น ได้ ค่าจ้างส่วนหนึ่งส่งไปให้พ่อกับ ผล!ญมาก กัลยาณมิตร ๑๔๐ มกราคม ๒๕๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More