การรักษาความปรองดองในสังคมไทย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 1 หน้า 47
หน้าที่ 47 / 164

สรุปเนื้อหา

พรเดือดร้อนเพราะว่าแย่งกัน ฉะนั้นในโอกาสนี้ โดยที่ใกล้ เวลาที่เป็นปลายปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ เป็นชั้นว่าเป็นเวลา ที่จะขอบใจทุกคนที่ได้ร่วมมือกัน ทำให้ส่วนรวมยังคงอยู่ และข้อนี้เป็นส่งที่หนักใจมาก เพราะว่าถ้าไม่เป็นเช่นนี้ ประเทศไทยก็อาจจะมีชะตากรรมเหมือนประเทศหลายประ เทศในโลก และประเทศในโลกที่ไม่เรียบร้อยก็เพราะว่า เป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆ ในประเทศที่ เกิดเรื่องอย่างรุนแรงแสนสาหัส มีประวัติศาสตร์มาเป็น เวลานับร้อยๆ ปี ว่ามีการแตกแยกกัน แม้จะสามารถที่จะ ได้รวมกันเป็นประเทศ และทำให้ประชาชนในประเทศนั้น มีสันติสุขชั่วระยะหนึ่ง ก็กลับมาแตกแยกกัน สำหรับประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ว่า มีการแตก แยกเป็นครั้งเป็นคราว แต่ส่วนใหญ่ก็ปรองดองกัน แนว โน้มดูประวัติหรือนิสัยของคนไทย ก็ไปในทางที่จะรักษา

หัวข้อประเด็น

- การรักษาความปรองดองในสังคมไทย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พรเดือดร้อนเพราะว่าแย่งกัน ฉะนั้นในโอกาสนี้ โดยที่ใกล้ เวลาที่เป็นปลายปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ เป็นชั้นว่าเป็นเวลา ที่จะขอบใจทุกคนที่ได้ร่วมมือกัน ทำให้ส่วนรวมยังคงอยู่ และข้อนี้เป็นส่งที่หนักใจมาก เพราะว่าถ้าไม่เป็นเช่นนี้ ประเทศไทยก็อาจจะมีชะตากรรมเหมือนประเทศหลายประ เทศในโลก และประเทศในโลกที่ไม่เรียบร้อยก็เพราะว่า เป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆ ในประเทศที่ เกิดเรื่องอย่างรุนแรงแสนสาหัส มีประวัติศาสตร์มาเป็น เวลานับร้อยๆ ปี ว่ามีการแตกแยกกัน แม้จะสามารถที่จะ ได้รวมกันเป็นประเทศ และทำให้ประชาชนในประเทศนั้น มีสันติสุขชั่วระยะหนึ่ง ก็กลับมาแตกแยกกัน สำหรับประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ว่า มีการแตก แยกเป็นครั้งเป็นคราว แต่ส่วนใหญ่ก็ปรองดองกัน แนว โน้มดูประวัติหรือนิสัยของคนไทย ก็ไปในทางที่จะรักษา ประเทศได้ เพียงแต่ถ้าไม่ระวัง จะเอาวาระที่เราแตกแยก กันมาซันเป็นเอก ก็อาจจะเสื่อมเสียไปได้ แต่ถ้าเอาความ ปรองดองเป็นเอก ก็เชื่อว่าเราจะทำอะไรอย่างไรก็ตาม ก็ จะไม่เสียชาติ ไม่เสียความสงบของส่วนรวม เที่ยวนี้ประ เทศไทยก็ยังอยู่ดีพอสมควร ใช้คำว่า “พอสมควร” นี้หมาย ความว่าตามอัตภาพ และยังมีงานที่จะทำให้ดีขึ้นอีกมาก มาย งานยังรออยู่ข้างหน้าอีกมากมาย ที่เป็นห่วงนั้นเพราะ แม้ในเวลา ๒ ปีที่เป็นปีกาญจนาภิเษกก็ได้เห็นว่า ประชา ชนยังมีความเดือดร้อนมาก และมีหนี้สินที่ควรจะแก้ไข และดำเนินการต่อไปในทุกด้าน มีภัยที่มาจากธรรมชาติมา กระหน่ำ ภัยธรรมชาตินี้เราก็คงสามารถที่จะต่อต้านได้หรือ แก้ไขได้ เพียงแต่ว่าจะต้องใช้เวลานานพอใช้ มีภัยที่มา จากจิตใจของคน ซึ่งก็แก้ไขได้เหมือนกัน แต่ว่ายากกว่า ภัยธรรมชาติ ธรรมชาตินั้นเป็นสิ่งที่รอบกายเรา แต่นิสัยใจ คอของคนเป็นสิ่งที่อยู่ข้างใน แต่ละคนจะต้องปราบตัวเอง อันนี้ก็เป็นข้อหนึ่งที่ยากในการจัดการให้มีความเรียบร้อย แต่ ก็ไม่หมดหวัง แล้วก็จะทำได้ ที่จะทำให้สิ่งที่ไม่เรียบร้อยทั้ง ภายนอกภายในให้ลุล่วงไปได้ ใน ๒ ปีก็ได้เห็นความเปลี่ยน แปลง และใน ๒ ปี คนที่มีอายุไม่มากก็ยังได้เห็น แต่มา พิจารณาถึงปีกาญจนาภิเษก ปี ๒๕๓๘ เป็นปีที่ ๕๐ ในรัช- กาลปัจจุบัน อย่างที่ดูในกฎหมายที่ผ่านสภาและออกตรา เป็นกฎหมายต่างๆ ก็เขียนในตอนต้นว่า เป็นปีที่ ๕๐ ตั้งแต่ วันที่ 9 มกราคม ๒๕๓๘ มาถึง ๒๕๓๙ ก็เป็นปีที่ ๕๐ 000 ใน ๕๐ ปีที่ผ่านมา ประเทศมีความเปลี่ยนแปลงมาก ในทางที่ดีก็มี ในทางที่ไม่ดีก็มี ฉะนั้นการที่ฉลอง ๕๐ ชิ ของรัชกาลปัจจุบัน ก็น่าจะได้ต้นคว้าวิวัฒนาการของประ เทศว่าเป็นมาอย่างไร ต่อไปจะได้ใช้เป็นบทเรียนว่า เราจะ ทำอย่างไรต่อไป คนก็พูดว่านี่ผ่านมา ๕๐ ปีแล้ว ขออีก ๕๐ ปี จะฉลองอีกทีหนึ่ง หมายความว่าจะเป็น ปี ค่า- นวณดูเมื่อนั้นข้าพเจ้าอายุ ๑๐๘ ปี ซึ่งมีความสำคัญอยู่ เพราะว่ามีคนที่เกิดในปี ๒๔๘๙ เขาก็ภูมิใจว่าเป็นคนแผ่น คนเดียว และเขาก็อยากเป็นคนแผ่นดินเดียว แต่อย่างไร ก็ตามเขาก็อยากมีอายุยืนหมือนกัน เขาก็บอกว่าเขาอยาก อายุ ๑๐๐ ปี และอยากได้พระเจ้าอยู่หัวอายุ ๑๐๘ ปี อย่าง น้อยเพื่อที่จะให้ผู้นั้นสามารถจะมีอายุ ๐๐๐ ปีตามปณิธาน ของเขา ก็เลยทำให้นึกที่ต้องอยู่อีก ๕๐ ปี แต่อีก ๕๐ ปี ใครจะอยู่ก็ไม่ทราบ แต่ว่าจะต้องมีชุมนุมนี้ ต้องมีเมื่ออายุ ๐๐๗ ซิกับ ๓๖๓ วัน ก็ต้องมีชุมนุมนี้ แล้วก็ไม่ทราบใคร เหลืออยู่ก็มาได้ ถึงตอนนั้นถ้าถามว่าเมื่อ ๕๐ ปีเป็นอย่างไร ท่านผู้นั้นๆ ก็สามารถที่จะเล่าให้สูง หรือปรึกษาหารือกัน เพราะว่าปานนั้นอาจจะหลง อาจจะพูดอะไรไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะมันนาน แต่ก็รู้เรื่องได้ก็อาจจะคุยกันสนุก อย่างนี้คน ที่อยู่ที่นี้ทั้งข้างในข้างนอก อีก ๕๐ ปี ก็เข้าใจว่ามีหลายคน ที่ยังอยู่ได้ และจำได้ว่าสภาพและสถานการณ์ของบ้านเมือง เป็นอย่างไร ตอนนี้เมื่อ ๕๐ ปีตอนต้นรัชกาล ถามท่านที่อยู่ใน ประชุมนี้ ส่วนมากจะได้รู้ว่ามีอะไร เวลานั้นประชากรใน ประเทศมีประมาณ ๒๐ กันคน มาปัจจุบันนี้มีประมาณ 50 ด้านคน ความแตกต่างที่เห็นได้ชัด ในทางสถานการณ์อื่นๆ เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ก็ต่างกัน จากอดีตถึงปัจจุบันก็มี วิวัฒนาการมีความเปลี่ยนแปลงมา ความเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ใช่ว่าจะมาเอง ความเปลี่ยนแปลงนี้มาจากการกระทำ ของคนที่อยู่ในประเทศ คนจะแย้งว่าเมืองไทยนี้มีชาวต่าง ประเทศเข้ามามากมายและคนไทยก็ได้ออกไปต่างประเทศ มากมาย แต่อย่างไรก็ตามความเป็นไทยก็ยังอยู่ในประเทศ ไทย แล้วก็เป็นความรับผิดชอบของแต่ละคน พูดถึงโดย เฉพาะคนที่เกิดในปีแรกของรัชกาล ตั้งแต่เกิดมาก็มีความ รับผิดชอบแล้วแม้จะไม่รู้เรื่อง จะด้างได้บ้างไม่ได้ว่าคนที่ เกิดมารู้เรื่องทันที เพราะว่าต้องเรียนรู้ ต้องมาสัมผัสกับ โลกและประเทศเป็นเวว่าหลายปี ถึงจะเข้าใจว่าประเทศ กัลยาณมิตร มกราคม ๒๔๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More