กรรมวิธีก่อนเผาศพ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 1 หน้า 108
หน้าที่ 108 / 164

สรุปเนื้อหา

พร้อมกับว่าคาถาว่า “คัจฉะ อมุมหิ พุทธะปัต” แปลว่า"จงไปทางโน้นเถิดพระพุทธเจ้าปัดแล้ว” นัยว่าเพื่อให้ผู้ตายไปผุดไปเกิด ไม่มารบกวน คนที่บ้าน 5.โปรยข้าวตอก ระหว่างทางที่หามศพ ไปยังวัดหรือป่าช้าต้องโปรยข้าวตอกเพื่อเปรียบ ให้คนเป็นเห็นว่า ข้าวตอกไม่งอกฉันใดคนตาย ก็ไม่อาจฟื้นขึ้นมาได้ฉันนั้น ข้อนี้ผู้เขียนคิดว่า คนเป็นคงกลัวคนตายมาก เกรงว่าจะมาหา จึงโปรยข้าวตอก เนื่องจากข้าวตอกมีน้ำหนัก เบา จะปลิวกระจัดกระจายไปหลายทิศหลาย ทางเมื่อต้องลม แม้ลมอ่อนๆ ก็ตาม ผีจะงง หลงทางกลับบ้านไม่ถูก เพราะไม่รู้จะไปทาง ทิศไหนดี ด้วยข้าวตอกปลิวกระจัดกระจายไป หลายทิศหลายทาง ๙. ห้ามหามศพข้ามนาข้ามสวน เจ้าของ ไม่ให้ผ่าน นาหรือเจ้าของสวนเขาห้ามหวง เพราะถือว่าอัปมงคล ผู้เขียนเข้าใจว่าเจ้าของ สวนไร่นาคงถือเสียงของคำว่า “ตาย”

หัวข้อประเด็น

- กรรมวิธีก่อนเผาศพ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พร้อมกับว่าคาถาว่า “คัจฉะ อมุมหิ พุทธะปัต” แปลว่า"จงไปทางโน้นเถิดพระพุทธเจ้าปัดแล้ว” นัยว่าเพื่อให้ผู้ตายไปผุดไปเกิด ไม่มารบกวน คนที่บ้าน 5.โปรยข้าวตอก ระหว่างทางที่หามศพ ไปยังวัดหรือป่าช้าต้องโปรยข้าวตอกเพื่อเปรียบ ให้คนเป็นเห็นว่า ข้าวตอกไม่งอกฉันใดคนตาย ก็ไม่อาจฟื้นขึ้นมาได้ฉันนั้น ข้อนี้ผู้เขียนคิดว่า คนเป็นคงกลัวคนตายมาก เกรงว่าจะมาหา จึงโปรยข้าวตอก เนื่องจากข้าวตอกมีน้ำหนัก เบา จะปลิวกระจัดกระจายไปหลายทิศหลาย ทางเมื่อต้องลม แม้ลมอ่อนๆ ก็ตาม ผีจะงง หลงทางกลับบ้านไม่ถูก เพราะไม่รู้จะไปทาง ทิศไหนดี ด้วยข้าวตอกปลิวกระจัดกระจายไป หลายทิศหลายทาง ๙. ห้ามหามศพข้ามนาข้ามสวน เจ้าของ ไม่ให้ผ่าน นาหรือเจ้าของสวนเขาห้ามหวง เพราะถือว่าอัปมงคล ผู้เขียนเข้าใจว่าเจ้าของ สวนไร่นาคงถือเสียงของคำว่า “ตาย” คือเมื่อ คนตายผ่าน จะพลอยท่าให้พืชผลตายตามไป ด้วย นั่งในเวลาถูกไฟเผา และดวงตาจะได้ไม่ปะทุ ขึ้นมาให้เป็นที่น่ากลัวน่าสังเวช) ใช้ผ้าขาวอีก ผืนคลุมโลงอีกทีหนึ่ง ครั้นจัดศพลงโลงเรียบร้อยแล้ว จึง นิมนต์พระชักศพ (โดยต่อด้ายสายสิญจน์ไปยัง ชายด้ายดิบที่ออกมานอกโลง) เวียนรอบเชิง ตะกอนหรือเมรุ ๓ รอบโดยเวียนจากซ้ายไป ขวา(วิธีว่าง่ายๆก็คือมือซ้ายของเราจะอยู่ชิด เชิงตะกอน) สามี หรือภรรยา ลูกหลาน ญาติ ผู้น้อย มิตร และบริวารของผู้ตายเท่านั้นที่จะ ช่วยกันแบกศพ และหรือตามศพขึ้นไปบนเมรุ ศาลาหรือที่สำหรับตั้งศพ เพื่อให้พระเทศน์ ถือเป็นการแสดงความเคารพและความกตัญญู กรรมวิธีก่อนเผา เมื่อศพมาถึงวัดแล้ว ก็น่าไปตั้งไว้บน หรือสวดพระอภิธรรม และบังสุกุล จากนั้น ส่วนผู้อาวุโสกว่าผู้ตายไม่ต้องเดินตามศพ แม้ เพราะหลายวันศพธีด) เปิดฝาโลงออกยกศพ ถ้าต้องการเดินร่วมด้วยก็เดินเคียง ๆ ไปกับศพ ก่อนจะเผาต้องน่าศพไปในที่กำบัง (กันอุจาด เดินน่าหน้าก็ไม่นิยม เพราะมีพระน่าอยู่แล้ว ออกจากโลงวางบนผ้าขาวใหม่อีกผืนหนึ่งที่ ผู้ที่นั่งเก้าอี้อยู่จึงลุกขึ้นยืนให้เกียรติแก่ผู้ตาย เตรียมไว้ ใช้มีดตัดเชือกที่มัดผ้าห่อศพและ เมื่อมีการเคลื่อนศพผ่าน ถ้านั่งกับพื้นอยู่แล้ว ด้ายตราสั่งออกให้ศพนอนหงาย (นอนในโลง ก็นั่งในท่าสำรวม ถือเป็นการแสดงคารวะได้ นอนตะแคง) เอาผ้าขาวใหม่ที่รองนั้นพันปิด เช่นกัน ศพให้เรียบร้อย น่ากิ่งไม้ ๒-๓ กิ่งวางบนศพ ปัจจุบันนิยมให้พระเดินน่า ศพ โดยไม่ เขียนเคยถามเจ้าหน้าที่ประจำศาลาวัดพระศรี แล้วน่าผ้าบังสุกุลพาดลงบนกิ่งไม้นั้นอีกทีเพื่อ จับสายสิญจน์ลากจูงศพตั้งแต่ก่อนแล้ว ผู้ กันเขื่อนน้ำเหลือง นิมนต์พระมาชักมหาบังฯ สุกุล แล้วจึงยกศพใส่โลงอีกครั้งโดยให้ศพ มหาธาตุวรวิหาร (บางเขน) ว่าเพราะเหตุใด นอนคว่ำหน้าลง (ทั้งนี้เพื่อมิให้ศพงอตัวลุกขึ้น ค่าตอบก็คือ “คนตายเขาไปดีอยู่แล้ว ไม่ต้อง กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More