ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปราศจากธุลี เศร้าหมองก็ไม่มีแก่ใจ เพราะใจหยุดเสียแล้ว
ไม่เศร้าหมองขุ่นมัวแต่อย่างหนึ่งอย่างใดเลยทีเดียว ไม่เศร้า
หมอง ไม่ขุ่นมัวเลย เพราะใจหยุดเสียแล้ว
ถ้าใจไม่หยุดเสียแล้ว โลกธรรมกระทบก็ไม่ได้ เศร้า
หมองบ้าง ขุ่นมัวบ้าง ด้วยประการต่างๆ เหตุนี้ต้องคอย
ระวังตัวทีเดียว ระวังตัวอย่าให้เศร้าหมองขุ่นมัวได้ ถ้าเศร้า
หมองขุ่นมัวได้เพราะตัวโง่ ไม่หันกับดวงจิต โง่กว่าดวงจิต
ไม่ทำจิตให้หยุดเสีย ทำจิตปล่อยไปตามอารมณ์ไปกับอา
รมณ์ เมื่อเสื่อมลาภ เสื่อมยศ ติเตียน ทุกข์ เข้าไประดมได้
เช่นนี้ ก็ทำจิตให้เศร้าหมองขุ่นมัว ไม่ผ่องใส เมื่อจิตไม่ผ่อง
ใส นั่นลงโทษตัวเอง ไม่ใช่ลงโทษใคร ลงโทษตัวเอง”
จากพระธรรมเทศนา เรื่อง มงคลสูตร
๘.หยุดได้ เงินไหตมา
“ถ้าจิตหยุดเช่นนั้นเสียแล้วละก็ เงินนะไม่ต้องหา
ยากหาลำบากแต่อย่างไรหรอก ถ้าจิตผ่องใสขนาดนั้นแล้ว
ไม่ต้องทำงานอะไรมากมายหรอก มันไหลเข้ามาเองนะ เงิน
นะไม่เดือดร้อนมีแต่เงินเข้า เงินออกไม่มีนะ ออกก็เล็กๆ
น้อยๆ เข้ามามาก ผ่องใสอย่างนั้นละก็ นั่นตัวนั้นเป็นตัว
สำคัญทีเดียว
ถ้าว่าผู้ครองเรือนต้องการให้มั่งมีเงินทองข้าวของมาก
อย่ากระทบกระเทือนใจกัน ทำใจให้ใสอยู่ท่าเดียวแหละ ใจ
เป็นแดนเกษมอยู่เสมอไป อย่างนี้ให้ตั้งจิตให้อยู่ ให้ดูของตัว
เองไว้ให้ผ่องใสอยู่อย่างนั้น เงินทองไหลมาเป็นมงคลแท้ๆ”
จากพระธรรมเทศนา เรื่อง มงคลสูตร
๗.ใจหยุดได้...ได้บุญช่วย
“พอใจหยุดได้แล้ว และถูกส่วนเช้าแล้ว เราจะเห็น
ดวงบุญของเรา เห็นชัดเจนทีเดียว ถ้าเราไปเห็นดวงบุญ
เช่นนั้น เราจะปลาบปลื้มใจสักเพียงใด ย่อมดีอกดีใจเป็น
ที่สุด จะหาเครื่องเปรียบเทียบไม่ได้เลย
ฉะนั้น จงพยายามอุตส่าห์เอาใจไปหยุดนั่งอยู่ที่ศูนย์
กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ นึกถึงบุญที่เราได้
กระทำในวันนี้ อย่าไปติดขัดสิ่งหนึ่งสิ่งใด
ถ้าไปค้าขายติดขัดขึ้น ก็ขอให้บุญช่วย นึกถึงบุญครึ่ง
กลางควงธรรมนั้น
ถ้าว่ามีอุปสรรคเข้ามาแทรกแซงอย่างใดอย่างหนึ่ง
มีผู้มารุกรานเบียดเบียนประการใด ก็ขอให้บุญช่วย สิ่งอื่น
ช่วยไม่ได้ ไม่ต้องไปขอเองให้ใครมาช่วย ให้เอาใจไปหยุด
อยู่ที่ศูนย์กลางดวงบุญนั่นแหละ หยุดนั่งอยู่อย่างนั้น บุญ
เป็นช่วยได้แน่นอนโดยไม่ต้องสงสัย”
จากพระธรรมเทฒา เรื่อง ภัตตานุโมทนากตา
00.หยุดไม่ได้ต้องโทษตัวเอง
“อย่าไปโทษใครเลย โทษตัวเอง โทษใครก็ไม่ได้โทษ
ตัวของตัวเอง คนอื่นเขาหยุดได้ตัวหยุดไม่ได้ ก็โทษตัวเอง
โทษคนอื่นไม่ได้ จะไปเวทใครก็ไม่ได้ ต้องว่าตัวเอง โทษ
คัวเองทีเดียว”
จากพระธรรมเทศนา เรื่อง ปกิณกะ
00.หยุดไม่ถอยกลุ่ม
"ผู้เทศน์ได้สั่งสอนกันแล้วให้หยุดอย่างนี้ หยุดไม่
ถอยกลับ ๒๓ ปี ๒ เดืฒเศษแล้ว หยุดในหยุดไม่ได้ถอย
หลังกลับกันเลย ได้พบแล้วสุขยันไพศาลเหลือประมาณมาก
มาย เล่าไม่ถูก พูดไม่ออน บอกไม่ได้ทีเดียว
ด้วยเหตุฉะนั้น ผู้ที่อยู่ทีหลัง ภิกษุ สามเณร อุบาสก
อุบาสิกา เมื่อต้องการความสุขแล้วก็ต้องทำใจให้หยุด นั่น
แหละเป็นตัวสุข เป็นตัว)ขแท้ๆ สิ่งอื่น สุขไม่เท่าไม่ทันทั้ง
นั้น”
จากพระธรรมเทศนาเรื่องสุขที่สัตว์ปรารถนาจะพึงได้
รี รี รี
หากท่านผู้อ่านปรารถนาจะทำใจให้หยุด เข้าถึงความ
หมายของคำว่า “หยุด” ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำได้กล่าวถึงนี้
ก็สามารถทำได้ด้วยการ (เสรรเวลาของชีวิต เปิดโอกาสให้
กับตนเองดีกษาการทำใจให้หยุด ด้วยการสมัครเข้าปฏิบัติ
ธรรมในโครงการปฏิบัติธารมพิเศษ หรือการอบรมต่างๆ ที่
ทางวัดพระธรรมกายจัดไปตลอดทั้งปีได้ตามความเหมาะสม
และหากท่านผู้อ่านเปรารถนาใครว่า การ “หยุดใจ”
เพียงอย่างเดียวนั้นจะทำให้ผู้กระทำไปพบสิ่งใดบ้าง สิ่งนั้น
อยู่ที่ไหน จะไปพบได้ในเน้นทางใด ติดตามเส้นทางสายนี้ได้
ในตามรอยหลวงพ่อวัดปากน้ำในวารสารฯ ฉบับหน้า
มกราคม ๒๕๕๐
กัลยาณมิตร