ข้อความต้นฉบับในหน้า
เด็กผู้เกิดใหม่วนเวียนเป็นวงจรแห่งชีวิตไม่รู้สิ้นสุด เห็นตรงกับพระยาอนุมานราชธน (๒๕๐๕ : ๒®โ®)
กี่ มีความหมายถึงภพทั้งสามคือ
ดังนั้นเมื่อผู้ใดตายแม้จะเผาแล้วก็ยังต้องมีการ ที่ว่าฟาก ๓
ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับไปแล้วบ่อยๆ กามภพ รูปภพ อรูปภพ และว่าคนที่ตายไป
โดยมุ่งหวังให้วิญญาณได้รับส่วนบุญส่วนกุศล ย่อมจะเกิดใหม่ใน ๓ ภพนี้ ไม่ภพใดก็ภพหนึ่ง
จะได้ไปเกิดในชาติในภพที่ดีกว่าเก่า
ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าผู้ตายจะได้บุญกุศล
จริงหรือไม่ แล้วจะกลับมาเกิดหรือไม่ ก็เพราะ
๓
ส่วนหม้อน้ำ ๓ ใบนั้นได้แก่วัยทั้งสาม คือ ปฐมวัย
และเกิดพิธีกรรมมากมายหลายรูปแบบให้คน การชักว่ากเรือนและดีหม้อน้ำให้แตกนี้
รุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติมานานจนกลายเป็น ผู้เขียนยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมต้องทำเช่น
มัชฌิมวัย และปัจฉิมวัย เหตุด้วยคนก็ดีหรือ
สัตว์ก็ดีเกิดมาจะต้องแตกดับในวัยใดวัยหนึ่ง
ความไม่แน่ใจนี้แหละ ที่ทำให้เกิดความเชื่อ ในสามวัยนั้น
ประเพณีสืบมาจนทุกวันนี้
นั้นน่าจะมีประโยชน์อื่นมากกว่านี้ ในปัจจุบัน
ไม่ค่อยมีเรือนโบราณอย่างชนิดที่มีฟากเรือน
การเคลื่อนศพออกจากบ้าน
(ทำจากไม้ไม่ผ่าสองแล้วทุบให้แตกแบน) หลง
การเคลื่อนศพออกจากบ้าน ควรมีพระ
เหลืออยู่แล้วโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และตัว
ภิกษุหนึ่งรูปอ่านพระอภิธรรมนำไปข้างหน้า เมืองใหญ่ สั่งนั้นประเพณีการซักฟาก ๓
สมัยก่อนก็ดีหรือปัจจุบันในชนบทก็ดี พระ จึงหายไป ส่วนการดีหม้อน้ำยังเห็นอยู่บ้าง แต่
ภิกษุที่น่าศพมักเกี่ยวข้องเป็นญาติหรือเป็นที่ ก็ตีเพียงใบเดียวเท่านั้น
เคารพของผู้ตาย มีขบวนสามีหรือภรรยา ลูก
หลานและญาติผู้น้อยตามศพ ส่วนญาติผู้ใหญ่
จะไม่ตามศพ แม้เดินหน้าก็ไม่นิยม จึงมักแยก
ไปเองต่างหาก ถ้าเชิญศพออกจากบ้าน โดย
ไม่มีการจัดขบวนตาม และไม่มีพระภิกษุว่า
เรียกว่า “ลักศพ” นอกจากนี้ในการเคลื่อนศพ
ออกจากบ้านยังมีข้อห้ามข้อปฏิบัติอื่น ๆ อีกคือ
๑.ไม่หามศพลอดชื่อ ในสมัยก่อนถือกัน
ว่า เมื่อผู้ตายตาย ณ ห้องใดก็จะจัดการอาบ
น้ำศพ แต่งตัวศพ เชิญแขกรดน้ำศพ บรรจุ
ศพเข้าโลง เลี้ยงพระและตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ
ห้องนั้นตลอดไป ไม่ย้ายศพจากห้องที่ตายไป
ไว้ ณ ห้องอื่น เหมือนอย่างที่ท่ากันในปัจจุบันนี้
เพราะเกรงว่าศีรษะของคนหามจะไปโคนขอเข้า
อันที่จริงคงเกรงว่าเมื่อคนหามเจ็บ อาจเผลอ
ปล่อยมือที่กำลังแบกศพก็เป็นได้
๒.ชักฟากเรือนสาม ดีหม้อน้ำสามใบ
เมื่อยกศพออกจากเรือน ต้องชักฟากออกจาก
เรือน ๔ ที่ดีหม้อดินที่บรรจุน้ำเต็ม ๓ ใบให้แตก
สา
| แปลก สนธิรักษ์ (๒๕๐๖ : ๑๖๙) ได้ให้ความ
๓.ทำประตูป่า ก่อนจะนำศพออกจาก
บ้าน ต้องทำประตูป่าเพื่อผีจะได้กลับบ้านไม่
ถูก โดยนำไม้สองกิ่งมาปักไว้บนประตูที่จะ
นำศพออก ผ่าปลายกิ่งให้จรดกัน เป็นประตู
โค้ง พอยกศพออกไปแล้วจึงถอนกิ่งไม้ออกเสีย
เชื่อกันว่าถ้าผู้ใดคายไปแล้ว เมื่อม่านประตูป่า
จะไม่ได้กลับมาเห็นญาติมิตรอีกต่อไป ถึงแม้
จะกลับมาก็เข้าบ้านไม่ถูก เพราะไม่มีกิ่งไม้ที่
ประตูเหมือนคราวเมื่อถูกพาออกจากบ้าน
ธ.ขีดทางที่ไป เมื่อเคลื่อนศพออกจาก
บ้าน เขาจะใช้ไม้ปลายแหลม ขีดไว้เป็นเครื่อง
หมาย เพื่อให้คนที่จะตามไปภายหลังหาทาง
ตาบศพได้ถูก เนื่องจากบ้านสมัยก่อนอยู่ห่าง
ไกลกัน การเผาศพก็ไม่ได้เผาที่วัด เพราะไม่
มีเมรุเผาเหมือนสมัยนี้ แต่จะเผาในป่า ว่าต้อง
ทำเครื่องหมายให้ญาติที่มาไม่ทัน ตามไปได้
ถูกต้อง ผู้ใหญ่บางท่านว่าที่ขีดคั่นนั้น เป็นการ
ขีดคั่นถนนไว้ ก็จะได้กลับบ้านไม่ได้ก็มี
๕.ชัดข่าวสาร ขณะเคลื่อนศพออกจาก
บ้านต้องชัดข้าวสาร (บางแห่งก็มีเกลือด้วย)
กัลยาณมิตร
'*' 1๑๐๕'track
มกราคม ๒๕๕๐