ธรรมชาติและการปฏิบัติธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 1 หน้า 120
หน้าที่ 120 / 164

สรุปเนื้อหา

๒.ธรรมดาไก่ยอมตื่นแต่เช้าฉันใด นักปฏิบัติธรรม ยอมตื่นแต่เช้าฉันนั้น คือนักปฏิบัติธรรมควรเป็นผู้ไม่ เกียจคร้าน ปรารภความเพียรอยู่เสมอ ไม่ปล่อยเวลาให้ ผ่านไปเปล่า ๓.ธรรมดาไก่ยอมคุ้ยเขี่ยพื้นดินหากินอาหาร รู้จัก สิ่งควรกินไม่ควรกินฉันใด นักปฏิบัติธรรมย่อมพิจารณา แล้วจึงบริโภคอาหาร ไม่บริโภคเพื่อให้เกิดความคึกคะนอง ความมัวเมา ความสวยงามแห่งร่างกาย บริโภคเพียง เพื่อให้กายนี้ดำรงอยู่ได้ เพื่อจะได้สร้างบารมีต่อไป และเพื่อบรรเทาเวทนาเก่า กำจัดเวทนาใหม่ ฉันนั้น คือ นักปฏิบัติธรรมควรเป็นผู้ "อิ่มท้อง อิ่มปัญญา พาอิ่มใจ" ไม่เป็นแบบ "อิ่มท้อง พร่องปัญญา พาพร่องใจ” และ ก่อนบริโภค ขณะบริโภค" หลังบริโภค ก็ตรึกถึงธรรมะ ภายในเสมอ เช่น อาจจะมีค่าขวัญ เตือนใจว่า เป็นต้น "ข้าวทุกคำ คือดวงธรรมภายใน “ข้าวทุกค่า ค

หัวข้อประเด็น

- ธรรมชาติและการปฏิบัติธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๒.ธรรมดาไก่ยอมตื่นแต่เช้าฉันใด นักปฏิบัติธรรม ยอมตื่นแต่เช้าฉันนั้น คือนักปฏิบัติธรรมควรเป็นผู้ไม่ เกียจคร้าน ปรารภความเพียรอยู่เสมอ ไม่ปล่อยเวลาให้ ผ่านไปเปล่า ๓.ธรรมดาไก่ยอมคุ้ยเขี่ยพื้นดินหากินอาหาร รู้จัก สิ่งควรกินไม่ควรกินฉันใด นักปฏิบัติธรรมย่อมพิจารณา แล้วจึงบริโภคอาหาร ไม่บริโภคเพื่อให้เกิดความคึกคะนอง ความมัวเมา ความสวยงามแห่งร่างกาย บริโภคเพียง เพื่อให้กายนี้ดำรงอยู่ได้ เพื่อจะได้สร้างบารมีต่อไป และเพื่อบรรเทาเวทนาเก่า กำจัดเวทนาใหม่ ฉันนั้น คือ นักปฏิบัติธรรมควรเป็นผู้ "อิ่มท้อง อิ่มปัญญา พาอิ่มใจ" ไม่เป็นแบบ "อิ่มท้อง พร่องปัญญา พาพร่องใจ” และ ก่อนบริโภค ขณะบริโภค" หลังบริโภค ก็ตรึกถึงธรรมะ ภายในเสมอ เช่น อาจจะมีค่าขวัญ เตือนใจว่า เป็นต้น "ข้าวทุกคำ คือดวงธรรมภายใน “ข้าวทุกค่า คือกิเลสลดละ องค์พระใสสว่าง” แล้วจะเป็นเหตุให้ “อิ่มท้อง อิ่มปัญญา พาอิ่มใจ” อย่างสมบูรณ์ ๔.ธรรมดาไก่ตาดี ย่อมมองอะไร ๆ ได้ถนัดใน เวลากลางวัน แต่ในเวลากลางคืน กลับมีตาสามีดไปดุจ ตาบอดฉันใด นักปฏิบัติธรรม ถึงตาไม่บอดก็ควรท่า เป็นเหมือนคนตาบอดฉันนั้น คือนักปฏิบัติธรรมควร เป็นผู้หนักแน่นในอารมณ์ มีความสำรวมอินทรีย์ ไม่ยินดี ยินร้ายในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์อันน่า ยินดี ๕. ธรรมดาไก่ถึงบุคคลจะขว้างปาด้วยไม้ ด้วยก้อน ดิน จะมิให้ใส่นั้นเข้ารัง ให้ลืมรังเสีย ไก่ย่อมไม่ทิ้งที่อยู่ ของตนฉันใด นักปฏิบัติธรรม ถึงจะมีกิจวัตร กิจกรรม มากมายเพียงไร ก็ไม่ควรทิ้งโยนิโสมนสิการฉันนั้น คือ นักปฏิบัติธรรมควรเป็นผู้มีใจใฝ่ในธรรมะ ตรึกในธรรมะ เสมอ กล่าวคือ แม้จะมีภารกิจในชีวิตประจำวันมาก มายเพียงไร แต่ก็ไม่ลืมจรดใจที่ศูนย์กลางกายเสมอ “ไก่ ไม่ลืมรัง เราไม่ลืมศูนย์กลางกาย ธรรมชาตินกเงือก ๒ ๑.ธรรมดานางนกเงือก ย่อมให้พ่อนกอยู่เลี้ยงลูก ในโพรงด้วยความหึงฉันใด นักปฏิบัติธรรม เมื่อกิเลส จะเข้ามาใกล้ จึงใส่กิเลสลงไปในโพรงคือศีลสังวร แล้ว อบรมกายคตาสติด้วยมโนทวารฉันนั้น คือนักปฏิบัติ ธรรมควรเป็นผู้ฟักใจไว้ในโพรง คือ ศูนย์กลางกาย ด้วย จิตแน่วแน่ แล้วความบริสุทธิ์ของใจ ความผ่องใสของใจ ก็จะทวีเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ๒.ธรรมดานางนกเงือก ในเวลากลางวันย่อมไป เที่ยวหากินในป่า ในเวลาเย็นย่อมบินมาสู่ฝูงของตน เพื่อรักษาตัวไว้ฉันใด นักปฏิบัติธรรมก็ควรหาที่สงัดโดย ลำพังผู้เดียว เพื่อให้หลุดพ้นจากสังโยชน์ เมื่อหมด ความยินดีในที่สงัดนั้นแล้วก็ควรกลับมาสู่หมู่คณะ เพื่อ ดับค่าครหาและภัยทั้งปวง ฉันนั้น คือนักปฏิบัติธรรม ควรเปิดโอกาสให้ตนเองได้พบความสงัดด้วยการนั่งสมาธิ มากๆบ้าง พร้อมๆกับการเปิดโอกาสให้ได้พบหมู่คณะบ้าง เพื่อความผาสุกในระยะยาวต่อไป ธรรมชาติไฟ ๕ ๑.ธรรมดาไฟย่อมเผาเชื้อเพลิง ฉันใด นักปฏิบัติ ธรรมย่อมหมั่นเผาเชื้อเพลิง คือกิเลส ฉันนั้น คือ นัก ปฏิบัติธรรมย่อมรู้ทั่วถึงอันตรายของกิเลส ที่แผดเผาเรา ตลอดเวลา และสุดยอดของการขจัดกิเลสอาสวะคือการ นั่งสมาธินั่นเอง ๒.ธรรมดาไฟย่อมไม่มีความเมตตาเอ็นดูต่อเชื้อ เพลิงทั้งหลายฉันใด นักปฏิบัติธรรม ย่อมไม่มีความ เมตตา เอ็นดูต่อกิเลสทั้งปวงฉันนั้น คือนักปฏิบัติธรรม อ่านตอหนา ๑๒๘ กัลยาณมิตร ๑๑๘ มกราคม ๒๔๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More