ข้อความต้นฉบับในหน้า
ดูหมิ่นเป็นอย่างไร ค่า “ดู
หมิ่น” นะ เขาเล็กกว่าสู้ไม่ได้ พูด
เอาตามชอบใจ ว่าเอาตามชอบใจ
ไม่ไพเราะ พูดอย่างกักขฬะๆ หยาบ
ซากล้าแข็ง บ้างด่าว่าเขาต่างๆ ชอบ
อกชอบใจ เหล่านี้เรียกว่าดูหมิ่นเขา
อยู่แล้ว ถึงเขาจนก็ดูหมิ่น พูดไม่
ถ้าแม้ไม่ดูถูกดูหมิ่นซึ่งกัน ของมารดาที่พร่าชีวิตแทนบุตรของ
และกันแล้ว ไหนเลยจะเกิดรบรา ตนได้นะ บุคคลผู้ประกอบด้วยเมต
ฆ่าฟันกันเช่นนี้ เหตุนี้ถ้าภิกษุสาม
เณร อุบาสก อุบาสิกา รู้จักเช่นนี้
แล้วให้เลิกดูหมิ่นกันเสีย ไม่ดูหมิ่น
ใครๆ ละ เลิกดูหมิ่นเสีย ตั้งอยู่ใน
เมตตา เมื่อเจอผู้ใหญ่ก็ตั้งอยู่ในเมต
เคารพคารวะในกันและกัน พูดใช้ ตารักใคร่ปรารถนาจะให้เป็นสุข
เสียงกระด้างไม่น่าฟังถ้อยคำเหล่านั้น
ตวาดด้วยประการต่างๆ เหล่านี้ดู
หมิ่นเขา อ้ายลักษณะดูหมิ่นเป็น
ข้อสำคัญนัก เขาจึงได้ยืนยันไว้ว่า
เรือนยอดที่จะทำลายลงด้วยไฟไหม้
นะ เพราะไหม้แต่เรือนย่อยขึ้นไป
กระต๊อบ กระท่อม ที่ปลูกอยู่ข้างๆ
เรือนยอดนั่นแหละ ไหม้เรือนเล็กๆ
ซันก่อน แล้วก็ไปไหม้เรือนยอดนั่น
ฉันใดก็ดี แง่นี้แหละความร้อนเกิด
จากชั้นน้อยขึ้นมาไหม้เรือนยอดได้
เมื่อเจอผู้ปานกลางก็ตั้งอยู่ในเมตตา
ตาจึงตั้งจิตดวงนั้นไว้ นักปราชญ์
ทั้งหลายกล่าวว่า กิริยาของจิตเช่น
นั้นแหละชื่อว่าเป็นพรหมวิหารใน
พระพุทธศาสนาทีเดียว ตรงนี้ต้องจ่า
มารดาผู้ถนอมบุตรของตนผู้เกิดใน
ตนผู้เดียวด้วยยอมพร่าชีวิตของตน
ได้ ผู้ประกอบด้วยจิตเมตตา จึง
มารดาผู้ถแอมกล่อมเกลี้ยง เลี้ยงดู
บุตรมีเกิดในตนเดียว ยอมพร่าชีวิต
ของตนได,ด้ายความรักลูก แม้ฉันใด
บุคคลผู้ประกอบเมตตา บุคคลตั้งอยู่
ในเมตตา บุคคลเปริญ เมตตาจึงตั้ง
จิตดวงนั้นไว้
เจ้าครองประเทศหรือผู้ครองประ
เทศจะได้รับความอับปาง เกิด รักใคร่ปรารถนาจะให้เป็นสุข เมื่อ รักษาจิตดวงนั้นไว้ บัณฑิตทั้งหลาย
ปฏิวัติขึ้นก็เพราะผู้ใหญ่ดูหมิ่นผู้น้อย เจอผู้ตก็ตั้งอยู่ในเมตตารักใคร่ปรา
หรือไม่ฉะนั้น ผู้น้อยเมื่อถูกดูหมิ่นดู
ถูกด้วยประการใดประการหนึ่ง ก็
จ่าเอาไว้ ได้สมัครพรรคพวกมาก
ชั้นก็ลงโทษผู้ใหญ่ เหมือนในคอม-
มิวนิสต์ บัดนี้ที่จะเกิดลุกลามกัน
ใหญ่โตเช่นนี้เพราะผู้ชั้นสูงดูหมิ่นผู้
ต่ำ คนนั่งมีดูถูกคนจน เมื่อเป็นเช่น
นี้ก็เกิดเข้าปล้นกัน เกิดเป็นคอมมิวฯ
นิสต์ซัน นี่เพราะเหตุพูดจาไม่เพราะ
รถนาจะให้เป็นสุข เมื่อตั้งอยู่เช่นนี้
ตามบาลีว่า น ปโร ปริ แปลว่า ไม่ นี้
ดูถูก ดูหมิ่นในกันและกัน นาติ
มณเฌถ กตฺถจี น กิญจิ นี้เรียกว่า
ไม่ดูถูกดูหมิ่นในกันและกัน
มารดาผู้ถนอมกล่อมเกลี้ยง
เลี้ยงดูบุตรที่เกิดในตนผู้เดียว ยอม
พร่าชีวิตของตนได้ด้วยความรักลูก
แม้ฉันใด บุคคลผู้ประกอบเมตตา
กล่าวว่า กิริยาของจิตเช่นนั้นแหละ
เป็นพรหมวิหารในพระพุทธศาสนา
จิตดวงนั้นให้รักษาไว้ รักษา
อย่างไร จิตที่รักรูป เสียง อิ่มเอิบ
ซาบซ่านอย่างชนิดนั้นให้ทั่วไปแก่
คนอื่นไม่จำเพาะลูก ให้ทั่วไปแก่คน
อื่น เหมือนอยู่ในวัดนี้ ถ้าจะแผ่
เมตตาก็เหมือนกันหมด เห็นหญิงก็
ดี ชายก็ดี ภิกษุ สามเณร เอาใจ
ดูถูกดูหมิ่นกัน จึงได้เกิดรบราฆ่าฟัน บุคคลผู้ตั้งอยู่ในเมตตาบุคคลผู้เจริญ ของตัว จิตของตัวที่เอิบอาบซึมซาบ
กันเช่นนี้
เมตตาพึงตั้งจิตดวงนั้นไว้ จิตดวง
ในลูกที่เกิดในอกของตนนั่นแหละ
กุ้ลยาณมิตร
ด่อ
พฤษภาคม ๒๕๔๐