ข้อความต้นฉบับในหน้า
จายน์ว่า การศึกษาบาลีไวยากรณ์ในปัจจุบันนี้ใช้หลักการ
ศึกษาจากหนังสียีบาลีไวยากรณ์ซึ่งแต่งโดยสมเด็จพระมหา
สมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ก่อนหน้านี้การศึกษา
บาลีไวยากรณ์ใช้คัมภีร์มูลกัจจายน์เป็นหลัก
หลักสูตรที่ใช้กันในปัจจุบันได้สรุปหลักภาษาเท่าที่จำ
เป็น ตัดทอนตอนที่ยุ่งยากออกไป ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น สะ
ดวกในการเรียนรู้ การแปลบางเรื่องบางพระสูตรจะให้เข้า
ใจกระจ่าง รู้ถึงที่มาของค่านั้นๆ อย่างแท้จริงแล้วก็ต้อง
ศึกษาในคัมภีร์เดิมคือ คัมภีร์มูลกัจจายน์ ซึ่งมูลกัจจายน์เป็น
คัมภีร์ที่แต่งขึ้นในประเทศไทย โดยอาศัยคัมภีร์กัจจายนะ
จากประเทศอินเดียเป็นหลักในการแต่ง มีการใช้กันมาตั้ง
แต่สมัยสุโขทัย หรืออาจก่อนหน้านี้ มาเลิกใช้ในรัชกาลที่ 5
กรุงรัตนโกสินทร์นี้เอง
นับจากวันที่หลวงพ่อวัดปากน้ำบวชเมื่อปี พ.ศ. เอ๔๔๙
ถึงวันที่ท่านยุติการเรียนปริยัติธรรมในพรรษาที่ ๑๐ (ปี พ.ศ.
๒๕๕๙) หลวงพ่อศึกษาบาลีไวยากรณ์จากหนังสือชื่อ มูล
กัจจายน์ เล่มที่ท่านกล่าวถึงในเทศนานี้
อีกตอนหนึ้งในพระธรรมเทศนา เรื่อง การแสดงศิล
แสดงเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๔๗๗ หลวงพ่อได้อธิบาย
ถึงเรื่องดวงปฐมมรรคไว้ดังนี้
“ดวงใสนี้แหละ เรียกว่า เอกายนมรรค เป็นหนทาง
ไปชั้นเอก ไม่มีทางไปอื่นดีกว่านั้นอีกต่อไป อีกนัยหนึ่ง ท่าน
เรียกว่า ปฐมมรรค หนทางเบื้องต้นมรรคผลนิพพาน ผู้ที่จะ
ไปสู่มรรคผลนิพพานก็ไปกลางดวงนั้น ไปหยุดอยู่กลางดวงนั้น
นี้หนทางเบื้องต้นมรรคผลนิพพาน
อีกนัยหนึ่งท่านเรียกว่าดวงอัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน
อัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน แปลว่า ดำเนินไปตามทางของ
พระอริยเจ้า”
ดวงปฐมมรรค เป็นหนทางเบื้องต้นมรรคผลนิพพาน
คือเป็น •ต้นทาง' ที่จะไปสู่นิพพานได้ นักปฏิบัติบางท่านเมื่อ
ปฏิบัติเข้าถึงดวงนี้แล้ว ไม่ทราบว่าคือดวงอะไร และไม่
ทราบว่าจะฝึกใจอย่างไรต่อไปอีก ทำให้บางท่านเข้าใจถึง
“ปลายทาง” คือนิพพานแล้ว แต่หลวงพ่อบอกไว้อย่างชัดๆ
ว่า นี้เป็นเพียง “ต้นทาง” ไปสู่นิพพานเท่านั้น หาใช่เป็น
“ปลายทาง” คือนิพพานไม่ เหตุที่ผู้ปฏิบัติเข้าถึงดวงนี้แล้ว
ไม่รู้ว่าคือดวงอะไร ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ก็เพราะไม่รู้
เรื่องกลาง ไม่รู้เรื่องการเข้ากลาง เข้ากลางดวงนี้ไม่ได้ คือ
ไม่รู้วิธีที่จะฝึกใจตาม “ทางสายกลาง” จึงไม่พบความรู้ที่สึก
ซึ้งยิ่งขึ้นไป สมดังคำที่หลวงพ่อวัดปากน้ำกล่าวว่า “กลาง
นี้ดึกซึ้งนัก"
บัดนี้มาศึกษาคำสอนของหลวงพ่อวัดปากน้ำแล้ว ก็
พบว่ายังมีความรู้ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าดวงที่เข้าถึงนี้อีก ซึ่งจะเรียน
รู้ต่อไปได้ก็ด้วยการทำใจให้ “หยุด” อยู่กลางดวงปฐมมรรค
นี้ต่อไป คำสอนของหลวงพ่อวัดปากน้ำ จึงเป็นการเปิดช่อง
ชี้ทางสว่างให้ความกระจ่างในเรื่องดวงปฐมมรรค หรือดวง
อัมมานุปัสสนาสติปัฏฐานอย่างชัดแจ้ง
“ความรู้ในทางสายกลาง” คงไม่ได้จบลงแต่เพียงเรื่อง
ดวงนี้เท่านั้น เพราะหลวงพ่อได้ชี้แจงว่า เมื่อเข้ากลางดวง
ปฐมมรรคได้แล้ว ถูกส่วนเข้าจะเช้าถึงดวงดีล สมาธิ ปัญญา
วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ และกายในกายอีก เป็นลำดับไป
ซึ่งตามรอยฯ จะได้นำเสนอรายละเอียดคำสอนของหลวงพ่อ
ในเรื่องเหล่านี้ในตอนต่อไป
กัลยาณมิตร
พฤษภาคม ๒๕๔๐