ข้อความต้นฉบับในหน้า
ชิ เ-ดวงใจรถที่รักแม่มากที่สุดในโลก
มานั่นก็เข้าไปนั่งสมาธิในอาคาร ช่วงนี้กิจวัตรจะยังไม่ค่อย
ลงตัวค่ะ ต้องรีบไปหมด เพราะต้องไปรับบุญท่า ความ
สะอาดอาคารด้วย วันถัดมา หลวงพ่อท่านบอกให้เรานั่ง
สมาธิที่หมู่บ้าน ทำให้ตอนนี้มีเวลามากขึ้น ได้นั่งสมาธิ
เต็มที่เลยหละคะ มีพระอาจารย์มานาให้ด้วย หลวงพี่
สมรรถ ท่านรักธรรมะมาก เวลาท่านนั่งสมาธิ ท่านจะนั่ง
แล้วนั่งเลย จะไม่ลุกอีกจนกว่าจะเลิกไม่ไปเข้าห้องน้ำ
หรือแวะข้างทางที่ไหน แล้วท่านจะไม่ลืมตาในระหว่างนั่ง
ด้วยค่ะ ท่านจะแนะนำให้พวกเราถอดนาฬิกาเมื่อเรานั่ง
สมาธิแล้ว เพราะท่านบอกว่า เราไม่มีความจําเป็นต้องใช้
อีกแล้ว เราจะลืมตาอีกเมื่อหลวงพี่บอกสัพเพฯ ไม่อย่าง
นั้นใจมันจะไม่รวมเป็นหนึ่ง นั่นฟังแล้วก็คือ... ดีนะ เราจะ
ทำตามที่ท่านสอน แต่นั่นเมื่อยขาง่าย ใจเลยไม่ค่อยรวม
นะคะ
ตื่นนอนมา นุ่นจะตรึกองค์พระก่อน ถ้าเวลาไหน
นึกชั้นได้ก็จะตรึก ส่วนมากจะนึกชั้นได้เวลาอยู่สงบๆ ตาม
ลำพัง นุ่นว่าเวลาที่เราไม่คิดอะไร ใจนิ่งๆ ดีนะคะ มีสติ
แล้วก็เกิดปัญญาตามมา นุ่นสังเกตว่า ถ้านุ่นสบายใจ จะ
นึกค่าสอนของหลวงพ่อหรืออะไรดีๆ ได้มาก แต่ถ้าเวลา
ไหนที่ใจอุ่นๆ หรือหงุดหงิด จะนึกอะไรไม่ออกเลย นุ่นว่า
เราอ่านหนังสือหรือใต้อินค่าสอนมามากนี่ไม่สำคัญเท่ากับว่า
นำมาใช้ได้รึเปล่า ยิ่งล้าเอามาใช้เตือนสติในเวลาที่เรา
หลังอุ่นใจเนี่ย นั่นจะคอยดูว่า เราได้เอามาใช้บ้างมั้ย
อย่างบางทนุ่นกำลังโกรธ นั่นจะนึกอะไรไม่ออกเลย รู้แต่
ว่า เราอยากทําให้เขาร้อนไปกับเราด้วย ถึงตอนนี้บางครั้ง
นุ่นจะเตือนตัวเองได้ว่า มันไม่มีประโยชน์ ทำไปทำไม สู้
เราเงียบๆ ดีกว่า ลักพักมันก็หายเอง หรือบางทีก็ไปพูดดี
กับเขาก่อน เหมือนไป ขอโทษก่อนนั่นแหละค่ะ ทาแล้ว
สบายใจดี บางครั้งนุ่นจะข่มใจได้จนไม่มีความโกรธตั้งแต่
แรกเลย ฉุกคิดซันมาว่า เวลาเขาทำอย่างนี้มา เราก็โกรธ
ทุกครั้ง ครั้งนี้เราลองไม่โกรธบ้าง จะได้ไหม แล้วมันก็ทาว
ได้ดีด้วย เป็นประโยชน์กับทั้ง ๒ ฝ่าย เราไม่ร้อนและเขา
ก็ไม่ร้อน
นุ่นประทับใจค่าสอนของหลวงพ่อวัดปากน้ำฯ จาก
กัลยาณมิตร ; ๙๔
การได้อ่านประวัติของท่าน มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีพวกที่ไม่เข้า
ใจท่านมากลั่นแกล้ง มาทำร้าย แต่ท่านไม่โต้ตอบกลับ
เฉยๆ และพูดด้วยว่า “เขาทำเรา ดีกว่าเราไปทำเขา” นั่น
ประทับใจประโยคนี้มาก สำหรับตัวนั่นเอง มีวิธีที่คิดว่าดี
ที่สุดก็คือเราตรึกและสนใจแต่ธรรมะก็หมดเรื่อง อย่างที่
หลวงพ่อสอนไงละคะ
®
ระยะนี้นั่นก็ไม่ได้ทำอะไรอีกแล้ว นอกจากนั่งธรรมะ
เช้าตื่นดี ครึ่ง มานั่งสมาธิ สวดมนต์ รอบสายนาย
และค่ำก็นั่งสมาธิ เวลาพักนั่นออกกำลังกาย ซักผ้า ฯลา
เวลานั่งก็พยายามนั่งหลังตรง ๆ มีสติตลอดเวลาทั้งวัน
คอยรักษาใจให้นิ่งๆ เป็นปกติ หลวงพี่สมรรถบอกว่า เวลา
เราตรึกธรรมะนี่ ใจเป็นกุศลนะจ๊ะ ได้บุญด้วย คอย
สังเกตใจให้มีสติอยู่ตลอด ดูว่าช่วงไหนมีอกุศลเข้ามาในใจ
มีกิเลสเข้ามาครอบงำ อย่าให้มีอกุศลเช้ามาเลย ซึ่งตอนนี้
นุ่นกำลังนึกอยู่ ถ้าใจเราไม่มีสิ่งใดเข้ามาครอบง่าเลย ใจ
คงโล่งดีนะคะ เหมือนไม่มีเครื่องจองจ่า ของใจ ใจคงจะ
ขยาย สบายไปเลยค่ะ
ตอนนี้ พวกเรานั่งเนสัชชิกังตังทุกวันพระที่ดวง
จันทร์เต็มดวงนะคะ เราเรียกว่าวันพระใหญ่ค่ะ ส่วนวัน
พระเล็กเรานั่งถึงเที่ยงคืน คราวที่แล้ว นุ่นนั่งก็มีง่วงบ้าง
แต่ถ้าชินแล้วคงจะไม่ง่วง นุ่นชอบนะคะ นั่งได้นานจน
เต็มๆ ดี หลวงพ่อท่านเคยให้กำลังใจนั้นเรื่องการนึกตัวว่า
คนที่ได้ธรรมะโดยไม่ต้องใช้ความเพียรน่ะไม่มีหรอก หนู
เหมือนคนที่ค่อยๆ ปีนเขาขึ้นไป ไม่ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ไป
บนยอดเขาเลย อย่างนี้จะไม่รู้ค่า แค่ตอนสุดท้ายก็จะได้รู้
ว่า เขาไหนเล่าจะสูงกว่าหัวเข่าของเรา เมื่อถึงแล้วก็จะรู้
ว่ามันไม่สูงกว่าเขาของเราเลย ทุกอย่างก็ต้องล้มลุกคลุก
คลานทั้งนั้น กว่าจะประสบความสำเร็จ ท่า ให้นึกถึงบท
กลอนที่หลวงพ่อประพันธ์เอาไว้ว่า
อันว่าเช่าของเราสูงกว่าเขา
เขาไหนเท่าเช่าของเราหามีไม่
หากอยากรู้เช่าของเราสูงเท่าไร
จงปีนให้ดึงยอดเขาจะรู้อง
(สุนทรพชิ)
พฤษภาคม ๒๕๔๐