ข้อความต้นฉบับในหน้า
ส่งสมณทูตออกไปประกาศพระศาสนาในส่วนต่างๆ ของโลก
หลายแห่งทั้งในยุโรปและเอเชีย ในสมัยโบราณเรามักเรียก
ถิ่นตะวันออกอันประกอบด้วย มอญ พม่า ไทย เขมร ลาว ว่า
“สุวรรณภูมิ” มีการแย้งสถานที่กันอยู่ ไทยว่าอยู่แถวสุ
พรรณภูมิ มอญว่าอยู่เมืองสะเทิมหรือสุธรรมดี เมาะตะมะ
หรือมติมานคร ซึ่งดินแดนเหล่านี้สมณทูตของพระเจ้าอโศก
มหาราช ๒ รูปคือ พระโสณเถระ และพระอุตรเถระ นำ
ศาสนามาสุวรรณภูมิ ซึ่งเรื่องนี้แต่ละประเทศว่าประเทศของ
ตนเป็นสุวรรณภูมิ
ทางมาของพระไตรปิฎกสู่ล้านนา
©.จากตำนานพระเจ้าเลียบโลก ตำนานจามเทวีวงศ์
ตำนานพระธาตุดอยตุง เป็นต้น ด้วนแต่กล่าวว่าพระพุทธ
เจ้าและพระอรหันต์ เสด็จมาโปรดบุรุษสตรีเจ้าของสถานที่
และทรงฝากพระบรมสารีริกธาตุไว้
๒. นานการสังคายนากล่าวว่า ในสมัยพระเจ้าอโศก
มหาราชได้ส่งสมณทูตมาสู่โยนกประเทศ เชื่อกันว่า ได้แก่
โยนกนาคพันธ์ หรือโยนกนาคนคร ต่อมาคือ เชียงแสน
ซึ่งก็สร้างสมัยพญาแสนภู กษัตริย์ด้านนา เข้าใจว่าเป็นก่อน
นั้น
เรื่องศาสนาพระไตรปิฎกมาสู่โยนกนี้ ท่านที่อ่านตำ
นานอื่นกล่าวว่า หมายถึงดินแดนของยุโรปบางประเทศคือ
กริกโบราณ
การสังคายนาครั้งที่ 4 ที่เรียกกันว่า
อัฐมสังคายนา, ณ วัดไพธาราม
มหาวิหารหรือ วัดพระเจดีย์เจ็ดยอด
ปายพระสงฆ์มีพระธรรมทินเถระ
วัดปาตาลน้อย เป็นประธานสงฆ์
และมีพระเจ้าศรีธรรมติโลกราช เป็น
องค์อัครศาสนูปถัมภกในการ
ย ย
สังคายนาครั้งนั้น เวลาแห่งการ
สังคายนา อพุทธสักราช ๒๐๒๐
กัลยาณมิตร
ต.นักประวัติศาตร์ศาสนาบางท่านกล่าวว่า พุทธ-
ศาสนาแผ่เข้ามาทางจีน ผ่านแดนสิบสองปันนาและไทยใต้
คงหมายถึงรัฐฉานของพม่าในปัจจุบัน และบางท่านว่าเป็น
ศาสนาฝ่ายมหายาน เพราะเครื่องสมณบริขารของสมัย
โบราณล้านนามี หมวก ไม้เท้า รองเท้า ลูกประคำ อยู่ในบริ
ขารด้วย
๔.ล้านนาได้รับปิฎกธรรมมาจากมอญ-ละโว้ ซึ่งเรียก
กันอีกอย่างหนึ่งว่า ทวาราวดี-หริภุญชัย ในตำนานจามเทวี
กล่าวว่า พระนางจามเทวีได้นำพระสงฆ์จำนวน ๕๐๐รูป
พร้อมด้วยปิฎกธรรมมาสู่นครหริภุญชัย ซึ่งปรากฏในตำนาน
เมืองลำพูน และในจามเทวีวงศ์
๕.พระศาสนาและพระไตรปิฎกธรรมเข้ามาสู่ล้านนา
ทางเมืองตากผ่านเข้ามาจากเมืองมอญ เนื่องจากเมืองตักก
สิลา ที่เรียกชื่อเมืองตากว่าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้าน
นาโบราณ แม้ตำนานพระแก่นจันทน์แดงก็กล่าวถึงการเข้า
มาของพระไตรปิฎกธรรม
5.พระมหาสมณะ และพระสงฆ์จากสุโขทัย ซึ่งเป็น
พระสงฆ์ในลัทธิมอญนำพระไตรปิฎกธรรมเข้ามาสู่ล้านนา
สมัยพญากือนาธรรมิกราช ของราชวงศ์มังราย ปรากฏชัด
ในศิลาจารึกวัดพระยืนลำพูน
๓. พระสงฆ์ด้านนาในสมัยพญาสามส่งแถน พญาดี
โลกราช และสมัยพญาเมืองแก้ว ได้ออกไปศึกษาพระไตร
ปิฎกธรรมในลังกาทวีป จนมีความรู้และนำมาเผยแพร่ใน
ล้านนาไทยและประเทศข้างเคียง ซึ่งปรากฏหลักฐานใน
ประวัติศาสตร์ทางศาสนาเช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ ที่รจนา
โดยพระรัตนปัญญาเถร เป็นต้น
ด
ยุคทองของพระไตรปิฎกและศาสนาในล้านนายุคที่ 1
รัชสมัยพญาดีโลกราชมีพระบรมเดชานุภาพมากใน
ด้านการทหาร การเมือง โดยเฉพาะด้านพระศาสนา มีพระ
สงฆ์ที่เฉลียวฉลาด และเป็นผู้ชุรงพระไตรปิฎกจำนวนมาก
อยู่ในด้านนา จนสามารถทำการสังคายนาครั้งที่ 4 ที่เรียก
กันว่า “อัฐมสังคายนา” ขึ้น ณ วัดโพธารามมหาวิหารหรือ
วัดพระเจดีย์เจ็ดยอด ฝ่ายพระสงฆ์มีพระธรรมทินเถระ
วัดป่าตาลน้อย เป็นประธานสงฆ์ และมีพระเจ้าศรีสุธรรม
ดิโลกราช เป็นองค์อัครศาสนูปถัมภกในการสังคายนาครั้ง
นั้น เวลาแห่งการสังคายนาคือ พุทธศักราช ๒๐๒ ทรง
พฤษภาคม ๒๕๔๐