การกวาดต้อนและการส่งพระไตรปิฎกไปยังกรุงศรีอยุธยา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 5 หน้า 51
หน้าที่ 51 / 132

สรุปเนื้อหา

๒.ในคราวที่พระยากลาโหมหรือขุนเหล็ก ยกทัพจาก กรุงศรีอยุธยาขึ้นมาตีล้านนา สมัยพญาแสนหลวงเป็นกษัตริย์ (ขณะนั้นเชียงใหม่เป็นเมืองออกของพม่า) ได้นำพญาแสน หลวงและกวาดต้อนครอบครัว รวมทั้งพระสงฆ์ และคัมภีร์ พระไตรปิฎกไปสู่กรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่ง ของชาวล้านนาที่ว่าไปอยู่ที่ไหนจะต้องนำเอาคัมภีร์พระธรรม ไปด้วย ต.การกวาดต้อนครอบครัวของชาวบ้านนาลงไปใน สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ก็มีเป็นจำนวนมาก และชาวล้านนา ก็นำเอาคัมภีร์พระธรรมใส่หีบธรรมหามไปด้วย และตัวหนัง สื่อจารึกก็เป็นตัวอักษรด้านนาบ้าง โดยมากเป็นอักษรสุโขทัย พระไตรปิฎกธรรมเหล่านี้กลายมาเป็นข้อมูลให้พระ ต้น แต่ไม่ปรากฏขอผู้แต่งเดิมเลย ด้วยความเห็นของข้าพเจ้า จึงขอยืนยันตามหลักฐาน ที่ปรากฏข้างต้นนั้นว่า พระไตรปิฎกและอรรถกถาที่สังคาย นาคร

หัวข้อประเด็น

- การกวาดต้อนและการส่งพระไตรปิฎกไปยังกรุงศรีอยุธยา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๒.ในคราวที่พระยากลาโหมหรือขุนเหล็ก ยกทัพจาก กรุงศรีอยุธยาขึ้นมาตีล้านนา สมัยพญาแสนหลวงเป็นกษัตริย์ (ขณะนั้นเชียงใหม่เป็นเมืองออกของพม่า) ได้นำพญาแสน หลวงและกวาดต้อนครอบครัว รวมทั้งพระสงฆ์ และคัมภีร์ พระไตรปิฎกไปสู่กรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่ง ของชาวล้านนาที่ว่าไปอยู่ที่ไหนจะต้องนำเอาคัมภีร์พระธรรม ไปด้วย ต.การกวาดต้อนครอบครัวของชาวบ้านนาลงไปใน สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ก็มีเป็นจำนวนมาก และชาวล้านนา ก็นำเอาคัมภีร์พระธรรมใส่หีบธรรมหามไปด้วย และตัวหนัง สื่อจารึกก็เป็นตัวอักษรด้านนาบ้าง โดยมากเป็นอักษรสุโขทัย พระไตรปิฎกธรรมเหล่านี้กลายมาเป็นข้อมูลให้พระ ต้น แต่ไม่ปรากฏขอผู้แต่งเดิมเลย ด้วยความเห็นของข้าพเจ้า จึงขอยืนยันตามหลักฐาน ที่ปรากฏข้างต้นนั้นว่า พระไตรปิฎกและอรรถกถาที่สังคาย นาครั้งที่ 4 ในสมัยพญาติโลกราชลงมาสู่กรุงศรีอยุธยาและ กรุงเทพฯ ได้ถูกแปลงโฉมเป็นพระไตรปิฎกไทย ด้วยประ การฉะนี้ พระไดรปิฎกสู่อาณาจักรพม่า ๑.การสังคายนาในสมัยพญาติโลกราชนั้นมีพระเถระ ของพม่าหลายรูปเข้าร่วมพิจารณาด้วยเช่น พระพุกามมหา เถระ เมื่อสังคายนาแล้ว พระไตรปิฎกที่จารลงในใบลานจะ ต้องส่งไปสู่ฝ่ายพุทธจักรของพม่า และพม่าได้ใช้เป็นหลัก พระไชยเชบราธิราชจึงเป็นกษัตริย์องค์หนึ่งที่ทำลายอาณาจักรล้านนาให้อ่อนแอ และต้องตกอยู่ในอำนาจของพระเจ้าบุเรงนองในกาลต่อมา สิ่งที่พระไชยเชษฐาธิราชให้นำไป ด้วยนั้นทางวรรณกรรมมีเป็นอเนกอนันต์ นับตั้งแต่พระไตรปิฎก ปัญญาสชาดก ตำนานพระเจ้าเลียบโลก ปรากฏอยู่ในทอไตร ของกรุงหลวงพระบางและเวียงจันทน์ มาตราบทุกวันนี้ เถระทั้งหลายในสมัยรัชกาลที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ใช้ เป็นหลักฐานในการตรวจสอบพระไตรปิฎก และให้ซื้อใหม่ ว่า ฉบับสยามรัฐบ้าง ฉบับมหาจุฬาฯบ้าง ซึ่งความจริงก็คือ พระไตรปิฎกด้านนาที่แปลงใหม่ ซึ่งนักปราชญ์ของรัตน โกสินทร์ต่อมาใช้วิธีการ เกลียดตัวแต่กินไข, เกลียดปลาไหล กินน้ำแกง” คือพยายามจะเหยียบย่ำนักปราชญ์ผู้รจนาของ ด้านนาเหล่านั้นให้ลบชื่อไปเสีย ยกตัวอย่างเช่น คัมภีร์มังค ลัตถทีปนี ซึ่งพระสิริมังคลาจารย์แต่งขึ้นด้วยมันสมองอัน ยอดเยี่ยมของท่าน กลับไม่มีชื่อผู้แต่ง แต่เป็นชื่อของสมเด็จ พระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ปรากฏอยู่ ในหน้าหนังสือว่า มงคลตฺถทีปนี วชิรฌาเณน มหาเถเรน อาโท โสธิตา ซึ่งแปลว่า มงคลทีปนี พระมหาเถระวชิรญาณชำระมาแต่ ถาวร เสาร์ศรีจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ อาจารย์ถาวร เสาร์ศรีจันทร์ เสชานุการโครงการปริวรรตพระไตรปิฎกล้านนา กัลยาณมิตร พฤษภาคม ๒๕๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More