ข้อความต้นฉบับในหน้า
คนที่จะไตได้นั้น
ผู้บังคับบัญชาจะต้องดึง
จะต้องหิ้วชึ้นไป
ลูกน้องก็ต้องช่วยคันคัน
แก้วเพื่อนๆ ก็ต้องช่วย
คันประคับประคอง
ถ้า “ลูกพี่ช่วยดึง
ลูกน้องช่วยคัน
เพื่อนก็ช่วยประคอง"
ครบ ๓ อย่าง เราก็ใด
ก็เจริญก้าวหน้าได้
ซึ่งมีทางเดียวดีอ
ความประพฤติต้องดี
สัดส่วนเกี่ยวกับเรื่องงาน เรื่องการวางแผนงาน เรื่องคน มีสัดส่วนขนาดไหน เราจะ
รู้จากใจที่เราสัมผัสได้ และจากการอบรมของหน่วยงาน
เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้ว เราก็จะกำหนดบทบาทของเราได้ชัดเจน แล้วเราจะเข้าใจ
ว่าความเจริญรุ่งเรืองของคนเรานั้นไม่ได้อยู่ที่เป็นคนมีความรู้อย่างเดียวเท่านั้น เพราะมี
ความรู้อย่างเดียวอาจจะเอาตัวไม่รอด ยังต้องขึ้นกับความสามารถของเราอีกด้วย และ
หากเรามีความรู้มีความสามารถดีเท่าไรก็ตาม แต่ความประพฤติของเราไม่ดี ก็จะไม่มี
ใครไว้วางใจเรา เพื่อนก็ไม่ไว้ใจ ลูกน้องก็ไม่ไว้ใจ ผู้บังคับบัญชาก็ไม่ไว้ใจ เขาอาจยอม
รับในความรู้ความสามารถของเรา แต่เขาไม่ยอมรับในความประพฤติของเรา
ตราบใดที่ความประพฤติของเรายังไม่ดี เราจะโตไม่ได้ เพราะคนที่จะโตได้นั้น ผู้
บังคับบัญชาจะต้องดึง จะต้องนิ้วขึ้นไป ลูกน้องก็ต้องช่วยกันดัน แล้วเพื่อนๆ ก็ต้องช่วย
กันประคับประคอง สา “ลูกพี่ช่วยดึง ลูกน้องช่วยดัน เพื่อนกันดีช่วยประคอง” ครบ ๓
อย่าง เราก็โตก็เจริญก้าวหน้าได้ ซึ่งมีทางเดียวคือ ความประพฤติต้องดี
คนที่จะมีความประพฤติดีได้ ใจต้องอยู่กับบุญ คือนอกจากมีความประพฤติดีอยู่
กับหมู่กับคณะแล้ว ต้องทำบุญกับพระ พระในบ้านคือพ่อแม่ ต้องดูแลปรนนิบัติท่านให้มี
ความสุข พระนอกบ้านก็คือพระสงฆ์องค์เจ้า ต้องหมั่นคักบาตรถวายทานให้ได้ทุกวัน
หรือจะมีสาธารณกุศลที่ไหนก็ไปทำเอาไว้ จากนั้นก็ตั้งใจรักษาศีล สวดมนต์ แล้วก็นั่ง
สมาธิสร้างความดีเอาไว้ให้มาก) การทำทาน รักษาศีล และเจริญสมาธิ ทั้ง ๓ อย่างนี้
จะกลายเป็นบุญ เป็นคุณงามความดีติดตัวของเราไป ถ้าเราทำได้ทุกวัน บุญนั้นจะกลาย
เป็นความเฮง กลายเป็นความสำเร็จ กลายเป็นความเจริญรุ่งเรืองของเราต่อไปในภาย
ภาคหน้า
ถ้าพวกเรามองภาพรวม) อย่างนี้ออก ความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จจะเป็นของ
เรา ไม่ว่าเราจะอยู่ในอิริยาบถใดที่ใดก็เป็นสุข มันสุขไปทุกแห่งนั่นแหละ ไม่มีเรื่องราว
กระทบกระทั่งอะไรกับใครทั้งนั้น เพราะเราเอางานกับบุญเป็นตัวตั้ง แต่ว่างานทางโลก
กับบุญที่เป็นงานทางธรรมนั้น จะให้สำเร็จควบคู่กันไปอย่างตลอดรอดส่งได้ ต้องอาลัย
ความเพียรและความอดทนมากนะ หลวงพ่อและหมู่คณะที่สามารถช่วยงานพระศาสนา
สร้างวัดพระธรรมกายได้สำเร็จมาถึงระดับนี้ก็เพราะยึดมั่นในคำสอนของครูบาอาจารย์ที่ว่า
“จะทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วพรุ่งนี้จะอย่างไว้ค่อยว่ากันใหม่”
ตรงนี้ต่างกับคนอื่น คนทั่วไปเขาจะว่า วันนี้ช่างมันก่อน พรุ่งนี้จะเอาให้ดีเยี่ยมเลย
แต่พอถึงพรุ่งนี้ก็ว่าวันนี้ช่างมันก่อน พรุ่งนี้จะทำให้ดีกว่านี้อีก ผลสุดท้ายตลอดชีวิตไม่
เคยถือศีลได้ข้ามวันเลย แต่หลวงพ่อทำไปทีละวัน ทำให้มันดีเป็นวัน) ไป ทำวันนี้ให้ดี
ที่สุด พรุ่งนี้จะทำได้หรือเปล่า ฟ้ามันจะผ่า แผ่นดินมันจะถล่ม จะตายไปหรือเปล่าก็ยัง
ไม่รู้ เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องทำให้ดีที่สุดก่อน เราทำกันได้อย่างนี้เราจึงจะทำงานกันมา
ด้วยความสุข แล้วก็ประสบความสำเร็จมาตามลำดับ อย่างที่พวกเราซึ่งมาวัดพระธรรม
กายเป็นประจำได้เห็นกันอยู่
ข้อเตือนใจอีกประการหนึ่งในการทำงานให้มีความสุขคือ "หมั่นปรับปรุงงาน อย่า
หวั่นไหวเรื่องตำแหน่ง” เวลาเราทำงาน ต้องดูด้วยว่าพรรคพวกเพื่อนมุ่งเขาทำงานให้ดี
ได้อย่างไร แล้วพยายามปรับปรุงให้งานดีทันเขา แต่ว่าเวลาเลื่อนขั้น เลื่อนเงินเดือน
เลื่อนตำแหน่ง อย่าเอาตัวเราไปเปรียบเทียบกับใคร เพราะถ้าเปรียบเทียบแล้วเราจะไม่
กัลยาณมิตร ๖๖. พฤษภาคม ๒๕๕๐