ศีล 5 วารสารกัลยาณมิตร ปี 2540 ฉบับที่ 5 หน้า 62
หน้าที่ 62 / 132

สรุปเนื้อหา

๒.การลักทรัพย์ ๓.การประพฤติผิดในกาม ๔.การพูดเท็จ กรรมกิเลสนี้แท้จริงแล้ว ก็เป็นเรื่องของศีล ๕ นั่นเอง เพียงแต่ว่าไม่ได้เอาเรื่อง สุรามาไว้ด้วยตรงนี้เท่านั้น เหตุที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้มาสำรวจตัวเองในเรื่องนี้ ก่อน ก็เพราะว่าถ้าที่ไหนมีการผิดศีล ก็แสดงว่าที่นั่นมีความผิดปกติ มีความพิการทาง ใจเกิดขึ้นแล้ว เพราะศีลแปลว่า ปกติ เรามาดูความปกติของคนเราว่ามีอย่างไว้บ้าง ตลอดชีวิตของเรานี้ ล้าเรียงตามลำดับสิ่งที่เรารักมากที่สุดก็คือ รักชีวิตของตัวเอง จะเอาเงินเอาทองมากองให้เท่าไรก็ไม่ยอมแลกกับชีวิตของตัวเอง ไม่เฉพาะเราเท่านั้นที่ รักชีวิต คนทั้งโลกต่างก็รักชีวิตของตัวเอง แม้แต่หมู หมา กา ไก่ มันก็รักชีวิตของมัน สรุปแล้วสัตว์ทั้งโลก คนทั้งโลก มีสิ่งที่รักที่สุดคือชีวิต เมื่อใครๆ ต่างก็รักชีวิต เ

หัวข้อประเด็น

- ศีล 5

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๒.การลักทรัพย์ ๓.การประพฤติผิดในกาม ๔.การพูดเท็จ กรรมกิเลสนี้แท้จริงแล้ว ก็เป็นเรื่องของศีล ๕ นั่นเอง เพียงแต่ว่าไม่ได้เอาเรื่อง สุรามาไว้ด้วยตรงนี้เท่านั้น เหตุที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้มาสำรวจตัวเองในเรื่องนี้ ก่อน ก็เพราะว่าถ้าที่ไหนมีการผิดศีล ก็แสดงว่าที่นั่นมีความผิดปกติ มีความพิการทาง ใจเกิดขึ้นแล้ว เพราะศีลแปลว่า ปกติ เรามาดูความปกติของคนเราว่ามีอย่างไว้บ้าง ตลอดชีวิตของเรานี้ ล้าเรียงตามลำดับสิ่งที่เรารักมากที่สุดก็คือ รักชีวิตของตัวเอง จะเอาเงินเอาทองมากองให้เท่าไรก็ไม่ยอมแลกกับชีวิตของตัวเอง ไม่เฉพาะเราเท่านั้นที่ รักชีวิต คนทั้งโลกต่างก็รักชีวิตของตัวเอง แม้แต่หมู หมา กา ไก่ มันก็รักชีวิตของมัน สรุปแล้วสัตว์ทั้งโลก คนทั้งโลก มีสิ่งที่รักที่สุดคือชีวิต เมื่อใครๆ ต่างก็รักชีวิต เพราะ ฉะนั้นใครๆ ก็ต้องไม่ฆ่าใคร นี่คือที่มาของศีลขที่ 0 ที่ทุกคนจะต้องรักษาโดยไม่มีใคร บังคับ เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรมาในสามัญสำนึกของ คนที่มีจิตใจปกติ ต่างก็จะรักชีวิตด้วยกันทั้งนั้น ถามต่อไปว่าชีวิตอยู่ได้ด้วยอะไร? ชีวิตอยู่ได้ ด้วยเครื่องรองรับชีวิตคืออาหาร หรืออย่างน้อยก็มี ปัจจัย ๔ ซึ่งได้แก่ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ที่ อยู่อาศัย ยารักษาโรค พูดง่ายๆ ชีวิตอยู่ได้ด้วยสมบัติ ถ้าไม่มีสมบัติสักอย่าง ก็ต้องอดตายกันแน่ เพราะ ฉะนั้นถึงคุณไม่ฆ่าฉัน แต่คุณทั้งโกงทั้งลักขโมยเอา สมบัติของฉันไปหมด แม้ฉันไม่ตายก็แทบตายทีเดียว เพราะฉะนั้นใครๆ ก็ต้องไม่ลักไม่ขโมยของของใคร นี่ คือที่มาของคีลข้อที่ ๒ ผ่านมาได้ ๒ ด่านคือ คุณไม่ฆ่าฉัน คุณไม่ลัก ขโมยสมบัติของฉัน แต่คุณแย่งเอาของสุดรักสุดหวงของฉันไป แม้ฉันจะยังไม่ถึงตาย แต่ ก็ทุกข์แทบตาย ของรักของหวงของมนุษย์จะมีอะไรล้าไม่ใช่ สามี ภรรยา และลูก เพราะ ฉะนั้นใครๆ ก็ต้องไม่พรากของรักของใคร ไม่แย่งคู่ครองของใครทั้งสิ้น นี่คือที่มาของศีล ข้อที่ ๓ สุดท้ายแม้คุณไม่ฆ่าฉัน ไม่ลักขโมยสมบัติของฉัน ไม่แย่งคู่ครองไม่พรากลูกของฉัน ไป ทุกอย่างดูว่าน่าจะราบรื่นดีแล้วในชีวิตมนุษย์ แต่ไม่จริง เพราะใครก็ตาม จะเป็นลูก สุดที่รัก ภรรยาสุดที่รัก หรือสามีสุดที่รักก็ตาม ถ้าพบว่าขาดความจริงใจซึ้งกันและกัน เสียแล้ว แม้เคยรักก็หมดรัก สิ่งที่แสดงถึงความไม่จริงใจของมนุษย์คือการพูดเท็จ ถ้ามี การพูดเท็จแสดงความไม่จริงใจต่อกันเมื่อไร ต่อแต่นี้ไปก็จะระแวงกันไปทั้งชาติ แล้วจะ หาความสุขกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นเพื่อถนอมน้ำใจกันเอาไว้ ใครๆ ก็ต้องไม่พูดเท็จ นี่คือ ที่มาของศีลข้อที่ ๔ ในทัศนะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงมองว่าการไม่ฆ่าได้ชื่อว่าเป็นการ ให้ความปลอดภัยในชีวิตเป็นทาน การไม่ลักทรัพย์ได้ชื่อว่าเป็นการให้ความปลอดภัยใน ทรัพย์สินเป็นทาน การไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับสามีภรรยาใครได้ชื่อว่าเป็นการให้ความปลอดภัย กัลยาณมิตร ^0\ พฤษภาคม ๒๕๔๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More