ข้อความต้นฉบับในหน้า
ให้รู้จักหลักฐานพระพุทธศาสนา
แน่นอนอย่างนี้
เมื่อรู้จักเช่นนี้แน่นอนแล้ว
เข้าใจแล้ว ท่านจึงได้ยืนยันว่า เมต
ตญฺจ สพฺพโลกสุม มานสมภาวเย
อปริมาณ บุคคลผู้เจริญเมตตาที่มี
ในใจไม่มีประมาณไปในสัตว์ทั้งสิ้น
เจริญอย่างนี้แหละ อุทฺธ์ในเบื้องบน
ในเบื้องบนก็ตลอดซันไปจะมีสัตว์
ร้ายเพราะเมตตาพรหมวิหาร เป็น
เสียแล้วเพราะมีแต่เขารักใคร่เท่านั้น
ดีฏรฌจร์ เมื่อเจริญเมตตาถึงขนาด
นั้นแล้ว ยืนอยู่ก็ดี เดินอยู่ก็ดี เดิน
ไปก็ดี นิสินฺโน วา นั่งแล้วก็ดี สยาโน
วา นอนแล้วก็ดี เป็นผู้ปราศจาก
ความง่วงนอนทีเดียว ไม่มีง่วงเหงา
เกี่ยวข้องด้วยกามนัก มันทำให้
พรหมวิหารเสีย ถ้าไม่เกี่ยวข้องด้วย
กามแล้วพรหมวิหารไม่เสีย ถ้าเกี่ยว
ต้องด้วยกามเสียแล้วเสียพรหมวิหาร
มีความปรารถนาในกามเสียแล้วไม่
เป็นพรหมวิหาร “พรหมวิหาร” ไม่
ปรารถนาในกาม ปรารถนาเหมือน
หาวนอนฉันใด เอวมปี สพพภูเตสุ
มานสมุภาวเย อปริมาณ ผู้ประ
อย่างกับมารดารักลูก ลูกออกใหม่พุ
ดังนั้น มารดารักลูกออกใหม่ ด้วย
กรุณาอย่างเดียวด้วยเมตตากรุณา
มุทิตา มารดาบิดารักลูกออกใหม่ๆ
มีเมตตารักใคร่จะให้เป็นสุข ไม่
มารดาบิดาเป็นบุรพาจารย์ของบุตร
ต้องการอะไรเลยในลูกกรุณาอยาก
เพราะสอนบุตรและธิดามาก่อนใคร
จะช่วยลูกให้พ้นทุกข์ มุทิตาเมื่อลูก
มารดาบิดาเป็นพระอรหันต์ของบุตร
เดินได้นั่งได้คลานได้ไปในทิศานุทิศ
บุตรจะเผาะเลี้ยงมารดาบิดาด้าย
ได้เลี้ยงตัวได้ก็ยินดีด้วยโมทนาด้วย
หรือถึงความวิบัติพลัดพรากที่เหลือ
วิสัยที่จะช่วยได้ก็อยู่ในอุเบกขา
ประการใดก็ได้ชื่อว่าเลี้ยงพระอรหันต์
แท้ๆ
เท่าไร ในอากาศ ในเบื้องต่ำ ใน
แผ่นดินมีมากน้อยเท่าไร ทั่วไปหมด
แบบเดียวกัน สัตว์ในแผ่นดิน อุทธ์
อโธ จ ติริยญฺจ ในเบื้องขวาง ใน
กอบด้วยเมตตามีในใจไม่มีประ-
มาณเช่นนี้ ย่อมเป็นผู้มีตนเป็นสุข
โดยส่วนเดียว ไม่มีทุกข์
เหตุนั้นผู้ที่ประกอบด้วยเมต-
เบื้องขวางตลอดไปหมดพ้นจากเบื้อง ตาเห็นสภาวะปานฉะนี้ ย่อมประ
บนเบื้องต่ำเบื้องขวางตลอดหมด
ให้แผ่ไปอย่างนี้ทั่วไป อสมพา
ธ์ เป็นธรรมไม่คับแคบ อเวร์ ไม่มี
เวร หาเวรมิได้ ไม่มีเวรมีภัย ไป
ข้างไหนก็สบายไม่ต้องมีศัสตราอาวุธ
ไม่มีเวร ไม่มีภัยกับใคร อสปตฺต์ ไม่
กอบด้วยทัศนะความเห็นคือ เข้า
ถึงซึ่งความเป็นพระโสดาปัตติมรรค
ทีเดียว เมื่อเข้าถึงซึ่งความเป็นพระ
โสดาปัตติมรรคเช่นนี้ กาเมสุ วิ
เนยยเคธี่ควรนำความหมกมุ่น เคธี่
แปลว่าตัวกิเลส ควรนำความหมก
มีศัตรู ไปไหนไม่มีศัตรู ไม่มีใครทำ มุ่นในกามทั้งหลายไปเสีย อย่าไป
พฤษภาคม ๒๕๔๐
ป๋า?'', กัลยาณมิตร
อย่างนั้น มารดาที่รักลูกนะ รักใคร่
ลูกน่ะถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกนะ
ไม่ประกอบด้วยกาม ประกอบด้วย
พรหมวิหารแท้ ถึงได้กล่าวว่า
มารดา บิดาเป็นพรหมของบุตร
พระพุทธเจ้าก็เป็นพรหมของ
บุตร เป็นพุทธเจ้าด้วย เป็นพรหม
ดวย
มารดาบิดาเป็นบุรพาจารย์
ของบุตร เพราะสอนบุตรและธิดา
มาก่อนใคร มารดาบิดาเป็นพระ
อรหันต์ของบุตร บุตรจะเพาะเลี้ยง
มารดาบิดาด้วยประการใดก็ได้ชื่อ
ว่าเลี้ยงพระอรหันต์แท้ๆ เหตุนี้แล
เมตตาพรหมวิหารนี้ ท่านทั้งหลาย