ข้อความต้นฉบับในหน้า
เราท่าวงานให้ดีที่สุดไป
ได้ท่าไรก็พอใจเท่านั้น
แล้วเราจะทา7งานกัน
อย่างมีความสุข งานก็
ท่าวไป บุญก็ท่าว ไป
กัวเองก็ปรับปรุงกันไป
เจริญรันเจริญด้น
แล้วก็จะมีแค่ความสุข
นั้งในหน้าที่การงานและ
ครอบครัว
ขึ้นอยู่กับเวลา คือต้องรอเวลาให้ความดีส่งผล จะหวังว่าทำความดีบับต้องได้ผลดี
ใบนั้นไม่ได้ ยกหัวอย่างเช่นการปลูกต้นกล้วย ถ้าเอาหน่อกล้วยมาปลูกวันนี้ พรุ่งนี้ก็ยัง
ไม่ได้กินกล้วยแน่นอม รดน้ำพรวนดินไปอีก ๓ เดือน ๔ เดือน ก็ยังไม่ได้กินกล้วย อย่าง
ต
ดีก็ได้แค่ใบตองเอาไว้มาห่ออะไรต่ออะไรเท่านั้น
รดน้ำพรวนดินต่อไปอีกจนกระทั่งต้นกล้วยอายุได้ ๗ เดือน 6 เดือน ก็ยังไม่ได้กิน
กล้วย อย่างดีก็ได้ทั่วปลีมากินเท่านั้นเอง แล้วก็รอไปจนกระทั่งต้นกล้วยอายุได้ ๙ เดือน
00 เดือน เห็นผลกล้วยเป็นหวีๆ แล้ว แต่เราก็ยังกินกล้วยไม่ได้เพราะกล้วยยังอ่อนอยู่
ต้องรอเวลาจนครบปีจึงค่อยกินกล้วยได้
ของกล้วยๆ ยังต้องรอเป็นปี การทำความดีก็เช่นกันกว่าความดีจะออกผล ก็ต้อง
รอเวลา และระหว่างรอเวลานั้นก็ได้ผลเป็นขั้น! ในขั้นต้นเราจะได้ความสบายใจว่าได้
ทำงาน ได้ทำประโยชน์ เมื่อเราทำงานจนสุดฝีมือ เราก็จะได้ความชำนาญ เหมือนได้
ใบตองจากการปลูกกล้วย พอเวลาผ่านไปอีกระยะหนึ่ง เราก็จะได้การยอมรับจากพรรค
พวก แต่ยังไม่แน่ว่าจะเข้าตากรรมกาวไหม บางทีกรรมการมีเรื่องวุ่นๆ เลยมองไม่ค่อย
ซัด ก็รอไปปีหน้าเถอะนะ ธรรมชาติของคนมันก็เป็นอย่างนี้แหละ
สถานที่กับบุคคล ก็มีผลต่อระยะเวลาการส่งผลของความดีเหมือนกัน ยกตัวอย่าง
เช่น กล้วยปลูกข้างโอ่งน้ำนั้นปกติจะโตเร็วกว่ากล้วยที่ปลูกอยู่ปลายสวน เพราะมันได้น้ำ
ทั้งวันและทุกวัน ตั้งแต่เช้าเวลาใครมาล้างหน้า มันก็ได้น้ำ เขาล้างถ้วยล้างจาน มันก็
ได้น้ำ เขาชักผ้า มันได้น้ำอีกแล้ว ตกตอนเย็นใครๆ เขาอาบน้ำกัน มันก็ได้น้ำอีก นี้คือ
โชควาสนาของกล้วยข้างโอ่งน้ำ ส่วนกล้วยปลายสวนต้องรอแต่น้ำฝนอย่างเดียว ถ้าฝน
ไม่ตกก็อดแห้งอดแล้งอยู่อย่างนั้น เพราะฉะนั้นกล้วยข้างโอ่งจึงโตเร็วกว่ากล้วยปลายสวน
การทำงานก็เหมือนกัน ใครได้ใกล้ชิดเจ้านาย ก็เหมือนกับกล้วยช้างโอ่งน้ำ ตำ
แหน่งหน้าที่จะเลื่อนขึ้นไปเร็วหน่อย แต่ก็ต้องอดทนที่จะต้องโดนโขกโดนสับจนย่ำแย่อยู่
เหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าเห็นใครเขาเป็นกล้วยช้างโอ่งน้ำ โตวันโตคืนก็อย่าไปอิจฉาเขา
เลย ต้องรู้ว่าเขาก็ต้องเหนื่อย ไม่ต้องไปค่อนขอดใครเขา เอาฝีมือของเราทำงานให้ดี
ที่สุดไป ได้เท่าไรก็พอใจเท่านั้น แล้วเราจะทำงานกันอย่างมีความสุข งานก็ทำๆ ไป บุญก็
ทำไป ตัวเองก็ปรับปรุงกันไป เจริญวันเจริญคืน แล้วก็จะมีแต่ความสุขทั้งในหน้าที่การ
งานและครอบครัว
สำหรับวันนี้ หลวงพ่อคงขอฝากข้อคิดให้กับเราไว้เพียงแค่นี้
ขออำนาจบารมีธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และบารมีธรรมที่ท่าน
ทั้งหลายได้สั่งสมอบรมมาดีแล้ว นับด้วยร้อยชาติทันชาติหมื่นชาติแสนชาติก็ดี และบุญ
กุศลที่จะได้ตั้งใจนำไปปฏิบัติต่อไปในภายภาคหน้าก็ดี จงประมวลรวมกันเข้า เป็นตบะ
เป็นเดชะ เป็นพลวปัจจัย ส่งผลดลบันดาลให้ทุกท่าน สุขทั้งกาย สุขทั้งใจ ให้มีความเจริญ
ถ้าวหน้าในการงานที่รับผิดชอบ ให้ไปได้จนถึงที่สุดในสายงานนั้นๆ ให้เป็นที่รักที่นับถือ
ที่เกรงใจของมนุษย์และเทวดาตลอดไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน เทอญ
0
กัลยาณมิตร ba ห์ดุษภาคม ๒๕๔๐