ข้อความต้นฉบับในหน้า
ซากคนไจลูกที่รักแม่มากที่สุดใปสเต
นุ่นลูกรัก
กว่าแม่จะตอบจดหมายฉบับนี้ได้ออกจะล่าช้าสัก
หน่อยนะจ๊ะ เพราะแม่เพิ่งหายจากอาการปวดขาทั้ง ๒ ข้าง
ไม่รู้ว่านั่งทํางานในท่าที่ผิดหรืออย่างไร พอลุกขึ้นมาเท่านั้น
ก็รู้สึกขาชาเป็นเหน็บแบบปวดๆ หนึบๆ ก้าวขาแทบไม่ออก
ปรากฏว่า คืนนั้นและคืนต่อมา ๒ คืน นอนไม่หลับ
เพราะอาการปวดยิ่งเป็นเพิ่มขึ้น แม่นึกว่าเป็นเหน็บชา
แล้วเดี๋ยวคงหายไปเองแบบที่เคยเป็น แต่คราวนี้ไม่เป็น
อย่างนั้น อาการปวดยิ่งเพิ่มขึ้นแถมเป็นขยับขึ้นมาที่
บริเวณสะโพกด้วย แล้วยังที่แขนทั้งสองข้างก็มีอาการเป็น
เหน็บชาที่ปลายมือ เป็นแบบข้ามวันข้ามคืน ทำให้แม่คิด
ว่าอาการแบบนี้คงจะไม่ธรรมดา หรือเราจะเป็นอัมพาต
เข้าแล้ว ทำ ให้ใจคอไม่ดี แม่ปวดมากเลยจนน้ำตาไหล ไม่
เคยปวดขนาดนี้ ปวดแบบน้องๆ ปวดท้องเวลาจะคลอด
อย่างนั้นแหละ
แม่ริบหลับตาใจจรดกลางองค์พระ ขอเอาใจมุด
เข้าไปในกลางองค์พระก่อนที่ความฟุ้งซ่านของใจจะกำเริบ
มากขึ้น เพราะแม่รู้ว่าเวลาเราเจ็บป่วย ใจของเราก็พลอย
จะป่วยตามไปได้ ใจมันจะรู้สึกว้าเหว่เศร้าหมองไม่สบาย
พฤษภาคม ๒๕๔๐
ยิ่งกว่ากาย ถ้าเรารู้ทันใจของเราก็ต้องรีบแก้ไขโดยเอาใจ
จรดดิ่งเข้าไว้ตรงกลาง ใจเราต้องการการเยียวยารักษา
เช่นเดียวกับกายหยาบที่ต้องการหมอมาเยียวยารักษา ที่ที่
ดีที่สุดที่ใจจะได้รับการรักษาคือตรงกลางที่ศูนย์กลางกาย
นั่นแหละ ที่ที่เราจะได้พบองค์พระซึ่งท่านไม่เคยทอดทิ้ง
เราเลย ไม่ว่ายามแข็งแรงหรือยามเจ็บไข้ได้ป่วย ท่านก็อยู่
ของท่านอย่างนั้นอยู่แล้ว เราเพียงแค่ทำ ใจหยุดเข้าไปภายใน
ก็จะได้พบที่พึ่งที่ระลึกของเราได้แน่นอน บางครั้งเวลาอยู่
เงียบๆ คนเดียว ใจมันก็จะรำพึงขึ้นมาเองว่า เอ! ตอนนี้
เราอยู่คนเดียวจริงๆ หันไปไม่เห็นใครเลย คนที่เรารักก็ไม่
ได้อยู่ใกล้เราสักคนเดียว ยิ่งยามเจ็บป่วยแล้วหาใครสักคน
ก็ไม่มี เพราะทุกอย่างก็เป็นไปตามโลกธรรมคือ เกิดขึ้น
ตั้งอยู่ และดับไป ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน มีเพียงพระ
ธรรมกายภายในเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งที่ระลึกอย่างแท้จริง ใจ
แม่ก็จะพุ่งติดเข้าไปในกลาง องค์พระท่านก็พรั่งพรูออกมา
เสมือนหนึ่งเตือนสติของเราไม่ให้ฟุ้งซ่าน ให้เราหมั่นรำลึก
นึกถึงท่าน ก็จะพบท่านในกลางอย่างจริงแท้แน่นอน ใจ
เราก็จะตระหนักขึ้นมาเองว่า นี่แหละคือสิ่งที่จริงแท้เป็น
นิจจัง สุขัง และเป็นอัตตา พระธรรมกายคือสิ่งที่มีจริงมี
0 กัลยาณมิตร