ข้อความต้นฉบับในหน้า
รายเหลือนี่แหละที่จะเป็นหลัก
ประกันความเป็นอยู่จองจิ๋วตได้
ดังนั้น การงจีวตที่ถูกต้อง
จะต้องให้ทรัษย์
เหลืออยู่ คือต้อง
หยายามรักษาทรัพย์
ให้เหลือเค้าไว
ความเป็นอยู่ของชีวิตได้ ดังนั้น การ
ดำรงชีวิตที่ถูกต้องจะต้องให้มีทรัพย์
เหลืออยู่ คือต้องพยายามรักษา
ทรัพย์ให้มีเหลือเข้าไว้ วิธีที่จะทำให้
ทรัพย์เหลือนั้นมีหลายวิธีด้วยกันคือ
คือ ขยันหาทรัพย์
๑. ขยันในหน้าที่การงาน
สมบัติให้มากขึ้น เมื่อมีรายจ่ายมาก ก็ต้องเพิ่มรายได้
ด้วยการหาเพิ่มขึ้น นั่นคือต้องขยันเพิ่มขึ้น ถึงจะ
ลำบากเพิ่มขึ้นก็ต้องยอม เพราะว่าถ้าไม่ขยันไม่ทำงาน
เพิ่มขึ้นรายได้ก็ไม่เพิ่ม ถ้าขยันรายได้ก็เพิ่ม รายได้ที่
เพิ่มนี้จะทำให้มีรายเหลือได้บ้าง และจะไม่ต้องชักทุนที่
มีอยู่แล้วออกไป หากกินใช้แต่ของเก่า ไม่ช้าก็จะหมด
ไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อหมดแล้วอาจหมดเลยก็ได้ แต่เมื่อมี
รายได้เพิ่มขึ้น ก็ต้องระวังมิให้รายจ่ายเพิ่มเป็นเงาตาม
ตัวด้วย
ๆ
๒. ไม่ประมาทพลั้งเผลอ คือ มีสติควบคุมราย
จ่ายทุก ๆ อย่าง ควรจ่ายหรือไม่ควรจ่ายอย่างไร ต้อง
คิดให้รอบคอบก่อนจ่ายเสมอ ถ้าเป็นคนมือเติบใจเติบ
หาเท่าไรก็ไม่เหลือและไม่พอ คนที่ประมาทพลั้งเผลอ
อาจผลาญทรัพย์สมบัติของตระกูลให้หมดไปโดยไม่รู้ตัว
ก็ได้
๓. เข้าใจจัดการ คือ มีความฉลาดในการ
จัดการทรัพย์สมบัติที่มีอยู่และที่หาได้ รู้จักแบ่งสรรปัน
ส่วนว่าควรจ่ายอะไร ควรจ่ายเท่าไร ควรเก็บเท่าไร
รวมไปถึงการนำทรัพย์ที่มีอยู่ไปลงทุนทำกิจการต่างๆ
เพื่อเพิ่มรายได้ หรือรู้จักเก็บค่าสิ่งของ รู้จักใช้สิ่งของให้
คงทนถาวรไม่เสียหายง่าย
๔. เลี้ยงชีวิตพอเหมาะพอควร คือ รู้จักกินรู้จักใช้
ไม่ให้ปิดเคืองจนเดือดร้อน แต่ก็ไม่ฟุ่มเฟือยจนเกินตัว
อยู่ในระดับประหยัดและมัธยัสถ์ ไม่ใช่มีมากใช้มาก มี
น้อยใช้น้อย เพราะลักษณะเช่นนั้นจะทำให้ไม่มีเหลือ
อยู่ในฝ่ายฟุ่มเฟือย
การแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจของตนนั้นดูออกจะ
ไม่ยากนัก เมื่อคนเรามีระเบียบวินัยในการดูแลจัดการ
ทรัพย์ของตน ดูแลเรื่องรายรับรายจ่ายและรายเหลือให้
ดี ปฏิบัติตามหลัก “เพิ่มรายรับ ลดรายจ่าย” อย่าง
เคร่งครัดเข้าไว้ ความยากจนจะมีได้อย่างไรกัน
พฤษภาคม ๒๕๔๐
กัลยาณมิตร
........