ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๒
ตรงกันข้าม เพราะฉะนั้นสุรานี่เป็น
ที่ตั้งของความประมาท ถ้าเลิกสุรา
เสียได้ก็เป็นเหตุของความไม่เป็นที่
ตั้งของความประมาท ศีลสิกขาบท
ก็รวมอยู่ในสุรานั่น อยู่ในความ
ประมาทนั่น นี่เป็นตัวสำคัญ
ให้รู้จักหลักมั่นดังนี้ละก็เป็น
ภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา
ต้องมั่นอยู่ในศีลทั้งห้านี้ ได้ชื่อว่า
พุทธศาสนิกชน หรือ เรียกว่าชนภาย
ในพระพุทธศาสนา ต้องให้มีศีลห้า
นี้ให้มั่นอยู่ในขันธสันดานเสียตอนต้น
สิกขาบท คือศีลสุรานี้
ล่วงสิกขาบทเดียวเท่านั้น ถ้าออก นี้เรียกว่าศีลโดยปริยายเบื้องต่ำนะ
ศีลสุราสิกขาบทนี้ ท่านวาง ประตูที่สองจะต้องลักทรัพย์สมบัติ แต่โดยปริยายเบื้องต่ำนี่
หลักไว้เทียบด้วยคชสารช้างตัวหนึ่ง ล่วงสิกขาบทเดียวเท่านั้น ถ้าออก แหละ ศีลของภิกษุก็มีเหมือนกัน ๕
มีเท้า ๔ มีงวง และช้างนั่นมัน ประตูที่สามจะต้องล่วงกาเมสุมิจฉา- สิกขาบทนี่ก็เป็นสิกขาบทของภิกษุ
เป็นอยู่ด้วยงวงมัน ถ้าว่าเมื่องวงมัน จารก็ล่วงสิกขาบทเดียวเท่านั้น ถ้า เหมือนกัน แต่ท่านจัดศีลของภิกษุ
มีอยู่ตราบใดละก็ งวงนั่นมันเลี้ยง ออกประตูที่สี่จะต้องพูดปด ก็ล่วง โดยปริยายเบื้องสูงขึ้นไปอีก ว่า อิธ
ชีพของมัน มันฉุดหญ้ามาเลี้ยง สิกขาบทเดียว ของตามประตูนั้น ๆ ภิกขุ ภิกษุในธรรมวินัยของพระ
ร่างกายมัน ใส่ปากมันได้ ถ้าไม่มี ถ้าออกประตูที่ห้าจะต้องล่วงสุรา ตถาคตเจ้านี้ สีลวา โหติ ย่อมเป็น
งวงละก็ช้างมันจะก้มลงกินหญ้า อย่าง ดื่มสุราละก็หมดทั้งสี่สิกขาบท ห้า ผู้มีศีล ภิกษุมีศีลน่ะมีอย่างไร ไม่ต้อง
กับโค อย่างกับกระบือ อย่างไรล่ะ สิกขาบทลมหมดทีเดียว ทานวาง สมาทานเหมือนอุบาสก อุบาสิกา
มันสูง มันก้มไม่ถึงนี่ จะต้องนอน หลักไว้อย่างนี้ - อย่างนี้หรอก ภิกษุมีศีลนะ ศีล
ลงละซี ทำลำบากเหตุนี้งวงจึงเป็น เมื่อรู้จักดังนี้แล้วก็ศีลห้า สําเร็จด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจา
ตัวสำคัญ เป็นชีวิตของช้างทีเดียว สิกขาบทสุราเป็นตัวสำคัญ ตัวสำคัญ พระสงฆ์ในปัจจันตประเทศตั้งแต่ ๕
ศีลทั้ง ๔ สิกขาบทสุราเป็นชีวิตที่ ที่เดียว แบบเดียวกัน โลภะ โทสะ รูปขึ้นไป ในมัชฌิมประเทศตั้งแต่ ๑๐
เดียวหนา ถ้าเลิกสุราไม่ได้ละก็ โมหะ ๓ ข้อนี้ ใครเป็นสำคัญ โมหะ รูปขึ้นไปมาประชุมพร้อมกัน ต้องมี
มารักษาศีลมันลำบากนักละ เพราะ เป็นสำคัญ ตัวหลงเป็นตัวสำคัญ อุปัชฌาย์ มีพระกรรมวาจา พระ
ว่าได้แต่ ๔ ห้าไม่ได้ นั่นก็พูดเอา เพราะฉะนั้นสุรานี้เป็นตัวประมาทที่ อุปัชฌาย์ตรัสขึ้นในหมู่พระสงฆ์นั้น
ตามชอบใจ ถ้าล่วงสุราเสียสิกขาบท เดียว ธรรมที่เป็นกุศลในพระไตร ให้สวดญัตติจตุตถกรรมวาจาสมมุติ
เดียวเท่านั้นแหละ อีก ๔ สิกขาบท ปิฎกมากน้อยเท่าใด สรุปลงใน กุลบุตรคนใดคนหนึ่งขึ้น ให้เป็น
ล้ม ความไม่ประมาททั้งนั้น
สลายหมด
m
รักษาอยู่ไม่ได้
ถ้าว่า ภิกษุภาวะในพุทธศาสนา เหมือน
ละลายหมด สุราสิกขาบทเดียว ประมาทแล้วออกนอกธรรมที่เดียว เราที่เรียกว่าเราบวชนาคบวชพระกัน
เขาจึงได้ตั้งว่า พระนคร ๆ หนึ่งมี ไม่อยู่ในธรรมเสียแล้ว ถ้าประมาท อยู่ทุกวันนี้ ที่เป็นเจ้าภาพบวชให้
ประตู ๕ แห่ง ถ้าออกประตูหนึ่ง ละก็ออกนอกธรรม ไม่อยู่ในธรรม ภิกษุสามเณรน่ะ บวชให้เป็นภิกษุ
จะต้องฆ่าสัตว์ ออกประตูที่สองจะ ที่เดียว ถ้าว่าไม่ประมาทละก็อยู่ใน ทีเดียว หรือสามเณรก็ต้องมีศีล ๑๐
ต้องลักทรัพย์สมบัติ จะออกประตูไหน ธรรมที่เป็นกุศลทีเดียว ถ้าประมาท ขึ้นไป
ถ้าออกไปประตูที่หนึ่งต้องฆ่าสัตว์ ก็ ขึ้นแล้วอยู่ในธรรมที่เป็นอกุศลทีเดียว ศีล ๕ เป็น เหฏฐิมศีล ศีล
ก ล ย า ณ ม ต ร