ข้อความต้นฉบับในหน้า
โครงสร้าง (Superstructure)
พื้นฐานสังคม (substructure)
ภาวะปลอดจากความขัดแย้งทางจิต - มนุษย์ - ภาวะปลอดจากความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ
มนุษย์ - ความขัดแย้ง (การต่อสู้แย่งชิงผลประโยชน์)
เบื้องต้น
ที่มีความเจริญมากที่สุด มีบารมี
และปลอดจากความขัดแย้งทางใจ
มากกว่าผู้อื่น จึงได้รับการยกย่อง
ช) พวกพราหมณ์ทำหน้าที่
สั่งสอนให้ธรรมทางจิตใจเท่านั้นใน
ส่วนกษัตริย์ทำหน้าที่
ความขัดแย้ง (กิเลส)
ทางความขัดแย้งทางรูปวัตถุ กษัตริย์
ความขัดแย้งขั้นสูงสุด
ที่เจริญด้วยความรู้ผิดชอบที่ถูกต้อง
(บาปขั้นสุดยอด)
มนุษย์
-
สงคราม (การเมืองขั้นสุดยอด)
และปกครองตามธรรมนั้น ย่อม กันไม่เป็นธรรม ส่งผลให้สังคม ความจริงในส่วนนี้ทำให้พุทธ
เปรียบเสมือนกษัตริย์นักปราชญ์หรือ พัฒนาความขัดแย้งทางโลกและทาง ศาสนามุ่งการกำจัด “ความอยาก
Philosopher King
ปัญหาเรื่องความเสื่อมของ
สังคม
จิตไปสู่สังคมที่พัฒนาขึ้นจากชุมชน อย่างเกินเลย (เช่นความฟุ่มเฟือย
ไปสู่เมืองและชาติ ระเบียบสังคม ในการบริโภค) ขจัด "ความโลภ
งอกเงยมาจากความพยายามของ (เช่นการสะสม) อันเป็นเหตุให้เกิด
มนุษย์ที่จะขจัดความขัดแย้งทั้งสอง ความขาดแคลนทางปัจจัยบริโภคขึ้น
จากอัคคัญญสูตรเราทราบว่า ด้านโดยสิ้นเชิง แต่ทัศนะทางพุทธ ส่วนผสมในความคิดนี้เป็นเหตุให้
มนุษย์มีแนวโน้มที่จะพัฒนาจิตใจสอด ศาสนาเน้นว่า ความขัดแย้งนั้นเริ่ม เกิดการกระทำ และการกระทำส่งผล
คล้องไปสู่กิเลสทางรูปธรรมต่าง ๆ ต้นจากสมมติเหตุของมนุษย์ที่เริ่มด้วย ในกรรมต่าง ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น
มากมาย กิเลสเหล่านี้เป็นผลมา "ความอยาก” คือลองชิม “ง้วนดิน” ระหว่างความคิดกับการกระทำ
จากการที่มนุษย์มีกรรมหรือประกอบ และ ความอยากก็เป็นปัจจัยสำคัญ มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า มโนกรรม หรือ
พฤติกรรมกับโลกมากขึ้นนั่นเองความ หรือสัญชาตญาณ ที่ทำให้มนุษย์ “เจตนา” (Will) ที่เป็นสิ่งเชื่อมโยง
ขัดแย้งทางจิตใจจึงก่อให้เกิดความ วิวัฒนาการจากสัตว์มาเป็นมนุษย์ที่ ต่อกัน เจตนาถูกแฝงเร้นด้วยกิเลส
ขัดแย้งทางโลก และความขัดแย้ง มีชุมชน และมีความขัดแย้งที่พัฒนา
อย่างมีขอบเขตทางโลก โดยเฉพาะ ขึ้นตามลำดับ
ทางเศรษฐกิจก็เป็นปัจจัยหลัก (ไม่ใช่ ในทางเศรษฐศาสตร์ อัคคัญ
ปัจจัยเดียว) ทำให้เกิดความขัดแย้ง ญสูตร มีสมมติฐานว่า ในเบื้องต้นนั้น
ทางใจอย่างไม่รู้ประมาณอีกด้วย "ทุกอย่างอุดมสมบูรณ์” มนุษย์หา
ระเบียบเศรษฐกิจตามธรรม อาหาร “เท่าที่เพียงพอ” คือเก็บมื้อ
การ
นานาชนิด ดังนั้น เจตนาจึงเป็น
แหล่ง "สะสม” ความนึกคิดที่เป็น
อกุศลทางโลกหลายชนิด เจตนาที่
มีการสะสมมาก
1 ก็เหมือนการ
สะสมรูปสมบัติ วัตถุซึ่งก่อให้เกิด
ความขัดแย้งอันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์
ชาติ ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งทาง กินมื้อ ไม่มีการสะสม สมมติฐาน ทางโลกขึ้นในด้านจิตใจนั้น
การเมือง อันนำมาถึงการฆ่าฟันกัน ในตอนนี้หมายความว่าเศรษฐศาสตร์ สะสมอกุศลทางโลกมาก ๆ เอาไว้
และเป็นสงครามในบั้นปลายที่สุด ถ้า ที่ว่าด้วยการแบ่งส่วนเฉลี่ยของทรัพ ก็ก่อให้เกิดทุกข์ทางใจขึ้น ทำให้เกิด
สังคมพัฒนาจากจุดที่ปลอดจากการ ยากรที่ขาดแคลนยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งก็ ความรู้สึกสัมผัสกับความขัดแย้งทาง
ขัดแย้งที่สุดไปสู่ความขัดแย้งสูงสุด หมายความต่อไปอีกว่ามนุษย์ยังไม่มี โลกมากยิ่งขึ้นปราชญ์จิตนิยมตะวัน
เราอาจสามารถแยกลักษณะการแปร “ระบบ” เศรษฐกิจนั่นเอง ดังนั้น ตกผู้หนึ่ง” ซึ่งสนใจในพุทธศาสนา
ปริมาณและคุณภาพของความขัด "ความอยาก” จึงเป็นต้นเหตุแห่งการ ได้ตีความหมายของคำว่า “นิพพาน”
แย้งทั้งทางจิตและทางวัตถุได้ดังนี้ นำเอาทรัพยากรมาบริโภคจนพัฒนา ว่าเป็นการดับสิ้น” ทางเจตนา สาเหตุ
(ดูในตารางข้างบน)
ไปเป็น "ความโลภ” อันเป็นผลให้ ของความทุกข์ทรมานคือการมีเจตนา
ความเสื่อมของสังคมจึงน่าจะ เกิดการ “สะสม” และการแย่งชิง แรงกล้า ยิ่งเราผ่อนคลายความรู้สึก
หมายถึง “ความเจริญทางวัตถุที่แบ่ง ผลประโยชน์ในบั้นปลาย
ตลอดจนทำให้เจตนาอ่อนลง เราก็
๗๖
กั ล ย า ณ ม ต ร