ข้อความต้นฉบับในหน้า
สังเกตของพระเราที่วัดนี้ งานที่พระ เยอะ แล้วจะมาวัดทำไม วัดไม่ร่มรื่น ไอ้เรื่องค่ารถมาวัดนะไม่ต้องมาพูด
วัดนี้ทำ บางทีเราทำกันแต่ว่าเรา วัดสกปรกรกรุงรัง การเทศน์การสอน กันละ เราก็เลยจัดรถให้ถึง 4 จุด
เอกลางปนขน
ไม่เคยโฆษณา หลายท่านก็ไม่รู้ เพราะ
ฉะนั้นวันนี้ขอโฆษณาคุณภาพตัวเอง
สักหน่อยเถอะนะ ไม่โม้นะ เรื่องจริง
ถ้าเราสังเกตตั้งแต่เมื่อก
ไปจนกระทั่งปีที่แล้ว จะพบว่ามี
ประชาชนมาที่วัดนี้ประมาณ ๕๐๐-
๕๐๐ คนเป็นอย่างมาก ในวันอาทิตย์
ธรรมดา ถ้าอาทิตย์ต้นเดือนก็
ประมาณ ๑,๒๐๐-๑,๔๐๐ คน ซึ่ง
ถ้าใครได้ยินแล้วก็จะรู้สึก โอ้โฮ มี
คนมามาก เหลือเกินทั้ง ๔๐๐-๕๐๐
คน ตั้งพันหนึ่งพันสอง เยอะเหลือ
เกิน ซึ่งวัดอื่นไม่ค่อยมีกัน
ก็ยังไม่สอดคล้องกับการศึกษาสมัย ด้วยกัน
ใหม่ของเด็ก อุปกรณ์การเทศน์
การสอนไม่ดี เช่น เป็นต้นว่า เครื่อง
ขยายเสียง ก็วัดหนึ่งมีลำโพงตัวหนึ่ง
ดังลั่นไปเลย ใครนั่งอยู่ใกล้ ๆ
แทบแตก ยกตัวอย่างสิ่งเหล่านี้
มันเลยทำให้เด็กนี้ ทั้ง ๆ ที่อยาก
มาวัด พอถึงหน้าประตูวัดแล้วก็ ใช้
เปลี่ยนใจกลับ ตั้งแต่เจอหมาหยอด
ขี้ไว้เป็นหย่อม ๆ เฮ้ย ไม่เอาแล้ว
มากจะ
0.
ที่หน้ามหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์
๒. ที่หน้า ม.จุฬาฯ
A.
ที่หน้า ม.ธรรมศาสตร์
A.
ที่หน้า ม.รามคำแหง
๕. ที่หน้าทีวี ช่อง
5. ที่หน้าวิทยาลัยเทคโนฯ
พระจอมเกล้า
๗. ที่เชิงสะพานพระโขนง
ที่รังสิต
ส. ทรงสต
นี่ จัดไว้ให้ถึง 4 จุด พอ
ไปเล่นสเกตดีกว่า ไปตีสโก้ดีกว่า
แล้วแกก็ไม่เข้าวัด เราก็ปรับปรุงเลย
พอเริ่มสร้างวัดก็ปลูกต้นไม้ต้นไร่ เราจัดรถให้ 4 จุด จากวันอาทิตย์
๑,๕๐๐
ขึ้นมา
ถามว่า ทำไมเราทำได้ ถนนหนทางทำให้มันเรียบร้อยขึ้นมา ธรรมดา อาทิตย์ละ ๕๐๐ ก็ขึ้น
เพราะเรียบร้อยอย่างนั้นน่ะ จึงมี พรวดมาเป็น
ประชาชนมา ในระยะต้น ๆ ก็ ๕๐ แล้วมันก็หยุดชะงักอยู่ตรงนี้อยู่เป็น
๑๐๐ คนทุกอาทิตย์ ต่อมาก็ เดือน ๆ เข้า สำรวจต่อ เออ มัน
เมื่อปีที่แล้วจนกระทั่ง ขาดตกบกพร่องอะไร
อย่างนี้ ขณะที่วัดอื่น ๆ ในประเทศ
ไทยอีกเป็นหมื่นวัดทำไม่ได้ ที่เรา
ทำได้อย่างนี้ก็เพราะว่า เมื่อเราเริ่ม
สร้างวัดนี้ เรามองไม่เหมือนคนอื่น
มอง
ในวงการศาสนา เช่น พระภิกษุก็ดี
มองอย่างนี้ว่า เด็กเดี๋ยวนี้ไม่อยาก
เข้าวัด เด็กไม่อยากเข้าวัด ถ้าพูด
อย่างนี้ ก็แสดงว่าเด็กมันเลว มัน
เลวจริง ๆ เลย มันไม่อยากเข้าวัด
แล้วผู้ใหญ่ก็เลยไม่ต้องแก้ไขอะไร
พูดอย่างนี้ ทับถมเด็ก ใช้ไม่ได้
คน
boo-moo
บางคนมา
คนอื่นในวงการศึกษาก็ดี ปีนี้ ๔๐๐-๕๐๐ ต่ออาทิตย์ ยก อาทิตย์เว้นอาทิตย์ ไอ้บางคนจะมา
เว้นอาทิตย์ต้นเดือนที่ ๑,๒,๐๐-๑,๕๐๐ แต่วันอาทิตย์ต้นเดือน เช็คไป เช็ค
ประมาณนั้น เราก็มาคิดกันต่อไปว่า มา อ้อ พบอีก บางคนตอบแบบ
เออ แล้ว ถ้าเราเขาจำนวนของเด็ก กระมิดกระเมี้ยน หนูไม่มีค่าข้าว
ที่มาวัดนี้ อาทิตย์ธรรมดา ๕๐๐ คน กลางวันกินค่ะ เอ้าไม่เป็นไร จัด
เมื่อเทียบกับเด็กมหาวิทยาลัยซึ่งมี อาหารเอาไว้ให้ อาหารกลางวัน แต่
อยู่ตั้งหลาย ๆ สถาบันการศึกษา อาหารเย็นไม่ไหวนะหลวงพ่อแย่เลย
นักเรียนชั้นมัธยมก็อีกตั้งเยอะตั้งแยะนี่ พอจัดอาหารกลางวันให้ จํานวน
ของเรา พระที่นี่มองกลับ เมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วผู้มาวัดนี้ ของเด็กก็เพิ่มขึ้นมาอีก ขณะนี้โดย
เรามองอย่างนี้ อุ้ย นิดเดียว
เฉพาะวันนี้ประมาณ
ระมาณ ๒,๕๐๐ เศษ
กันกับวัดอื่นเขา
มองว่าเด็กน่ะอยากเข้าวัด แต่ว่า ก็มาตั้งปัญหาถามกันว่า เพิ่มขึ้นมาอย่างนี้
หาวัดที่น่าเข้าไม่ค่อยจะได้ ทำไม ทำไม วัดเราไม่น่าเข้าหรือเขาจึงไม่
หลาย ๆ วัด
แล้วในระยะระหว่างนี้ก็
หาวัดที่น่าเข้าไม่ค่อยได้ เพราะว่า มา เราก็ตรวจสอบข้อมูลโดยไม่รู้ตัว พยายามเก็บข้อมูลอีก ก็เป็นเรื่องที่
ในที่สุดก็พบประเด็นหนึ่งว่า เออ กำลังจะต้องตัดสินใจ คือผู้ที่มาวัด
เอาละ วัดละน่าเข้า แต่เด็กยังมี มีอยู่ด้วยกันหลายระดับ ระดับผู้เฒ่า
ปัญหาอยู่อีก ไม่มีตั้งค่ารถ ยิ่งพวก ระดับหนึ่ง ระดับกลาง ๆ คนระดับ
ที่อยู่ต่างจังหวัด ลูกตาสีตาสา ชาวไร่ หนึ่ง ระดับเด็กวัยรุ่นอีกระดับหนึ่ง
ชาวนา การเงินจำกัดจำเขี่ย ได้ แล้วก็ระดับเมื่อเริ่มจะรุ่นอีกระดับ คือ
เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯก็ดีแล้ว แต่ว่า ในระดับอะไรละ ประถมปลาย จะ
๑. สกปรกรกรุงรังกว่าบ้าน
ของเขา แล้วจะมาทำไม
๒. ความร่มรื่นก็ไม่ค่อยจะมี
สู้บ้านเขาไม่ได้ บางคนที่บ้านเขา
ทำสวนหย่อมสวยเข้าท่ากว่าวัดตั้ง
ก ล ย า ณ ม ต ร
๕๑