ศีล ๘ และการประพฤติในพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 9 หน้า 15
หน้าที่ 15 / 112

สรุปเนื้อหา

๔ ที่เรารักษาวันนี้เป็นเหตุฏฐิมศีลไหม ล่ะ ไม่เป็นเหฏฐิมศีลเป็น อติเรกศีล ศีลสูงกว่าศีล ๕ ขึ้นไป สำคัญอยู่ ข้อไหน ศีล ๘ น่ะ ที่ยกขึ้นเป็น อติเรกศีลขึ้นไปน่ะสำคัญในข้อ วิกาล- โภช นัจจคีต มาลา อุจจา ชาตรูป คือ เว้นจากบริโภคอาหารในเวลา วิกาล การบริโภคอาหารเป็นอย่างไร หรือ การบริโภคอาหารนั้นเป็น รสตัณหา ถ้าว่าเว้นเสียละก็เว้นรส ตัณหาที่เดียว บริโภคอาหารที่เป็น รสที่อร่อย มีรสมีชาติขึ้นสำคัญนัก อ้ายรสอันนั้นสำคัญ นัจจคีต ฟ้อน ภิกษุเป็นผู้มีศีล ๆ ของ แต่ว่าข้อสำคัญทั้งนั้นไม่ใช่ข้อเล็กน้อย รำ ขับร้อง เครื่องประโคมขับร้อง ภิกษุ ศีล ๕ ก็รวมอยู่ด้วย ศีล ๘ ศีล เพราะฉะนั้นควรไหว้ควรบูชา ภิกษุ ดีดสีตีเป่าต่าง ๆ ฟ้อนรำ ขับร้อง รวมอยู่ด้วยทั้งนั้น เข้ามารวม ประพฤติได้ในสิกขาบัญญัติน้อยใหญ่ ให้เกิดเป็น สัทท

หัวข้อประเด็น

- ศีล ๘ และการประพฤติในพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๔ ที่เรารักษาวันนี้เป็นเหตุฏฐิมศีลไหม ล่ะ ไม่เป็นเหฏฐิมศีลเป็น อติเรกศีล ศีลสูงกว่าศีล ๕ ขึ้นไป สำคัญอยู่ ข้อไหน ศีล ๘ น่ะ ที่ยกขึ้นเป็น อติเรกศีลขึ้นไปน่ะสำคัญในข้อ วิกาล- โภช นัจจคีต มาลา อุจจา ชาตรูป คือ เว้นจากบริโภคอาหารในเวลา วิกาล การบริโภคอาหารเป็นอย่างไร หรือ การบริโภคอาหารนั้นเป็น รสตัณหา ถ้าว่าเว้นเสียละก็เว้นรส ตัณหาที่เดียว บริโภคอาหารที่เป็น รสที่อร่อย มีรสมีชาติขึ้นสำคัญนัก อ้ายรสอันนั้นสำคัญ นัจจคีต ฟ้อน ๑๐ ภิกษุเป็นผู้มีศีล ๆ ของ แต่ว่าข้อสำคัญทั้งนั้นไม่ใช่ข้อเล็กน้อย รำ ขับร้อง เครื่องประโคมขับร้อง ภิกษุ ศีล ๕ ก็รวมอยู่ด้วย ศีล ๘ ศีล เพราะฉะนั้นควรไหว้ควรบูชา ภิกษุ ดีดสีตีเป่าต่าง ๆ ฟ้อนรำ ขับร้อง รวมอยู่ด้วยทั้งนั้น เข้ามารวม ประพฤติได้ในสิกขาบัญญัติน้อยใหญ่ ให้เกิดเป็น สัททตัณหา ฟ้อนรำ อยู่ในศีลของภิกษุหมด แต่ภิกษุ ของตัวได้ละก็ น่าไหว้ น่าบูชานัก ขับร้องเหล่านี้ ดีดสีตีเป่าเหล่านี้ เป็นผู้มีศีลน่ะ เมื่อสำเร็จญัตติจตุตถะ เป็นของทำยาก ไม่ใช่เป็นของทำง่าย เป็นสัททตัณหา เป็นสัททตัณหาขึ้น กรรมวาจาในท่ามกลางพระสงฆ์ 1 อาจารโคจรสมปนโน ถึง ตรึงใจสัตวโลกให้หมุนเวียนอยู่ในภพ สำเร็จญัตติจตุตถกรรมในท่ามกลาง พร้อมด้วยอาจารมารยาท เครื่องมา ออกจากภพไม่ได้ ทัดทรงประดับ ของสงฆ์แล้ว ศีลสิกขาบทบัญญัติ ประพฤติโดยเอื้อเฟื้อและ โคจร ประดาด้วยดอกไม้ของหอม เครื่อง น้อยใหญ่ไม่ได้สมาทานเลย สมบูรณ์ มารยาท เครื่องมาประพฤติและโคจร ให้เกิดยั่วยวนต่าง ๆ เครื่องลูบไล้ บริบูรณ์เมื่อจบญัตติจตุตถกรรมวาจา ของภิกษุนะ ภิกษุจะเดินไป หา ละลายทาต่าง 1 นี่เป็นสัททตัณหา เป็นภิกษุภาวะในพุทธศาสนาขึ้น ตำหนิไม่ได้ ตาก็ทอดลงมาชั่วแอก ขึ้น นั่งนอนอาสนะสูงใหญ่ ภายใน ศีลของภิกษุเป็น อปริยันต์- หนึ่ง เรียกว่าตาตายไม่ใช่ตาเป็น มีนุ่นและสำลี ให้เกิดเป็นโผฏฐัพพ- ปาริสุทธิศีล ที่เดียว ศีลไม่มีที่สุด ทอดลง แม้จะเบิกตาขึ้นก็เพียงว่าดู ตัณหาขึ้น อันตรายเท่านั้น ที่จะแสวงหาวิสภา คารมณ์ ที่จะแสวงหารูปที่จะชอบก็ ไม่มีเลย ไม่มีแก่ภิกษุเลย ภิกษุ เดินไปก็ตั้งอยู่ในความสำรวม เรียกว่า อินทรียสังวร สำรวมทีเดียว สำรวม อินทรีย์ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ให้ยินดี ยินร้าย เวลาเห็นรูป ยินเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้อง โผฏฐัพพะ รู้ธรรมารมณ์ด้วยใจ สำรวม ระวังไม่ให้โทมนัสเล็ดลอดเข้าไป ในวิสุทธิมรรคแสดงไว้ ศีลมีสามล้าน รับเงินและทองเหล่านี้ เงิน กว่าสิกขาบท ศีลของภิกษุจบพระ ทองอันเดียวเป็นตัวสำคัญ ใน ๑๐ วินัยปิฎก เป็นศีลของภิกษุน่ะ สิกขาบทนั่น เงินทองเป็นตัวสำคัญ มากมายนัก เพราะเหตุนั้น ภิกษุ ถ้าว่าเงินทองหยิบเข้าได้แล้ว อื่นหมด สีลวา ภิกษุเป็นผู้มีศีลน่ะ มีจริงนะ เสียหมด ใช้ไม่ได้แบบเดียวกับสุรา มีทั้งหมดทีเดียว แต่นี้ท่านจำแนก สำคัญนัก ถ้าว่าศีล ๘ ไม่ถึงเงิน แยกย่นลงไป ปาติโมกขสวรสวโต และทอง ไม่ห้ามเงินและทองเพียง วิหรติ ผู้สำรวมในพระปาติโมกข์ เว้น แค่ ๔ สิกขาบท ก็เพื่อตัดตัณหา ข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม ทำตามที่พระ เหล่านั้น เพราะฉะนั้นจึงเป็นอดิเรก องค์ทรงอนุญาตอยู่นี้น้อยนิดเดียว ศีล เป็นอุดมศีลขึ้น ไม่ใช่ศีล ๕ ขึ้นสู่พระปาติโมกข์นี้น้อยนิดเดียว ประทุษร้ายจิตได้ คอยระแวดระวัง ธรรมดา ศีล ๕ ธรรมดา เป็น โดยสามัญทั่วไปละก็ ๒๒๗ สิกขาบท เหฏฐิมศีล นิดเดียว อยู่ที่เดียว นั่นภิกษุหน้าที่สำรวมละ ศีลขึ้นสู่พระปาติโมกข์ เรียกว่าอาจาระ นั่นแหละเรียกว่า กั ล ย า ณ ม ต ร ๑๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More