ข้อความต้นฉบับในหน้า
• ใจดวงเดียวดวงนี้ควรรักษา
สูงด้วยค่ากว่าสิ่งใดในทุกสิ่ง
อย่าชักช้าเร่งฝึกใจอย่าประวิง
อธิศีล แปลว่า ศีลยิ่ง ศีล กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์
ยิ่งนั้นเป็นไฉน ศีลตามปกติธรรมดา ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ใส
ที่ได้แสดงมาแล้วโดยปริยายเบื้องต่ำ บริสุทธิ์ เท่าฟองไข่แดงของไก่
ปล่อยใจดั่งเข้ากลางตามพุทธองค์ เบื้องสูง ศีลยิ่งน่ะ ยิ่งกว่าเบื้องต่ำ ดวงศีลอยู่ภายในนั้นใสบริสุทธิ์เท่า
อธิศีล ศีลเห็น
เบื้องสูงไปกว่านั้นหรือ ศีลยิ่งน่ะ ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ อยู่ในดวงธรรม
ต้องเห็นศีล ไม่ใช่รู้จักศีล เห็นศีลที ที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ใสบริสุทธิ์เท่า
สำหรับผู้รักษาศีลเป็นปกติ เดียว ศีลโดยปกติสำรวม กายวาจา ฟองไข่แดงของไก่ ศีลดวงนั่นแหละ
จนรู้สึกเคยชินเป็นอุปนิสัย ขอเชิญ เรียบร้อยดีไม่มีโทษงดเว้นเบญจวิรัช ถ้าผู้ปฏิบัติไปถึงไปเห็นเป็นปรากฏขึ้น
ชวนให้เพิ่มสิ่งสุดพิเศษในการรักษา ประการ ขาดจากจิตสันดาน บริสุทธิ์ ในศูนย์กลางกายมนุษย์เห็นเป็น
ศีลด้วยการปฏิบัติธรรม ให้เห็นดวง ดุจพระอริยสาวกในธรรมวินัยของ ปรากฏขึ้น ศีลดวงนั้นแหละได้ชื่อ
ศีลให้ได้ หลาย ๆ คนคงแปลกใจ พระศาสดา นี่ศีลตามปกติธรรมดา ว่าเป็นอธิศีล เป็นอธิศีลแท้ ๆ
ว่า "ศีล" สามารถ "เห็น" กันได้ ไม่ใช่อธิศีล นี่ศีลโดยปริยายเบื้องต่ำ
เมื่อรู้จักอธิศีลดังนี้ละก็ ศีล
ด้วยหรือ คำตอบคือ “ได้” ถ้าตั้งใจ ศีลโดยปริยายเบื้องสูงเหมือนภิกษุ โดยปริยายเบื้องต่ำเบื้องสูงนั้นเป็น
รักษาศีลให้บริสุทธิ์และตั้งใจปฏิบัติ สามเณร กำลังศึกษากันเช่นนี้ ปกติศีล ในศีลที่เห็นดวงใสในกลาง
ธรรม เอาใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกาย ปาฏิโมกข์สังวรศีลสำรวมตามพระ ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ใส
ฐานที่ ๗ ให้มั่นคง ดวงศีล ที่มี ปาฏิโมกข์ เว้นข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม บริสุทธิ์เท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์นั่น
ลักษณะกลมใส ก็จะปรากฏให้ ทำตามข้อที่พระองค์ทรงอนุญาต อา อยู่ในกลางดวงธรรมที่ทำไป
"เห็น" ที่กลางกายในไม่ช้า ดัง จารโคจรสมฺปนฺโน ถึงพร้อมด้วยมาร มนุษย์ใสเท่าฟองไข่แดงของไก่ ศีล
พระธรรมเทศนาส่วนหนึ่งของหลวงพ่อ ยาทเครื่องมาประพฤติ โดยเอื้อเฟื้อ ดวงนั้นเขาเรียกว่าอธิศีล
แปลว่าศีลยิ่ง ศีลที่ผู้ปฏิบัติและเห็น
แล้วก็ ใจของผู้ปฏิบัติก็หยุดนิ่งอยู่
กลางดวงศีลนั่นบ้าง ไม่ลอกแลก
เหลวไหล เหลวไหลเลอะเลือน ใจ
เป็นหนึ่งลงไป กลางดวงศีลนั่น นั้น
เป็นอธิศีลแท้ ๆ ศีลนั่นจะบริสุทธิ์
วัดปากน้ำว่า
และโคจร อนุมตฺเตสุ วัชเชส ภัยท-
"...บัดนี้จักแสดงใน อธิศีล สลีวา เห็นภัยทั้งหลายในโทษแม้มี
อธิจิต อธิปัญญา ต่อจาก ศีล สมาธิ
ประมาณน้อย สมาทายสิกฺขติ ปเทสุ
ปัญญา โดยปริยายเบื้องต่ำเบื้องสูง สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบทบัญญัติ
เป็นลำดับมา อธิศีล แปลว่า ศีลยิ่ง
อธิจิต แปลว่า จิตยิ่ง อธิปัญญา
น้อยใหญ่ทั้งหลาย นี่ศีลโดยปริยาย
เบื้องสูง ไม่ใช่อธิศีล
อธิศีล
แปลว่า ปัญญายิ่ง แปลตามมคร คือบริสุทธิ์ตลอดจนกระทั่ง ก็เห็นว่าบริสุทธิ์ ศีลไม่บริสุทธิ์ก็
ภาษาประกอบตามวาระพระบาลีที่ยก ถึงเจตนา ความนึกคิดอ่านก็เป็น เห็นว่าไม่บริสุทธิ์จะสะอาดเพียงแค่
ขึ้นไว้ในเบื้องต้น ว่าพุทธศาสนิกชน ศีลจริง ๆ ตรงตามวาระพระบาลีว่า ไหนก็เห็น ไม่สะอาดแค่ไหนก็เห็น
ทั้งหลาย ถึงพร้อมด้วยความไม่ เจตนาห์ ภิกขเว สีล ดูกร ภิกษุ ขุ่นมัวเศร้าหมองก็เห็นทั้งนั้น....
ประมาท ไม่เลินเล่อ ไม่เผลอตัว ทั้งหลาย เจตนาความคิดอ่านทาง
ในอันถือมั่นซึ่งศีลยิ่ง ในอันถือมั่น ใจนั่นแหละเป็นศีล รับสั่งดังนี้ นี่ก็ บทส่งท้าย
ซึ่งจิตยิ่ง ในอันถือมั่นซึ่งปัญญายิ่ง เป็น “เจตนาศีล” ความคิดอ่าน “ดวงศีล” นี่แหละจะเป็น
ดังนี้ เอวหิ โน สิกขิตตพพ์ อย่างนี้ ทางใจ ศีลมีแต่กายกับวาจาเจตนา เครื่องวัดว่า ศีลที่เรารักษามีความ
อย่างนี้แม้จริงอันเราทั้งหลายควร ก็เป็นศีล ความนึกคิดอ่านก็เป็นศีล บริสุทธิ์ผุดผ่องเพียงไร ซึ่งจะเข้าถึง
ศึกษา แปลเนื้อความเป็นสยาม อีก เป็นศีลด้วย แต่ว่ายังไม่ถึงอธิศีล ได้ เห็นได้ ด้วยการปฏิบัติธรรม
ภาษาได้ความดังนี้ ต่อแต่นี้จะ อธิศีล ศีลที่เห็น ไม่ใช่ศีลที่รู้ เจตนา เอาใจจรดที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗
อรรถาธิบายในเรื่อง อธิศีล อธิจิต ความคิดอ่านปกติสละสลวยเรียบร้อย ที่อยู่กลางกาย ควบคู่กับการทำทาน
อธิปัญญา สืบเป็นลำดับไป ก็มาจากศีล ศีลเป็นดวงใสอยู่ใน รักษาศีลไป
ก ล ย า ณ ม ต ร ๗๗