การปฏิเสธพรหมและวรรณะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 9 หน้า 74
หน้าที่ 74 / 112

สรุปเนื้อหา

(ต่อจากฉบับที่แล้ว) นการปฏิเสธพรหมนั้น ต่างกันก็ด้วยกรรมที่ก่อการขึ้นเอง ผิวพรรณงาม สัตว์บางพวกก็มี พระพุทธเจ้าได้ท้าวความ ตามวิสัยในโลกอันเป็นธรรมชาติ ใน ผิวพรรณไม่งาม ในสัตว์ทั้งสอง ไปถึงแก่นหัวใจของลัทธิ ตอนต่อมาของอัคคัญญสูตรก็ได้ พวกนั้น สัตว์พวกที่มีผิวพรรณงาม ปฏิบัติของพวกพราหมณ์ อธิบายว่า วรรณะดำ วรรณะขาวนั้น พากันดูหมิ่นสัตว์พวกที่มีผิวพรรณ ที่ได้สร้างระเบียบสังคมตามวรรณะว่า ไม่มีผลในเชิงปฏิบัติเท่ากรรมของ ไม่งามว่า พวกเรามีผิวพรรณดีกว่า เป็นเรื่องที่ใช้ไม่ได้การปฏิเสธระเบียบ มนุษย์ที่เป็นธรรมขาว ธรรมดำ พวกท่าน พวกท่านมีผิวพรรณเลว สังคมนี้ทำให้เราเห็นว่า พุทธศาสนา ธรรมขาวหมายถึงพฤติกรรมที่ละเว้น กว่าพวกเราดังนี้ เมื่อสัตว์ทั้งสอง ให้ความเสมอภาคระหว่างมนุษย์มา ในการฆ่าสัตว์ เว้นการลั

หัวข้อประเด็น

- การปฏิเสธพรหมและวรรณะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

(ต่อจากฉบับที่แล้ว) นการปฏิเสธพรหมนั้น ต่างกันก็ด้วยกรรมที่ก่อการขึ้นเอง ผิวพรรณงาม สัตว์บางพวกก็มี พระพุทธเจ้าได้ท้าวความ ตามวิสัยในโลกอันเป็นธรรมชาติ ใน ผิวพรรณไม่งาม ในสัตว์ทั้งสอง ไปถึงแก่นหัวใจของลัทธิ ตอนต่อมาของอัคคัญญสูตรก็ได้ พวกนั้น สัตว์พวกที่มีผิวพรรณงาม ปฏิบัติของพวกพราหมณ์ อธิบายว่า วรรณะดำ วรรณะขาวนั้น พากันดูหมิ่นสัตว์พวกที่มีผิวพรรณ ที่ได้สร้างระเบียบสังคมตามวรรณะว่า ไม่มีผลในเชิงปฏิบัติเท่ากรรมของ ไม่งามว่า พวกเรามีผิวพรรณดีกว่า เป็นเรื่องที่ใช้ไม่ได้การปฏิเสธระเบียบ มนุษย์ที่เป็นธรรมขาว ธรรมดำ พวกท่าน พวกท่านมีผิวพรรณเลว สังคมนี้ทำให้เราเห็นว่า พุทธศาสนา ธรรมขาวหมายถึงพฤติกรรมที่ละเว้น กว่าพวกเราดังนี้ เมื่อสัตว์ทั้งสอง ให้ความเสมอภาคระหว่างมนุษย์มา ในการฆ่าสัตว์ เว้นการลักทรัพย์ พวกนั้นเกิดมีการไว้ตัวดูหมิ่นกันขึ้น แต่กำเนิด ดังที่พระองค์ทรงแสดงไว้ เว้นประพฤติผิดในกาม เว้นพูดเท็จ เพราะทะนงตัวปรารภผิวพรรณเป็น ในอัคคัญญสูตร ในพระสุตตันตปิฎก เว้นพูดส่อเสียดและคำหยาบ ไม่ ปัจจัย ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค มีใจความว่า ละโมบมาก หรือคอยคิดปองร้ายผู้ นอกจากนั้นในยุคนี้ก็ปรากฏ "พวกพราหมณ์พากันว่าอย่าง อื่น ส่วนธรรมดำนั้นเป็นไปในทาง ว่าสัตว์เหล่านั้นเริ่มมองเห็นความ นี้ว่า พราหมณ์พวกเดียวเป็นวรรณะ ตรงกันข้าม แตกต่างระหว่างกันคือ เห็นเพศ... ที่ประเสริฐที่สุด วรรณะอื่นเลวทราม อัคคัญญสูตร ยังอธิบายถึง พราหมณ์พวกเดียวเป็นวรรณะขาว ขบวนการกำเนิดของจุลชีวิตที่พัฒนา พวกอื่นเป็นวรรณะดำ พราหมณ์ มาเป็นสัตว์ และมนุษย์อีกตอนหนึ่ง พวกเดียวบริสุทธิ์ พวกอื่นนอกจาก ด้วย ซึ่งจุดมุ่งหมายในการอธิบาย พราหมณ์หาบริสุทธิ์ไม่พวกพราหมณ์ ก็เพื่อชี้ให้เห็นว่าธรรมชาติกับมนุษย์ เป็นบุตรเกิดจากอุระ เกิดจากปาก นั้นพัฒนาควบคู่กัน ปราศจากการ มีกำเนิดมาจากพรหม สร้างของผู้หนึ่งผู้ใดโดยเฉพาะ พรหมเนรมิตขึ้น เป็นทายาทของ "สมัยนั้นจักรวาลทั้งสิ้นและ ก็ตามที่ปรากฏอยู่แล เป็นน้ำทั้งนั้น มืดมนแลไม่เห็นอะไร คือนางพราหมณีทั้งหลายของพวก ดวงดาวนักษัตรยังไม่ปรากฏ ฤดูปี พราหมณ์มีระดูบ้าง มีครรภ์บ้าง ยังไม่ปรากฏ เพศชายหญิงก็ยังไม่ คลอดอยู่บ้าง ให้ลูกกินนมอยู่บ้าง ปรากฏ สัตว์ทั้งหลายก็นับว่าเป็น อันที่จริงพวกพราหมณ์เหล่านั้นก็ สัตว์เท่านั้น จนกาลเวลาล่วงมายึด ล้วนแต่เกิดจากช่องคลอดของนาง ยาว เกิดง้วนดินลอยอยู่บนน้ำทั่วไป พราหมณีทั้งนั้น” ของพรหม พรหม.... สตรีก็มีเพศหญิงปรากฏ และ ได้ปรากฏแก่สัตว์เหล่านั้นเหมือน จนเกิดกามราคะ ด้วยเหตุผลเท่านี้ที่ทำให้เราชี้ นมสดที่เคี่ยวให้งวด แล้วตั้งไว้ให้ เหตุได้ว่าการตั้งบัญญัติทางรูปตาม เย็นจับเป็นฝาอยู่ข้างบน... บุรุษก็มีเพศชายปรากฏ นัยว่าสตรี ลักษณะของผิวเป็นบ่อเกิดแห่งวรรณะ ต่อมามีสัตว์ผู้หนึ่งลองชิมง้วน ก็เพ่งดูบุรุษอยู่เสมอ และบุรุษก็เพ่ง วรรณะของคนทำให้คนต่างกันไปตาม ดินนั้นดู รู้ว่ากินได้ก็ทำให้สัตว์อื่น ๆ ดูสตรีอยู่เสมอ เมื่อคนทั้งสองเพศ นามที่ผู้อื่นตั้งขึ้นแต่โดยแท้แล้วมนุษย์ พากันกินง้วนดินนั้น สมัยที่จุลชีวิต ต่างเพ่งดูกันอยู่ ก็เกิดความกำหนัด เหมือนกันตามความเป็นจริงที่เห็น ดำเนินด้วยการบริโภคง้วนดินนี้กิน ขึ้น เกิดความเร่าร้อนขึ้นในกาย คือเกิดจากครรภ์ของมนุษย์ด้วยกัน เวลามาอีกนาน จนกระทั่ง เพราะความเร่าร้อนเป็นปัจจัย เขา สัตว์เหล่านั้นมีร่างกายแข็ง ทั้งสองจึงเสพเมถุนธรรมกัน... สัตว์ ความแตกต่างของมนุษย์จึงวัด กล้าขึ้นทุกที ทั้งผิวพรรณก็ปรากฏ พวกใดเห็นพวกอื่นเสพเมถุนธรรม กันไม่ได้ด้วยบ่อกำเนิด แต่มนุษย์ แตกต่างกันออกไป สัตว์บางพวกมี กันอยู่ ย่อมโปรยฝุ่นใส่บ้าง โปรย ทั้งสิ้น ๗๒ กั ล ย า ณ ม ต ร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More