ข้อความต้นฉบับในหน้า
ฐานองค์ปรางค์ใหญ่ ตรงย่อมุมมีลาดต้นไม้ดัดประดับกระเบื้องเคลือบสี ลายไม่ซ้ำกัน รวม ๒๘๘ ลาย
๑
พระราชวังเพื่อใช้ประกอบพระราช (รัชกาลที่ ๒) ไปประทับที่พระ โดยทรงสร้างพระอุโบสถและพระวิหาร
พิธีสำคัญ ๆ ฉะนั้นพระสงฆ์จึงต้อง ราชวังเดิม (รัชกาลที่ ทรงเรียก ขนาดใหญ่ลึกเข้าไป (ส่วนพระอุโบสถ
ย้ายไปจำพรรษา ณ วัดอื่น แล้วทรง พระราชวังธนบุรีว่า พระราชวังเดิม และพระวิหารเก่าที่สร้างอยู่ใกล้ริม
บูรณะปฏิสังขรณ์พระอุโบสถและ ก็เลยเรียกกันมาเรื่อยจนทุกวันนี้จะ) น้ำแต่ครั้งสมัยกรุงธนบุรีก็มิได้รื้อทิ้ง
ก็โปรดให้กั้นกำแพงแบ่งเขตวัดกับ คนมักเรียกกันว่าพระอุโบสถน้อย
พระวิหารเสียใหม่
๑
เบญจ์คงไม่งงนะว่า วัดนี้ พระราชวังเสีย วัดแจ้งจึงมิได้อยู่ใน พระวิหารน้อย) ทรงสร้างพระระเบียง
มีชื่ออะไรมาก่อนบ้าง ฉันสรุปให้ เขตพระราชวังอีกต่อไป แล้วทรง หรือพระวิหารคดล้อมพระอุโบสถ ทรง
อีกทีก็ได้ว่าจากเดิมชื่อวัดมะกอก แต่งตั้งพระปลัดสมเด็จพระสังฆราช ปั้นหุ่นพระประธานในพระอุโบสถด้วย
เปลี่ยนเป็นมะกอกนอก แล้วก็เปลี่ยน (ศรี) วัดบางหว้าใหญ่หรือวัดระฆัง ฝีพระหัตถ์เชียวนะจ๊ะ แล้วก็สร้าง
อีกที่เป็นวัดแจ้งในสมัยธนบุรี โฆสิตาราม ในปัจจุบันเป็นพระ- ศาลาการเปรียญด้วย ยังไม่ทันแล้ว
ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โพธิวงศาจารย์ นิมนต์ให้มาครองวัด เสร็จก็สิ้นรัชกาลที่
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า แจ้งเป็นองค์แรกแห่งกรุงรัตนโก- เมื่อพระองค์เสด็จเถลิงถวัลย์
จุฬาโลกมหาราช ทรงย้ายเมืองหลวง สินทร์
มาฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา นับตั้งแต่สมเด็จพระเจ้า องค์ที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ด้วย
เพียงฝั่งเดียว และทรงสร้างพระ ลูกยาเธอฯ มาประทับที่พระ ก็ทรงดำเนินการปฏิสังขรณ์วัดแจ้งต่อ
บรมมหาราชวังใหม่ วัดแจ้งจึง ราชวังเดิมเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๘ ก็ทรงรับ แต่เนื่องด้วยทรงมีพระราชภารกิจใน
ลดความสำคัญลง ถึงแม้ว่าต่อมา พระราชภาระบูรณะปฏิสังขรณ์วัดแจ้ง การปกครองแผ่นดินอยู่มาก จึงโปรด
จะโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระเจ้าลูก ใหม่ทั้งหมดตามพระราชประสงค์ เกล้าฯ มอบให้พระเจ้าลูกยาเธอ
ยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (พระบาท
ราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์พระ
กั ล ย า ณ ม ต ร
๘๕