ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทั้งนั้น ความเสื่อมอันนี้แหละเป็น
เครื่องประจำใจของเราท่านทั้งหลาย
ทั้งคฤหัสถ์ บรรพชิต หญิงชาย
ทุกถ้วนหน้า ให้นึกถึงความเสื่อม
อันนี้ไว้
ความเสื่อมน่ะจะนึกที่ไหน
นึกถึงในตัวของเรานี่อัตภาพร่างกาย
นี้ไม่คงที่เลย ตั้งแต่คลอดจากครรภ์
มารดาก็เสื่อมเรื่อยไป เสื่อมไปตาม
หน้าที่ เสื่อมขึ้น เสื่อมลง เสื่อมขึ้น
เสื่อมอันนี้แหละ ให้ติดอยู่กับใจของ
อาตมา ถ้านึกถึงความเสื่อมดังนี้ละ
ก็สังเกตได้นะ หัวเราะเสียงดังไม่
ค่อยมีหรอก อย่างดีก็มีแต่ยิ้มๆ
พยายามทีเดียว มันหมดไปสิ้นไป
รออยู่ไม่ได้ใจกายขยันนัก เพราะ
นึกถึงความเสื่อมอยู่ แกไม่รอผู้หนึ่ง
มๆ ผู้ใดละ แกกลัวชีวิตของแกจะหมด
จะมารักษาศีลทางวัด แกก็ปฏิบัติ
แหละ เพราะมันนึกถึงความเสื่อมอยู่ ไป แกรักษาชีวิตของแก หากว่าแก
มันไม่ไว้ใจทั้งนั้น นึกว่าเสื่อมแล้ว
หน้าไม่ค่อยดีหรอก หัวเราะดังกับ
เขาไม่เป็นหรอก เป็นแต่ยิ้มๆ อย่าง
ขบขันเต็มที่ก็เป็นแต่ยิ้มๆ เท่านั้น
หรือแย้มโอษฐ์เท่านั้น มันนึกถึง
สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมไปเสมอ สิ่งที
ได้เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู ได้ทราบด้วย
จมูก ลิ้น กาย ได้รู้แจ้งทางใจ เสื่อมไปเสมอ ท่านจงถึง
พร้อมด้วยความไม่เผลอ ไม่ประมาท ท่านจงถึงพร้อม
ด้วยความไม่เผลอในความเสื่อมไปนั้น
อย่างเคร่งครัดทีเดียว แกกลัวชีวิต
มันหมดไปเสีย กลัวจะไม่ได้ศีลเต็ม
ที่ เป็นแต่เพียงรักษาศีล กลัวจะไม่
เข้าถึงอธิศีล ถ้าว่าแกทำสมาธิล่ะ
แกก็ทำได้อย่างงดงามทีเดียว เพราะ
แกพยายามไม่หยุดยั้ง แกกลัวชีวิต
จะไม่พอ แกรีบทั้งกลางวันกลางคืน
ทีเดียว นี้สมาธิของแกก็มั่นคง ผิด
กับบุคคลธรรมดา ถ้าแกเจริญทาง
ปัญญาล่ะ แกก็โชติช่วงที่เดียว คน
อื่นไม่อาจที่จะเข้าถึง เพราะแกคำนึง
ถึงความเสื่อมของอัตภาพร่างกาย
ของแกอยู่เสมอ แกก็ทำปัญญาได้
รุ่งเรืองเจริญดี แกทำธรรมละก็เจริญ
ดีทีเดียว เพราะแกนึกถึงความเสื่อม
ทางโลกก็เจริญดีเหมือนกัน เพราะ
แกกระวีกระวาดจัดแจงให้เรียบเสีย
เสื่อมเรื่อย เมื่อเสื่อมเป็นดังนี้ละก็ ได้ดังนี้ละก็หากว่าเป็นภิกษุสามเณร ที่พระจอมไตรวางโอกาสไว้ให้เรา
สิ่งทั้งสิ้นหมดทั้งสากลโลก ที่เราได้ จะต้องเรียนเป็นนักปราชญ์ของเขาได้
ก็เจริญขึ้นเป็นลำดับไป พอเต็มอายุ ความเสื่อมประจำใจอยู่
ในการเลี้ยงชีพ จะได้ทำความดียิ่ง
ก็เสื่อมลงเรื่อยไป เสื่อมไม่มีหยุดเลย
ถ้านึกถึงความเสื่อมประจำใจ
ขึ้นกว่านั้นต่อไป เหตุนี้ความเสื่อม
ท่านทั้งหลายน่ะ ตรึงใจไว้ในวัน
มาฆบูชา ที่พระจอมไตรรับสั่งใน
เรื่องธรรมในวันมาฆบูชาน่ะ เป็น
โอวาทย่อย่นสกลพระพุทธศาสนา
เห็นด้วยตา หรือได้ยินด้วยหู หรือ
ได้ทราบด้วยจมูก ลิ้น กาย รู้แจ้ง
ทางใจ อย่างใดอย่างหนึ่ง มีความ
เสื่อมทั้งนั้น ไม่มีความตั้งอยู่ได้มั่น
อยู่ได้สักชั่วกัลปาวสานเลย มีความ
เสื่อมเป็นเบื้องหน้า ให้นึกความ
ทางคันธุระ ทางวิปัสสนาธุระ เพราะ
แกนึกถึงความเสื่อมอยู่ ถ้าเป็นหญิง
เป็นชาย เป็นฆราวาส ครองเรือน
จะต้องมีหลักฐานมั่นคงใหญ่โตที่
สำคัญนัก
เดียว ไม่ใช่คนเหลวไหล ไม่ใช่คน แต่วันนี้จะกล่าวในโอวาทสุด
เลวทราม ต้องเป็นคนอยู่ในความ ท้าย ที่เรียกว่า ปัจฉิมวาจา ตาม
๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร