ข้อความต้นฉบับในหน้า
คนที่มีความ
กตัญญูต่อพ่อ
แม่ไม่ลำบาก
หรอก
เพื่อนๆ ก็ตอบกันไปคนละอย่าง แต่ในความรู้สึก
ของพี่คิดว่า ความตายเป็นสิ่งที่แน่นอน แล้วก็ได้
ตอบท่านไปอย่างนั้น ท่านจึงถามว่า
ตอบว่า
“ทำไมคิดว่าความตายเป็นสิ่งที่แน่นอน” พี่ก็
ข้าวพี่กิน จิตใจของพี่ก็ผูกพันกับท่าน รอยยิ้มของ
หลวงพ่อเป็นรอยยิ้มของผู้ใจดี มีเมตตาสูง และพี่ก็
สัมผัสได้ถึงความเมตตาที่ท่านมีต่อพี่
ในสมัยนั้นพี่ยังเป็นเด็กนักเรียน ส่วนมาก
คนที่มานั่งสมาธิจะมีแต่คนสูงอายุพี่ก็ไม่ค่อยเข้าใกล้
“เพราะเมื่อวานนี้ได้เห็นคนข้างบ้านตายตอน ได้แต่ช่วยหลวงพ่อล้างกระโถนหรือถูพื้นไปตาม
เช้าไปโรงเรียนยังดีๆ อยู่เลย พอเย็นกลับมาตาย
ประสา ช่วงปิดเทอมก็แจวเรือไปขายหมากขายพลู
เสียแล้ว ส่วนคนที่ร้านขายก๋วยเตี๋ยวแถวบ้านก็ตาย มะพร้าว กล้วย ฯลฯ กับแม่ พี่เป็นคนแจวท้าย
เลยคิดว่า ความตายเป็นสิ่งที่แน่นอนเจ้าค่ะ”
“ใช้ได้” เท่านี้เองพี่ก็รู้สึกดีใจ ท่านยังบอก
ต่อไปว่า
“ให้ขยันเรียนนะ”
พี่ก็อุทธรณ์ขึ้นมาทันที “หลวงพ่อ ลูกจน
อย่างนี้จะเรียนอย่างไร ขัดสนไปหมด”
ท่านบอกว่า “คนที่มีความกตัญญูต่อพ่อแม่
ไม่ลำบากหรอก”
คำทำนายที่แม่นยำา
ส่วนแม่แจวอยู่หัวเรือ เวลาผ่านวัดของหลวงพ่อ
แม่จะบอกให้แวะ เอาเรือจอดหน้าวัด แล้วให้พี่เอา
ของไปถวาย ส่วนมากเวลาแวะที่วัดจะเป็นช่วงที่
หลวงพ่อลงสรงน้ำ ท่านก็ให้สามเณรมารับขึ้นไป
ไม่เฉพาะแต่วัดปากน้ำเท่านั้นที่พี่ทำบุญแบบนี้เวลา
ผ่านวัดอื่น ๆ พี่ก็จะถวายของเช่นเดียวกัน ทั้งๆ ที่
รู้ว่าแม่จนและอยากช่วยแม่ แต่ใจก็อยากทำบุญอยู่
ตลอดเวลา
ต่อมา พี่ก็ไปเรียนต่อพยาบาล จบแล้วรับ
ราชการเป็นผู้ช่วยพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ
พี่เชื่อในคำพูดของท่านทุกอย่าง ท่านได้ ระยะหนึ่ง หลังจากนั้นก็ไปสอบเข้ารับราชการที่
ทำนายชีวิตพี่ไว้ ๓-๔ ข้อ ไม่พลาดเลย ท่านบอกว่า กรมราชทัณฑ์อยู่เรือนจำบางขวาง ต่อมาย้ายมา
“ในช่วงกลางของชีวิต ให้ระวังอุบัติเหตุ แต่ เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารเรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี
หากบุญเก่าทำมาดี แล้วตั้งใจสั่งสมบุญใหม่ต่อไป รวมเวลารับราชการที่กรมราชทัณฑ์นี้ทั้งหมด ๒๒
จะไม่ตาย เมื่อเลยกลางชีวิตไปแล้ว คำว่าจนไม่มี” ปีครึ่ง
ช่วงที่พี่ทำงานหลังจากเรียนจบพยาบาล
พี่ก็ค้านหลวงพ่อว่า “จะไม่จนได้อย่างไร
หลวงพ่อ ทุกวันนี้ใส่บาตรวันละองค์สององค์ก็ยัง ใหม่ ๆ นั้น หลวงพ่อท่านอาพาธและมรณภาพ
ใส่ได้แต่ข้าวเปล่ากับน้ำ จะเอาที่ไหนมาทำ” แต่
ท่านก็ยังยืนยันว่า “วันข้างหน้าจะเลี้ยงพระได้
หลายร้อยรูป”
แต่พี่ไม่ทราบว่าท่านอาพาธ เพราะช่วงนั้นอยู่หอพัก
และห่างๆ วัดปากน้ำไปบ้าง พี่เรียนจบทำงาน
แล้ว แต่งงานมีครอบครัว พี่กล้าบอกอย่างไม่อาย
พี่ยังคงไปกินข้าวที่วัดปากน้ำต่อมาอีกเป็น เลยว่า แม่ให้ที่ดินที่บางแค่ผืนเดียว และมีเงินเพียง
เวลานาน เวลาไปถึงวัด พี่จะร้องเรียกท่าน “พ่อ...พ่อ
ลูกมาแล้ว” ท่านก็จะบอกว่า “มาแล้วเหรอ มากิน
ข้าวซะ” บางทีพอกินอิ่มแล้วท่านก็บอกให้เอาไป
ฝากแม่บ้าง พี่เรียกท่านว่าพ่อ เพราะรักและเคารพ
ท่านเหมือนพ่อ รักท่านทูนหัวทูนเกล้า เหมือน
สุนัขที่ใครให้อะไรหน่อยก็ติดแต่คนนั้น หลวงพ่อให้
๗๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร
๑,๖๐๐ บาท พี่นึกถึงคำของหลวงพ่อวัดปากน้ำที่ว่า
“ทุกคนมีสิบนิ้วเท่ากัน เราต้องทำให้ได้” พี่จึงทำงาน
ทุกอย่างที่เป็นงานบริสุทธิ์ ไม่เลือกไม่เกี่ยงงาน วัน
ธรรมดาก็ทำงานราชการ พอวันหยุดก็ค้าขาย ทั้ง
ขายถ่าน ตัดใบเตยขาย ทำทั้งนั้น จนกระทั่งสามี
มาเป็นทนายความ ฐานะครอบครัวของพี่กระเตื้อง