ข้อความต้นฉบับในหน้า
โป่งพองมากๆ อีกหน่อยก็แตก แล้วจะพบว่าจริงๆ
แล้วเนื้อมันมีอยู่แค่นิดเดียว คนประเภทนี้มักเข้า
ใจผิดคิดไปว่า ถ้าตนไปยกย่องใครเข้าแล้ว ก็จะ
ต้องอยู่ในสถานะต่ำกว่าเขาตลอดไป เนื่องจาก
ความรู้สึกของคนเราเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา คนเรา
ถ้าท่าดีไว้... อีกหน่อยแม้คนที่ไม่เคยเคารพก็จะมา
เคารพ คนไม่เคยรักก็จะหันมารัก แต่ถ้าไปเบ่งไป
อวด อีกหน่อยแม้คนที่เคยเคารพ เคยรัก ก็จะไม่
เคารพ ไม่รัก
ระลึกไว้เถิดว่า คนดูถูกคนนั้นจะไม่มีวันเป็น
ที่รักของใครได้เลย ทั้งยังไม่มีใครอยากจะคบหา
อีกด้วย
อนึ่ง การให้เกียรติกันที่แท้จริงและให้ผลที่
คนที่รู้จักให้
เกียรติคนอื่น
จะเป็นคนที่
เพื่อนฝูงก็รัก
ยั่งยืนนั้น จะต้องไม่ใช่การเสแสร้งเพื่อหวังผล ลูกน้องก็เคารพ
บางประการ แต่ต้องมาจากใจจริงๆ มองให้เห็น
ข้อดีหรือคุณธรรมของแต่ละคน ปฏิบัติต่อทุกคน
อย่างเหมาะสม เสมอต้นเสมอปลาย พูดง่ายๆ เริ่ม
จากใจ จากการคิด แล้วขยายมายังวาจาและการ จะทำการงาน
แสดงออกทางกาย
อาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย
หากทุกคนได้หยุดคิดพิจารณาตน ถามตัวเองว่า
เราได้มองข้ามสิ่งใดไป แล้วสิ่งนั้นทำให้เกิดปัญหา
ขึ้นโดยที่เราเองไม่รู้ตัวไม่ทราบสาเหตุบ้างหรือเปล่า
เมื่อพิจารณาแล้วรู้แจ้ง เข้าใจ ก็ขอให้เร่งแก้ไข
เจ้านายก็เอ็นดู
ใดก็มีผู้ให้
ความร่วมมือ
ช่วยเหลือ
ธรรมดาๆ ไม่เรียกพี่ โดยไม่รู้ว่าเพื่อนร่วมงาน
คนนี้ไม่คิดอย่างนั้น เขาถือว่าเขาเป็นรุ่นพี่ในมหา
วิทยาลัย เพราะฉะนั้นเวลาถูกเรียกชื่อตรงๆ เขาก็
จะรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้ง ผลก็คือทำดีด้วยเท่าไร
เขาก็ไม่ค่อยจะยอมดีด้วย พอพบสาเหตุดังนี้แล้ว
โยมคนนี้ก็รีบแก้ไข เริ่มด้วยการเรียกขานเพื่อนร่วม
งานคนนั้นเป็นพี่ ผลก็คือทุกอย่างดีขึ้น กลายเป็น
เพื่อนร่วมงานที่สนิทสนมกลมเกลียวกันมากทีเดียว
ซึ่งการเรียกเป็นพี่เป็นน้องกันนี้ ในสังคมไทยถือ
เป็นสิ่งสำคัญมาก แม้เป็นผู้บังคับบัญชา แต่ถ้า
ลูกน้องมีอายุมากกว่า หรือเรียนจบมาก่อนเป็นรุ่น
พี่ บางทีการเรียกเขาเป็นพี่ เขาจะยิ่งรักและเคารพ
เรียกว่า เคารพสถานภาพซึ่งกันและกัน หัวหน้า
เคารพให้เกียรติลูกน้องในฐานะสูงวัยกว่า ลูกน้อง
เคารพหัวหน้าในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา อย่างนี้ก็
ไปด้วยกันได้ แต่ถ้ามองกันคนละมุม หัวหน้าถือ
ว่าตนเป็นนายจ้าง ไม่ให้เกียรติลูกน้อง ลูกน้อง
อาจยังไม่แสดงออก แต่ก็จะรู้สึกต่อต้านอยู่ในใจ
เงียบๆ อันจะนำไปสู่สัมพันธภาพที่ไม่ราบรื่นในที่สุด
ยกตัวอย่างนี้ขึ้นมาเพียงตัวอย่างเดียวเพราะ
เป็นวิถีชีวิตแบบไทยๆ ที่สมัยนี้เรามักมองข้ามกันไป
ทั้งๆ ที่การเรียกขานกันนี้ นอกจากจะส่งผลต่อ
ความรู้สึกของผู้ถูกเรียกแล้ว ยังมีผลต่อตัวผู้พูดเอง
ด้วย อากัปกิริยาท่าทางต่าง ๆ ของผู้พูดจะมีการ
ดังเรื่องของโยมคนหนึ่งที่เกือบต้องเสียเพื่อนเลียมิตร ลุล่วงไปด้วยดี ปรับตามคำเรียกขานไปด้วยโดยไม่รู้ตัว ทั้งน้ำเสียง
และเสียงาน เพียงเพราะมองข้ามความรู้สึกของ
งานก็จะสําเร็จ
คนอื่นไปเพียงเรื่องของการเรียกขานกันในที่ทำงาน ฐานะหน้าที่ก็
เกียรติคุณ
ก็จะปรากฏ
กล่าวคือ มีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งไม่ชอบหน้า ทั้งที่ จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ
เรียนจบมาจากสถาบันเดียวกัน เจ้าตัวก็ทุกข์ใจ
ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ทั้งๆ ที่ได้ทำดีตัว
ทุกอย่างแล้ว อาตมาสอบถามเขาแล้วค่อยๆ สรุป
หาสาเหตุ สุดท้ายก็พบว่า คนทั้งสองมีอายุไล่เลี่ย
กัน ตอนมัธยมก็เรียนมารุ่นเดียวกัน แต่พอเข้า
มหาวิทยาลัย โยมคนนี้ต้องสอบ Entrance ใหม่
หนึ่งครั้งกลายเป็นรุ่นน้องของอีกคนในมหาวิทยาลัย
เดียวกัน เมื่อมาทำงาน โยมคนนี้ก็ถือว่าตนเป็น
รุ่นเดียวกัน เวลาเรียกเพื่อนร่วมงานคนนี้ก็เรียกชื่อ
๔๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร
หางเสียง ถ้อยวาจาที่ใช้ กิริยาท่าทีที่อ่อนโยน
แข็งกร้าว หรือสนุกสนาน เป็นต้น
“การให้เกียรติกัน” เป็นคุณธรรมสำคัญยิ่งที่
แม้หลวงพ่อเองก็ยึดมั่นปฏิบัติเป็นแบบอย่างแก่
พวกเราทุกคนตลอดมา เป็นคุณธรรมที่ก่อให้เกิด
ความสามัคคีกลมเกลียว
ความเข้าอกเข้าใจกัน
ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ขอให้ทุกคนเคารพให้เกียรติซึ่ง
กันและกัน อยู่ในทุกที่อย่างมีความสุข เป็นที่รัก
ที่นับถือของทุกคน และช่วยกันสร้างสิ่งที่ดีๆ ให้
เกิดขึ้นกับสังคมและชาวโลกโดยทั่วกันเถิด