ความสัมพันธ์ระหว่างเจนละและฟูนัน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 2 หน้า 100
หน้าที่ 100 / 156

สรุปเนื้อหา

คำว่า กัมพูชา นั่นเอง ส่วนต้นเค้าของคำว่า เจนละใต้ประกอบด้วยดินแดนลุ่มแม่น้ำโขง และ เจนละ นั้นไม่ปรากฏว่ามาจากไหน อาณาจักรฟูนัน เป็นคำที่มีความหมาย กินกว้างมาก คือรวมรัฐต่างๆ ไว้มากมาย ซึ่งมี เจนละหรือกัมพูชาอยู่ด้วย บันทึกจดหมายเหตุ ราชวงศ์สุย (Sui) กล่าวว่า เจนละ อยู่ทางทิศ ตะวันตกของหลิน (Linyi อาณาจักรหลิน หรืออาณาจักรจัมปาอยู่ในเวียตนาม) ซึ่งเดิมเป็น เมืองขึ้นของอาณาจักรฟูนัน........นามของราช ทะเลสาบของเขมร ดร.ธิดา ยังอ้าง Ammonier นักวิชาการ ฝรั่งเศสว่า มีตำนานเก่าแก่ระบุว่า พ่อค้าอินเดีย จากฝั่งโคโรมันเดล ได้ติดต่อค้าขายกับพวกจาม ในบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ตำนานยังกล่าวถึงศรุต วรมัน (เจ้าชายจิตรเสน) เป็นผู้นำที่เข้ามาปลด ปล่อยคนพื้นเมืองให้พ้นจากแฉกของฟูนัน ตำ นานชี้ว่า ศรุตวรมันเป็นวีรบุร

หัวข้อประเด็น

- ความสัมพันธ์ระหว่างเจนละและฟูนัน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คำว่า กัมพูชา นั่นเอง ส่วนต้นเค้าของคำว่า เจนละใต้ประกอบด้วยดินแดนลุ่มแม่น้ำโขง และ เจนละ นั้นไม่ปรากฏว่ามาจากไหน อาณาจักรฟูนัน เป็นคำที่มีความหมาย กินกว้างมาก คือรวมรัฐต่างๆ ไว้มากมาย ซึ่งมี เจนละหรือกัมพูชาอยู่ด้วย บันทึกจดหมายเหตุ ราชวงศ์สุย (Sui) กล่าวว่า เจนละ อยู่ทางทิศ ตะวันตกของหลิน (Linyi อาณาจักรหลิน หรืออาณาจักรจัมปาอยู่ในเวียตนาม) ซึ่งเดิมเป็น เมืองขึ้นของอาณาจักรฟูนัน........นามของราช ทะเลสาบของเขมร ดร.ธิดา ยังอ้าง Ammonier นักวิชาการ ฝรั่งเศสว่า มีตำนานเก่าแก่ระบุว่า พ่อค้าอินเดีย จากฝั่งโคโรมันเดล ได้ติดต่อค้าขายกับพวกจาม ในบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ตำนานยังกล่าวถึงศรุต วรมัน (เจ้าชายจิตรเสน) เป็นผู้นำที่เข้ามาปลด ปล่อยคนพื้นเมืองให้พ้นจากแฉกของฟูนัน ตำ นานชี้ว่า ศรุตวรมันเป็นวีรบุรุษในตำนานของ ตระกูลคือกษัตริย์พระนามของกษัตริย์องค์นั้นชื่อ ชาวกัมพูชา และสืบเชื้อสายมาจากท้าวถามพู จิตรเสน ราชบรรพบุรุษของพระเจ้าจิตรเสนมี สวยมภูวะ อธิปไตยเหนือประเทศนี้มากขึ้นทุกที พระเจ้า อาจารย์ราเมช จันทร์ มาชุมดาร์ (Ramesh จิตรเสนทรงยึดฟูนันได้ และลดฐานะพี่นั้นลงมา เป็นเมืองออก และเรายังได้ทราบจากศิลาจารึก ต่าง ๆ ของกัมพูชาอีกว่า จิตรเสนเป็นพระนาม Chandra Majungkor) กล่าวถึงหลักฐานของ ชาวอินเดียที่เข้ามาสร้างอิทธิพลในเอเชียอาคเนย์ โดยชี้ว่า เรื่องราวความเป็นมาที่พอถือเป็นหลัก ของกษัตริย์ที่ปกครองฟูนันอย่างเดียวกับพระเจ้า ฐานนั้นเป็นเพียงตำนานเท่านั้น (Kambuja-Desa มเหนทรวรมัน (ประมาณ พ.ศ. ๒๓๔๓) เหมือน กัน : An Ancient Hindu Colony in Cambodia) ในชาดกต่างๆ ได้มีกล่าวถึงการเดินทาง ความจริงที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ ไปยังเมืองบาบิโลน และได้กล่าวถึงการที่พระ กัมพูชาก็คือว่า กัมพูชาได้ถูกอิทธิพลของอินเดีย เจ้าวิชัยและพระมหินทเถระเดินทางไปลังกาเมื่อ ครอบคลุมอยู่เรื่อยมา นับตั้งแต่ต้นทีเดียว ซึ่ง นับว่าเป็นอิทธิพลที่เป็นผลสืบเนื่อ เนื่องมาจากความ สัมพันธ์ทางด้านการค้า การแสวงหาเมืองขึ้น และการพิชิตดินแดนต่างๆ ไว้ในอำนาจของพวก อินเดียนั่นเอง ภิกษุยวนฉาง (Hsuan-chuang) กล่าวว่า ในตอนต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๓ อีสานปุระ (เจนละ) นั้นได้รวมอาณาบริเวณระหว่างอาณาจักรทวารวดี (ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนใต้) กับมหาจัมบ้าเข้า ไว้ด้วย ในตอนกลางพุทธศตวรรษที่ ได้แตกแยกออกเป็น ๒ อาณาจักรคือ เจนละบก ๑๓ เจนละ กับ เจนละน้ำ อาณาจักรเจนละนี้ติดต่อกับ อันนัม (ตังเกี๋ยปัจจุบัน) ทางทิศตะวันออกเฉียง เหนือ ต้นพุทธศักราชและประมาณ พ.ศ. ๓๐๐ เศษตาม ลำดับ แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดใดๆ ที่ระบุถึง สมัยที่พวกฮินดูได้เดินทางไปพ้นแหลมมลายูเป็น ครั้งแรกเลย แต่ในมหากาพย์รามายนะก็ได้พูด ถึงขวาด้วยเหมือนกัน คัมภีร์เป็นภาษาสันสกฤต ที่เก่าที่สุดที่พบในประเทศ “จัมปา” นั้นมีอายุราวๆ พุทธศตวรรษที่ ๗-๘ จดหมายเหตุจีนสมัยราช วงศ์สิน (Isin) ได้กล่าวว่า ในสมัยก่อนราชวงศ์ สินนั้นได้มีพวกฮินดูมาอยู่ในอาณาจักรฟูนันแล้ว ฉะนั้นจึงพอสรุปได้ว่า พวกฮินดูคงมาถึงดิน แดนซึ่งเรียกว่ากัมพูชานี้ในราวพุทธศตวรรษที่ 5 ปัจจุบันนี้เราอาจพูดได้ว่าการสถาปนาอาณาจักร ฮินดูขึ้นมานั้น บางทีอาจมีความเกี่ยวโยงไปถึง และติดต่อกับอาณาจักรน่านเจ้าทางทิศ พวกพ่อค้าชาวฮินดูสมัยแรกๆ ด้วยก็ได้ การเดิน เหนือ ในสมัยที่เจนละรุ่งเรืองถึงที่สุดนั้น อาณา จักรเจนละเหนือนับตั้งแต่ลาดเขาดงเล็กด้านเหนือ และตามหมู่เกาะต่างๆ อาจเกิดขึ้นหลังจากที่ ทางไปตามชายฝั่งทะเลด้านทิศใต้ของอินโดจีน ไปจนจดเขตอาณาจักรน่านเจ้า และอาณาจักร พวกฮินดูได้มาตั้งมั่นอยู่ตามบริเวณคอคอดกระ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More