ข้อความต้นฉบับในหน้า
ถ้าไม่อาศัยอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา
หลายมีความเสื่อมไปเสมอ เราก็นึก
ไปไม่ได้ ตำรับตำราก็ได้กล่าวไว้ ถึงตัวเรา เสื่อมไปเสมอไม่หยุดไม่
ยังเลย หมดทั้งสากลโลก เสื่อมไป
วางเป็นเนติแบบแผนว่า ทางปฏิบัติ
ในทางพระพุทธศาสนาทางอื่นไม่มี เสมอ นี่แบบเดียวกัน นี่ต้องหยุด
หรอก นอกจากทางศีล สมาธิ ปัญ-
ญา วินัยปิฎกทั้งปิฎก เมื่อย่อลงไป
แล้วก็คือศีลนั่น ถ้าเข้าถึงอธิศีลแล้ว
ละก็ ตัววินัยปิฎกทีเดียว ถึงโคนราก
วินัยปิฎกทีเดียว ถ้าเข้าถึงอธิจิตเข้า
โคนรากของสุตตันตปิฎกทีเดียว ถ้า
เข้าถึงอธิปัญญาเข้าโคนรากของปร-
มัตถปิฎกทีเดียว นี่เป็นตัวสำคัญ
อย่างนี้
เมื่อรู้จักหลักอันนี้ วันนี้เรา
อย่างนี้ไม่เผลอหนา เมื่อตรึกเช่นนี้
แล้วละก็ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
ทีเดียว ข้อที่สองไม่พลั้งไม่เผลอ
ไม่ประมาท เมื่อรู้ว่าเสื่อมเช่นนี้แล้ว
ละก็เราจะไปทางไหน ไปทางอธิศีล
อธิจิต อธิปัญญา ไปทางโน้น ต้อง
เข้าถึงอธิศีล อธิจิต อธิปัญญาให้ได้
ถ้าเข้าถึงอธิศีล อธิจิต อธิปัญญาไม่ได้
ต้องรีบเร่งค้นคว้าหาอธิศีล อธิจิต
อธิปัญญา เหมือนอย่างบุคคลที่มี
อธิปัญญา ถ้าไม่เจอ ต้องรีบเร่งขวน
ขวายทีเดียวจึงจะเอาตัวรอดได้ ไม่
เสียทีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์พบพระ
พุทธศาสนา
ที่ได้ชี้แจงแสดงมาตามวาระ
พระบาลีคลี่ความเป็นสยามภาษา
ตามมตยาธิบายพอสมควรแก่เวลา
เอเตน สจจวชเชน ด้วยอำนาจความ
สัจที่ได้อ้างธรรมปฏิบัติ ตั้งแต่ต้น
จนอวสานนี้ สทา โสตถี ภวันตุ เต
ขอความสุขสวัสดีจงบังเกิดมีแด่ท่าน
ทั้งหลายบรรดามาสโมสรในสถานที่
นี้ทุกถ้วนหน้า อาตมภาพชี้แจงแสดง
มาพอสมควรแก่เวลา สมมุติว่ายุติ
ได้ฟังเทศนาให้ตรึงใจไว้ว่าเราจะเอา กระเช้าไฟหรือเตาอั้งโล่ตั้งอยู่บน ธรรมิกถาโดยอรรถนิยมความเพียง
ใจจดอยู่ในความเสื่อม ตามปัจฉิม ศีรษะมันร้อนทนไม่ไหว ต้องรีบ
วาจาที่พระองค์รับสั่ง แล้วหับพระ หาน้ำดับหรือเอาทิ้งเสียให้ได้ นั้น
โอษฐ์ไม่รับสั่งต่อไป ว่าสังขารทั้ง ฉันใดก็ดี ต้องให้เจอในอธิศีล อธิจิต
เท่านี้ ฯลฯ
เอว ก็มีด้วยประการฉะนี้
๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร