ข้อความต้นฉบับในหน้า
คุณปาลีรัฐ ทูลเกล้าฯถวายปัจจัย 900,000 บาท แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ปี ๒๕๒๔
ขึ้นมาบ้าง แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น พี่ไม่เคยทิ้ง ระลึกถึงท่านเสมอ ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะจุดธูปบอก
บุญเลย พี่ใส่บาตรทุกวัน เฉพาะข้าวที่ใส่บาตรนี้ ๓
วันต่อถัง และถวายข้าวสารเป็นสังฆทานตามวัด
ต่างๆ ๒๐-๓๐ กระสอบต่อเดือน รวมทั้งกะปิ น้ำ
ปลา หอม กระเทียม เส้นหมี่ เป็นต้น
บุญกับการปฏิบัติธรรม
๓
ในชีวิตนี้พี่ได้ทำบุญตลอดเวลา ควบคู่ไปกับ
การทำสมาธิภาวนา พี่จะตื่นตี ๓ ทุกวันเพื่อมานั่ง
สมาธิ หลังจากนั้นก็ใส่บาตร แล้วก็กลับมานั่งอีก
พอสายๆ ก็ทำงานบ้าน ขณะทำงานบ้านก็ฟังเทป
ธรรมะไปด้วย พี่จะไม่รับอาหารเช้า รับแต่อาหาร
กลางวัน และจะนั่งสมาธิในช่วงบ่ายอีก อาหารเย็น
ก็ไม่รับ มีแต่น้ำปานะเท่านั้น ส่วนรอบค่ำก็จะนั่ง
ตั้งแต่ ๓ ทุ่ม - ๒ ยาม
พี่รู้สึกสบายใจ อิ่มเบิกบานอยู่ตลอดเวลา
ไม่หิวเลย มีความสุขมาก พี่ไม่เคยรู้สึกว่าหลวงพ่อ
ตายจากไป แต่รู้สึกเหมือนท่านยังมีชีวิตอยู่ พี่จะ
ต
ท่านเสมอ มีอยู่ครั้งหนึ่ง พี่จะสร้างศาลาธรรม
สังเวชไว้ที่วัดในจังหวัดกาญจนบุรี มีพระรูปหนึ่ง
ไม่ทราบชื่อ ท่านเดินทางมาจากประเทศสิงคโปร์
มาที่บ้านพี่ บอกว่า หลวงพ่อไปปรากฏให้เห็น
คืนติดต่อกัน ท่านจึงรีบบินกลับมาเมืองไทย ท่าน
เล่าว่า มีแสงขึ้นทางทิศตะวันตก ท่านจึงมาที่
จังหวัดกาญจนบุรีมาตามหาพี่ บอกว่า “โยมมี
เคราะห์นะอาจจะถึงกับชีวิตแต่อาตมาจะช่วย” แล้ว
ท่านยังบอกอีกว่า “อานิสงส์ที่สร้างศาลาธรรมสังเวช
นี่ดี แต่จะมาช่วยดูให้ว่าถูกต้องหรือไม่”
พี่ยังคงทำบุญเรื่อยไป พร้อมกับปฏิบัติธรรม
อย่างสม่ำเสมอ ข้าวก้นบาตรของหลวงพ่อวัดปากน้ำ
ที่หล่อเลี้ยงชีวิตในสมัยที่ยังเด็ก ไม่เคยลืมเลือนไป
จากใจเลย ถ้าไม่ได้หลวงพ่อวัดปากน้ำ ชีวิตของพี่
ก็คงจะไม่มีวันนี้ หลวงพ่ออยู่ในใจพี่ตลอดเวลา
ไม่ว่าจะทำอะไร ไม่ว่าจะไปไหนพี่จะระลึกถึงท่าน
เสมอ
พี่เรียกท่านว่า
พ่อ เพราะรัก
และเคารพ
ท่านเหมือนพ่อ
รักท่านทูนหัว
ทูนเกล้า
กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ ๗๗