ข้อความต้นฉบับในหน้า
อธิศีลหรอก ยังไม่ถึงอธิศีล ถ้าถึง
ถึงแค่นั้น ประเดี๋ยวก็ตายให้ดูแน่ะ เราต้องตายแน่ นั่นแน่มันไปเห็น กายบริสุทธิ์วาจาเป็นสังวรศีลสำรวม
ทำให้ดูแล้ว ได้ยินเสียงพระสวดก็ดี อ้ายต้องตายแน่นั่น นั่นไปเห็นความ ระวังไว้ เราบริสุทธิ์เจตนาคิดอ่าน
เห็นโลงก็ดี แน่ะเป็นอย่างนี้แหละ เสื่อมแล้วนี่ จึงได้แสวงหาธรรมใน ทางใจมั่นเป็นเจตนาศีลนะ ไม่ใช่
หมดทั้งสากลโลก เราก็เป็นอย่างนี้ พุทธศาสนา แสวงหาบุญกุศลนะ รู้
เพราะเหตุฉะนั้น เมื่อบุคคลไม่เผลอ จะต้องละโลกนี้แล้วไปสู่ปรโลกเบื้อง อธิศีลแล้วละก็ เห็นเป็นดวงใสเท่า
ในความเสื่อมเช่นนี้ไม่พลั้งไม่เผลอ หน้า แสวงหาสิ่งที่เป็นที่พึ่งของตน ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์นั่น อยู่ในกลาง
ละก็นั่นแหละผู้นั้นแหละได้ชื่อว่าได้ นี่เพราะเห็นความเสื่อมเข้าแล้วนี่ ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ ใส
ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทพระจอม ถ้าไม่เห็นความเสื่อมมันจะอย่างนี้ บริสุทธิ์ เหมือนกระจกคันฉ่องส่อง
อย่างไรเล่า เพราะมันเห็นความเสื่อม
ปราชญ์สรรเสริญนัก
ถ้าแม้ว่า จะเป็นภิกษุหรือ เข้าแล้ว ความเสื่อมอันนี้แหละ เมื่อ
ธรรมของพระบรมศาสดาจบไตรปิฎกมีความ
ไม่ประมาทนี่แหละ เป็นต้นเค้า ที่จะดำเนิน
ถูกต้องร่องรอยความประสงค์ของพระบรมศาสดา
สามเณร อุบาสกอุบาสิกา ทั้งหญิง เช่นนั้นแล้วให้อุตส่าห์มั่นคงอยู่ใน
ชาย คฤหัสถ์บรรพชิต ทุกถ้วนหน้า อธิศีล ให้อุตส่าห์มั่นคงอยู่ในอธิจิต
ถ้าผู้ที่มีใจจดอยู่ในความเสื่อมไม่พลั้ง ให้อุตส่าห์มั่นคงอยู่ในอธิปัญญา
เผลอละก็ เป็นเจอซึ่งสมบัติในภพนี้ อธิศีลเป็นอย่างไร อยู่ที่ไหน
ต่อไปในภายหน้า สมบัติในภพนี้ก็ นี่ตรงนี้เราต้องเข้าใจ วัดปากน้ำทั้ง
เป็นคนมั่งมีทีเดียว สมบัติในภาย หญิงและชาย ทั้งภิกษุ สามเณร
หน้าก็จะไม่เลินเล่อเผลอตัวทีเดียว อุบาสก อุบาสิกา เขาเข้าถึงอธิศีล
เหมือนอย่างกับเราท่านทั้งหลายเป็น อธิจิต อธิปัญญา เป็นพื้นเขียวมีมาก
นักบวชเหล่านี้ เป็นอุบาสก อุบาสิกา นัก ตั้ง ๑๐๐ ที่เราบริสุทธิ์กายบริสุทธิ์
เหล่านี้ นี่ก็เพราะอาศัยเราเห็นว่ามี วาจาน่ะ นั่นเป็นแค่ศีลนะ ศีลบริสุทธิ์
ความเสื่อม เห็นมีความเสื่อมอย่างไร เป็นแต่ศีลบริสุทธิ์ เราบริสุทธิ์เจตนา
ก็เราเห็นนี่ เราเกิดมาถึงแค่นี้แล้ว นั่นก็เป็นเจตนาศีลนะ เราบริสุทธิ์
เงาหน้า เท่าดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์
กลมอยู่ในกลางดวงธรรมที่ทำให้เป็น
กายมนุษย์นั่นแหละ ถ้าเห็นศีล ดวง
นั้นเข้าแล้วละก็ นั่นแหละเขาเรียกว่า
44
อธศล
เมื่อไปรู้จักอธิศีลแล้วละก็
อธิจิตก็อยู่ในกลางอธิศีล นั่นแหละ
ดวงเท่าๆ กับอธิศีล ที่กายวาจาเรา
สงบดีก็เพราะอาศัยจากใจของเรา
เจตนาสงบดี นั่นเป็นสมาธิแต่
ภายนอก ไม่ใช่สมาธิสำคัญ เมื่อ
เข้าถึงอธิจิต อยู่ในกลางของศีล นั่น
ดวงเท่าๆ กัน ดวงเท่ากับดวงศีล
อยู่ในกลางดวงของศีลนั่น เท่าดวง
จันทร์ดวงอาทิตย์ ถ้าเข้าถึงอธิจิต
เช่นนั้นละก็ ได้ชื่อว่าเป็นผู้มั่นคงละ
ไม่โยกคลอนไปตามใครละ เข้าถึง
อธิจิตเสียแล้ว
ยังไม่ลึกซึ้งเท่า อธิปัญญา อธิ
ปัญญาสูงกว่านั้น เราอุตส่าห์
พยายามให้เข้าถึงอธิปัญญา แม้จะ
เฉลียวฉลาดในกายวาจาสักเท่าหนึ่ง
เท่าใดเรียกว่าฉลาด อ้ายนั่นก็ปัญญา
ภายนอก เจตนาคล่องแคล่วอย่าง
หนึ่งอย่างใด ก็เรียกว่าความฉลาด
๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร