ข้อความต้นฉบับในหน้า
ขณะที่พระภิกษุกำลังสรรเสริญพระพุทธานุ อย่างถี่ถ้วนจนได้ความว่า ก่อนหน้านี้ไม่นาน มี
ภาพกันอยู่นั้น พระบรมศาสดาได้เสด็จเข้ามาใน คนนำม้าไม่มีสกุลตัวหนึ่ง มาดื่มน้ำและอาบน้ำที่
ธรรมสภา ตรัสถามถึงเรื่องที่พระภิกษุกำลังสนทนา ท่านนี้ ม้าอาชาไนยเห็นเข้าจึงไม่ยอมลงมาที่
กัน ครั้นทรงทราบแล้วจึงตรัสอธิบายว่า ท่าน้ำนั้นอีก
การที่พระองค์รู้อัธยาศัยของพระภิกษุรูปนี้ เมื่อราชบัณฑิตพิเคราะห์ดูแล้วก็รู้ว่าม้าอาชา
ไม่ได้เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์อะไร เพราะเป็นธรรมดา ไนยตัวนี้เป็นม้าถือตัว ไม่ยอมดื่มน้ำและอาบน้ำ
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายอยู่แล้วว่าจะต้องรู้ ร่วมท่ากับม้าไม่มีสกุลรุนชาติเช่นนั้น แต่จะอธิบาย
แต่ที่น่าอัศจรรย์กว่านี้คือ แม้ชาติก่อนพระองค์ยัง สาเหตุเรื่องนี้กับคนเลี้ยงม้าตรงๆ ก็เห็นว่าป่วยการ
ไม่ได้ตรัสรู้ ก็ยังสามารถรู้อัธยาศัยของผู้อื่นได้ เพราะภูมิปัญญาอย่างคนเลี้ยงม้าผู้นี้คงจะตามไม่ทัน
แล้วตรัสเล่า ติฏฐชาดก มีเนื้อความว่า
ในอดีตกาล เมื่อครั้งพระเจ้าพรหมทัตครอง
ราชสมบัติกรุงพาราณสี ในสมัยนั้น พระองค์มี
ราชบัณฑิตสอนธรรมอยู่ผู้หนึ่ง
รังแต่จะมากเรื่องไปเปล่าๆ จึงเลี่ยงอธิบายไปว่า
“นี่แน่ะ ท่านผู้เลี้ยงม้า ท่านจงนำมาอัศวราช
นี้ไปอาบน้ำและดื่มน้ำที่ท่าอื่นๆ ดูบ้าง ดูแต่คนที่
บริโภคข้าวปายาสที่เขาปรุงด้วยเนยใสน้ำผึ้งน้ำอ้อย
วันหนึ่ง ม้าอาชาไนยมงคลอัศวราชของ บ่อยๆ เข้ายังรู้จักเบื่อได้ ม้าตัวนี้ ดื่มน้ำ อาบน้ำ
พระองค์ ไม่ยอมลงไปดื่มน้ำ และอาบน้ำที่ท่าที่
เคยลงเป็นปกติ ไม่ว่าคนเลี้ยงม้าจะบังคับเคี่ยว
เข็ญอย่างไรก็ไม่ยอม
คนเลี้ยงม้ามีความร้อนใจมาก เพราะม้า
มงคลนี้เป็นที่โปรดปรานของพระราชา ทรงถนอม
เหมือนแก้วตาเหมือนโอรสก็ไม่ปาน เนื่องจากเป็น
ม้าคู่บุญ แสนรู้ แข็งแรง ปราดเปรียว และฝีเท้าจัด
ที่ท่านี้บ่อยๆ นานวันเข้าก็คงจะเบื่อเช่นเดียวกัน”
คนเลี้ยงม้าได้ฟังคำของราชบัณฑิตแล้วก็
ทำตาม นำม้ามงคลอัศวราชไปดื่มน้ำและอาบน้ำ
ในท่าอื่น ม้ามงคลก็ยินยอมแต่โดยดี
ราชบัณฑิตจึงกลับมากราบทูลพระราชาให้
ทรงทราบเรื่องราวทั้งหมด พระเจ้าพรหมทัตทรงดี
พระทัยเป็นอย่างยิ่ง บังเกิดความปลาบปลื้มเป็น
พระองค์เคยใช้เป็นราชพาหนะยามออกศึกสงคราม ล้นพ้น ทรงสรรเสริญราชบัณฑิตที่สามารถหยั่งรู้
รักษาบ้านเมืองให้รอดปลอดภัยตลอดมา เมื่อมี
แม้อัธยาศัยของสัตว์เดียรัจฉาน แล้วพระราชทาน
เหตุเกิดขึ้นเช่นนี้ จึงต้องรีบเข้าเฝ้าถวายรายงาน
เกียรติยศและรางวัลให้เป็นการตอบแทน
ให้ทรงทราบโดยด่วน
พระบรมศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้
สอบสวน
พระเจ้าพรหมทัตทรงทราบแล้วให้เดือนร้อน มาแสดง แล้วทรงประชุมชาดกว่า
พระทัยนัก จึงทรงให้บัณฑิตในราชสำนักรีบไป
ฝ่ายราชบัณฑิตเมื่อตรวจดูแล้วก็ทราบว่า
ม้านี้ไม่ได้เป็นโรคภัยไข้เจ็บแต่อย่างใด จึงนึก
เฉลียวใจว่า ต้องมีเหตุบางอย่างที่เป็นเรื่องของ
ความกินแหนงแคลงใจเกิดขึ้น เพราะม้ามงคลนี้
เฉลียวฉลาดเยี่ยงคน จึงซักไซ้ไล่เลียงคนเลี้ยงม้า
๔๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร
ม้ามงคลอัศวราช ในครั้งนั้น ได้มาเป็น
พระภิกษุช่างทองรูปนี้
พระเจ้าพรหมทัต ได้มาเป็นพระอานนท์
ราชบัณฑิต
ได้มาเป็นพระองค์เอง
พบกันใหม่ฉบับหน้านะคะ
น้าอี๊ด