ข้อความต้นฉบับในหน้า
พ
ระราชาทรงสุบินอีกว่า เห็น ดวงเนตรของเจ้าชายยิ่งนัก
พระทนต์หล่นจากพระโอษฐ์
๔๙
เมื่อปรึกษากันดังนี้แล้ว จึง
ปัญญาจักษุ
รุ่งขึ้นตรัสเรียกโหราจารย์เข้า พร้อมใจกันกราบทูลเจ้าชายให้ทรงทราบ
มาตรัสให้ทำนาย
ถึงพระราชสารของพระเจ้าอยู่หัวผู้เป็น
โหรทำนายว่า เป็นพระสุบินร้าย ใหญ่ เจ้าชายได้อ่านพระราชสารแล้ว
ผู้อันเป็นที่รักจักตกระกำลำบาก
ทรงจินตนาการอย่างลึกซึ้งกว้างและไกล
ในที่สุดเจ้าชายกุณาละจึงตรัสว่า
เมื่อทรงสดับดังนั้น พระราชา ทรงปรารภถึงขันธ์ หรืออัตตภาพ “ท่านทั้งหลายจงทำตามพระบรมราช
เสด็จลุกจากที่ประทับโดยด่วน ประนม ซึ่งเกิดขึ้นเพราะกรรม เจริญเติบโต โองการแห่งพระเจ้าอยู่หัวผู้เป็นใหญ่
พระหัตถ์นมัสการทั่วทั้ง ๔ ทิศ แล้วตรัสว่า เพราะข้าวสุกและขนมนมเนย อัตตภาพ พระองค์ทรงมีเหตุผลอันควรเสมอใน
“ขอเทพเจ้าผู้รักษาพระพุทธศาสนา นี้เป็นภาระหนักต้องบำรุงยิ่งกว่าเด็กอ่อน การทำอะไรทุกอย่าง”
พระธรรมและพระสงฆ์รวมทั้งฤาษีผู้เป็น ความทุกข์ใดๆ เสมอด้วยการบริหารขันธ์ แลแล้วเจ้าชายก็ให้เรียกเพชฌ
ใหญ่ในโลก จงป้องกันกุณาละบุตรของ ๔ มิได้มี แต่บุคคลก็พอใจในการแบก ฆาตมา แล้วรับสั่งให้ควักพระเนตร แต่
ข้าพเจ้าให้พ้นภัยด้วยเถิด” ภาระอันนี้ การปลงภาระเสียได้เป็น เขาเหล่านั้นประนมมือ ถวายบังคมทูลว่า
เมื่อพระราชสารของพระราชินี ความสุข เมื่อปลงภาระนั้นแล้วก็ไม่ยึด “ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ข้าพระพุทธ
ถึงในเมืองตักกศิลา ชาวเมืองได้ทราบ ภาระอย่างอื่นไว้ ย่อมเป็นผู้เบาสบาย เจ้าทั้งหลายไม่กล้าทำ พระเจ้าข้า”
ข่าวร้ายแล้ว สะดุ้งตกใจเป็นอันมาก เหมือนเรือที่วิดน้ำขึ้นแล้วย่อมเบา และ
“เพราะเหตุไรท่านทั้งหลายจึง
เขารักเจ้าชายกุณาละ เพราะพระองค์ ลอยไปได้ตามปรารถนา
ไม่กล้าทำ?” ตรัสถาม “รัศมีแห่งดาว
เป็นผู้ปกครองที่ดี อำนวยสุขสวัสดิ์ให้ อา! สัตว์ทั้งหลายผู้ทนทุกข์อยู่ เท่านั้น จึงจะกล้าควักพระเนตรอันแสน
แก่ประชากรทั่วหน้าบางคนพอทราบข่าว ในทะเลเพลิงคือโลกนี้ เวียนว่ายอยู่ใน งามของพระองค์ให้พ้นจากพระพักตร์
ก็คร่ำครวญโหยไห้ประหนึ่งบิดาบังเกิด มหาสมุทรอันคะนองด้วยคลื่นลมคือโลกนี้ พระเนตรของพระองค์งามเหลือเกิน”
เกล้าของตนสิ้นชีวิตลง และเกรงว่าเมื่อ คลุกคลีอยู่ในน้ำคลำคือโลกนี้จมอยู่ใน พวกเพชฌฆาตทูล
เจ้าชายทรงทราบจะเสียพระทัยมาก เชือกผมคือโลกนี้
ดูเถิด แม้แต่เพชฌฆาตผู้ใจเหี้ยม
จึงไม่กล้ากราบทูล ใจก็ชวนคิดว่า ไฉน ใครหนอรักข้ามพ้นทะเลเพลิง ฆ่าคนมามาก จิตใจเขาเหมือนจะด้าน
หนอคนดีๆ เช่นเจ้าชายกุณาละจะต้อง จักขึ้นจากห้วงมหรรณพ จักเลิกคลุกคลี ต่อความทุกข์ทรมานของผู้อื่น แต่ก็
ประสบเคราะห์กรรมถึงปานนี้ ด้วยน้ำคลำและจักถอนตนจากปลูกผม?! หากล้าควักพระเนตรอันสวยงามของ
ในที่สุดเขาก็ปรึกษากันว่า พระ อา! พระธรรมของพระสัมมา- เจ้าชายไม่ พระองค์ทรงมีแต่ความดี
เจ้าอโศกนั้น ทรงมีพระนิสัยโหดร้ายยิ่ง สัมพุทธเจ้าช่างน่าอัศจรรย์เสียนี่กระไร! พระเนตรของพระองค์เป็นเครื่องประกอบ
นัก ทรงมีพระบรมราชโองการมาแล้ว เป็นเพื่อนในยามยาก คอยห้ามใจใน ในการทำความดีนั้น ทำไมหนอดวงตา
หากไม่ปฏิบัติตามก็จะฆ่าพวกเขาทั้งหมด คราวเพลินจนหลง อะไรเล่าจะเป็นมิตรดี ของคนชั่วซึ่งใช้มันเป็นเครื่องมือใน
แม้พระราชโอรสของพระองค์เองซึ่งเป็น เสมอด้วยธรรม
การทำความชั่วจึงไม่บอดเสีย เพื่อมิให้
ผู้เปี่ยมด้วยนานาคุณลักษณะ รักความ ชีวิตและอัตตภาพนี้เป็นของไม่ เขาทำความชั่วต่อไป พระพุทธองค์ยัง
เคยตรัสว่า “หากตา หู จมูก ลิ้น และ
กาย จะเป็นสาเหตุให้ทำความชั่วละก้อ
จึงทำลายมันเสีย” จริงอยู่ อวัยวะทุก
ส่วนย่อมเป็นที่รักที่หวงแหนแห่งเจ้าของ
สงบ ไม่พอพระทัยคลุกคลีด้วยหมู่คณะ จีรัง ย่อมเกิดขึ้นและดับไปตามเหตุ
พระองค์ยังรับสั่งให้ควักนัยน์ตาเสียได้ ปัจจัย ควรประคองใจไว้ในธรรม มอบ
พระเจ้าอโศกจักทรงนำพาอะไรต่อพวก ความไว้วางใจแก่ธรรม มีธรรมเป็นที่พึ่ง
เขา การฆ่าพวกเขาย่อมง่ายกว่าควัก เถิด อย่ามีอย่างอื่นเป็นที่พึ่งเลย”
กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ ๑๐๗