การพ้นจากความเสื่อม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 2 หน้า 40
หน้าที่ 40 / 156

สรุปเนื้อหา

มิตวสวัตตี ก็มีเสื่อมอีกเหมือนกัน ไม่ใช่ต้องการท่าอื่นหนา จะต้อน ชั้น เสื่อมทีละนิดๆ ไปตามหน้าที่ พอ หมดหน้าที่ก็แตกกายทำลายขันธ์หมด หรือไปเกิดในชั้นพรหมทั้ง ๑๖ ชั้น พรหมปาริสัชชา พรหมปุโรหิตา มหาพรหมา ปริตตาภา อัปปมา ณาภา อาภัสสรา ปริตตสุภา อัป ปมาณสุภา สุภกิณหา เวหัปผลา อสัญญีสัตตาก็เสื่อมเหมือนกันแบบ พวกเราจะขับจูงพวกเรา จะเหนี่ยว ทั้งพวกเราพ้นจากไตรวัฏ กรรมวัฏ วิปากวัฏ กิเลสวัฏ ให้ขึ้นจาก “วัฏ สงสาร” วัฏสงสารน่ะคือกรรมวัฏ วิ ปากวัฏ กิเลสวัฏ ที่เวียนว่ายตาย เกิดในวัฏสงสารนี้ จะให้ขึ้นจากภพ กามภพ รูปภพ อรูปภพ พ้นจาก ภพทั้ง ๓ ไป ให้มีนิพพานเป็นที่ไป เดียวกัน ไม่คลาดเคลื่อน อวิหา ในเบื้องหน้า ประสงค์อย่างนั้นจึง เราท่านทั้งหลาย ทั้งคฤหัสถ์ บรรพชิต หญิง ชาย เด็กเล็กผู้ใหญ่ไม่ว่าเสื่อมทีละนิด

หัวข้อประเด็น

- การพ้นจากความเสื่อม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มิตวสวัตตี ก็มีเสื่อมอีกเหมือนกัน ไม่ใช่ต้องการท่าอื่นหนา จะต้อน ชั้น เสื่อมทีละนิดๆ ไปตามหน้าที่ พอ หมดหน้าที่ก็แตกกายทำลายขันธ์หมด หรือไปเกิดในชั้นพรหมทั้ง ๑๖ ชั้น พรหมปาริสัชชา พรหมปุโรหิตา มหาพรหมา ปริตตาภา อัปปมา ณาภา อาภัสสรา ปริตตสุภา อัป ปมาณสุภา สุภกิณหา เวหัปผลา อสัญญีสัตตาก็เสื่อมเหมือนกันแบบ พวกเราจะขับจูงพวกเรา จะเหนี่ยว ทั้งพวกเราพ้นจากไตรวัฏ กรรมวัฏ วิปากวัฏ กิเลสวัฏ ให้ขึ้นจาก “วัฏ สงสาร” วัฏสงสารน่ะคือกรรมวัฏ วิ ปากวัฏ กิเลสวัฏ ที่เวียนว่ายตาย เกิดในวัฏสงสารนี้ จะให้ขึ้นจากภพ กามภพ รูปภพ อรูปภพ พ้นจาก ภพทั้ง ๓ ไป ให้มีนิพพานเป็นที่ไป เดียวกัน ไม่คลาดเคลื่อน อวิหา ในเบื้องหน้า ประสงค์อย่างนั้นจึง เราท่านทั้งหลาย ทั้งคฤหัสถ์ บรรพชิต หญิง ชาย เด็กเล็กผู้ใหญ่ไม่ว่าเสื่อมทีละนิด ๆ ๆ เหมือนกับนาฬิกาเดิน เหมือนกันทุกคน อตัปปา สุทัสสา สุทัสสี อกนิฏฐา ได้รับสั่งเช่นนี้ ให้เราไม่เผลอใน ในปัญจสุทธาวาส ก็เสื่อมเหมือนกัน ความเสื่อมนั้น ถ้าไม่เผลอในความ หรืออรูปพรหมทั้ง ๔ อากาสานัญ เสื่อมนั้นทำอะไรเป็นได้ผลหมด เป็น จายตนะภพ วิญญาณัญจายตนะภพ ภิกษุ สามเณร ทำอะไรเป็นได้ผล อากิญจัญญายตนะภพ เนวสัญญา หมด เล่าเรียนก็สำเร็จ คันถธุระก็ นาสัญญายตนะภพ ก็มีความเสื่อม ดุจเดียวกัน สำเร็จ วิปัสสนาก็สำเร็จ ไม่ท้อถอย กันละ ฝ่ายอุบาสก อุบาสิกา ทำนา เมื่อมีความเสื่อมเช่นนี้น่ะพระ ก็รวยกันยกใหญ่ ทำสวนก็รวยกัน พุทธองค์ประสงค์อะไร จะต้อนพวก ยกใหญ่ ทำไร่ก็ร่ำรวยกันยกใหญ่ เราให้พ้นจากความเสื่อมเหล่านี้ ให้ เป็นคนไม่เกียจคร้านทีเดียว ถ้าว่า ออกจากภพไปเสีย ให้เข้าถึงธรรมกาย รับราชการงานเดือนก็เอาดีได้ทีเดียว ไปนิพพาน ต้องการอย่างนั้นหนา คือ ไม่ว่าทำหน้าที่อันใดเป็นเอาดี ได้ทั้งนั้น รุ่งเรืองเจริญด้วยกันทั้งนั้น เพราะแกไม่เผลอ แกระวังตัวอยู่ เสมอเช่นนี้ แล้วก็ทางชั่วแกไม่ทำที เดียว แกกลัวมันตามไปลงโทษแก แกไม่ยอมเด็ดขาดทีเดียว แกเห็น ความเสื่อมอยู่เสมอดังนี้ ให้เห็นอยู่ อย่างนี้แหละจึงจะเอาตัวรอดได้ ถ้า ไม่เห็นอย่างนี้เอาตัวรอดไม่ได้ ต้อง เห็นความเสื่อมอยู่เช่นนี้ เมื่อเห็นความเสื่อมดังนี้แล้ว ท่านอุปมาอุปไมยไว้หลายนัยหลาย ประการ อุปมาอุปไมยไว้ว่า ภาสิต อิท ภควตา ค่าอันนี้พระผู้มีพระภาค รับสั่งแล้วว่า เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ยาน กานิจิ ชงคลาน ปาณาน ปทชาตาน สพฺพาน ตานี หตถิปเท สโมธาน คัจฉันติ หตถิปท์ เตส์ อคฺคมกขายติ แปลเนื้อความว่า ปทชาติทั้งหลาย รอยเท้าสัตว์ทั้งหลายทั้งหมดในชม พูทวีป ปทชาตา นะ เขาแปลว่า บทชาติทั้งหลาย ทับศัพท์ ถ้าว่าจะ ขยายรอยเท้าสัตว์หมดทั้งชมพูทวีป ไม่เหลือเลย ปทชาติทั้งหลายของ สัตว์ที่ไปด้วยแข้ง ยาน กานิจิ เหล่า ใดเหล่าหนึ่ง สพพาน ตานิ ปทชาติ ทั้งหลายเหล่านั้นทั้งสิ้น คจฉันติ ย่อมถึง สโมธานี ซึ่งการประชุมลง หตถิปเท ในรอยเท้าแห่งช้าง แปล เนื้อความออกไปดังนี้ หตฺถปท์ อัน ว่ารอยเท้าแห่งช้าง คัจฉันติ ย่อมถึง หตุถิปท์ รอยเท้าแห่งช้าง เตส์ อค คมกขายติ อันบัณฑิตทั้งหลาย กล่าวว่าเลิศกว่าประเสริฐกว่าปทชาติ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More