ข้อความต้นฉบับในหน้า
ให้อาบน้ำยาไว้ นักประวัติศาสตร์ทั้งหลายมี
ความโน้มเอียงไปทางที่จะคิดว่า เรื่องราวที่ชาว
อาหรับเขียนขึ้นนั้นมีความจริงอยู่มาก บริกซ์ได้
เสนอความเห็นไว้ว่า พระเจ้ามหิปติวรมัน คือ
กษัตริย์เขมรที่ถูกตัดพระเศียร
พ.ศ.๒๖๘ ชาวเจนละเรียกตนเองว่า กัมพู ส่วน
บันทึกของชาวจีนเรียกชาวกัมพูว่า เจนละ
พวกเขมรเรียกตัวเองว่า กัมพูชา และ
เรียกชื่อประเทศว่า ซรอก กามปูเจีย (Srok
Kampuchea) หรือ ซรอก เขมร คำว่า “กัมพูชา”
อาณาจักรเจนละปรากฏในประวัติศาสตร์ นี้เข้าใจกันว่ามีความเกี่ยวข้องกับประเทศอินเดีย
ครั้งแรก เมื่อเจนละได้ส่งคณะทูตไปเมืองจีนเมื่อ อยู่ด้วย เพราะในอินเดียมีอยู่แคว้นหนึ่งชื่อแคว้น
พ.ศ.๑๑๕๙ หรือ ๑๑๖๐ ในสมัยนั้นพระเจ้าอีสาน
วรมันเป็นกษัตริย์ครองอาณาจักรเจนละ เดิม
เจนละเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรฟูนัน แต่ภาย
กัมโพชะ ชาวเขมรเข้าใจว่าตนเองสืบเชื้อสายมา
จาก “ท้าวกามพู สวยัมภูวะ” (Kambu Svayam-
bhuva) กับนางเปรา (Pera) หรือเมรา (Mera)
หลังเจ้าชายจิตรเสนยกกองทัพไปโจมตีฟูนันและ ซึ่งพระอิศวรประทานให้เป็นชายาของท้าวกามพู
เอาฟูนั้นมาไว้ในอำนาจได้ แปลลีออล์ (Pelliot) สวยมภูวะ
กล่าวว่า เจนละก็คือกัมพูชา นั่นเอง
นิยายนี้จะพิสูจน์ว่าเขมรมาจากอินเดียหา
ที่ตั้งของอาณาจักรเจนละดูเหมือนจะอยู่ ได้ไม่ แต่ไม่ต้องสงสัยละว่า เขมรจะต้องได้รับ
ในบริเวณเมืองจำปาศักดิ์เดี๋ยวนี้ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ อารยธรรมมาจากอินเดียอย่างแน่นอน นอกจาก
โขง ทางใต้ปากแม่น้ำมูลหน่อยหนึ่ง กษัตริย์ นั้นก็มีพวกราชตระกูลและผู้ที่นับถือศาสนาฮินดู
เจนละสมัยแรกๆ ได้แผ่อาณาเขตกว้างขวางออก อีกมากมายที่อพยพเข้าไปอยู่ในประเทศกัมพูชา
นักเดินทางชาวจีนจากราชสำนักตีมูร์ซ่านชื่อ เจา
ดร.ธิดา สาระยา ได้ศึกษาเรื่องอาณาจักร ตากวน (พ.ศ. ๑๘๓๙) ได้กล่าวไว้ว่า ประเทศที่
เจนละ พบว่าหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดของพวกกัมพู คนจีนเรียกว่า เจนละ (Chenla) นั้น ชาวพื้น
พบในจารึกบ่ออีกาในโคราช มีอายุประมาณปี เมืองเขาเรียกกันว่า กันโปจี ซึ่งเข้าใจว่าตรงกับ
ไปทุกที
ถ้ำใจตยสถานที่การละ ใกล้บอมเบย์
กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ ๗๑