พระบาลีและความเสื่อม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 2 หน้า 39
หน้าที่ 39 / 156

สรุปเนื้อหา

วาระพระบาลีที่ยกขึ้นไว้ เป็นนิเขป กถาว่า ภาสิตา โข ปน ภควตา ปริ นิพพานสมเย อยู่ ปจฺฉิมวาจา หนุ ททานิ ภิกฺขเว อามนฺตยาม โว วย ธัมมา สังขารา อัปปมาเทน สม ปาเทถาติฯ แปลเนื้อความว่า จริง อยู่วาจาสุดท้ายนี้ ที่พระผู้มีพระภาค เจ้ารับสั่งแล้วว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เชิญท่านทั้งหลาย เราเรียก ท่าน ทั้งหลายเข้ามาสู่ที่เฝ้าเรานี้ว่า สังขาร ทั้งหลายมีความเสื่อมไปเสมอ” นี่ จำไว้อันนี้ สังขารทั้งหลาย มีความ เสื่อมไปเสมอ สิ่งที่ได้เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู ได้ทราบด้วยจมูก ลิ้น กาย ได้รู้แจ้งทางใจ เสื่อมไปเสมอ ไม่เหลือเลย อุปมาเทน สมปาเทถ ท่านจงถึงพร้อมด้วยความไม่เผลอ ไม่ประมาท ท่านจงถึงพร้อมด้วย ความไม่เผลอในความเสื่อมไปนั้น ให้ ตรึงไว้กับใจเสมอ นี้แหละเจอละทาง ไปของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ เป็นหนทางหมดจดวิเศษท

หัวข้อประเด็น

- พระบาลีและความเสื่อม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

วาระพระบาลีที่ยกขึ้นไว้ เป็นนิเขป กถาว่า ภาสิตา โข ปน ภควตา ปริ นิพพานสมเย อยู่ ปจฺฉิมวาจา หนุ ททานิ ภิกฺขเว อามนฺตยาม โว วย ธัมมา สังขารา อัปปมาเทน สม ปาเทถาติฯ แปลเนื้อความว่า จริง อยู่วาจาสุดท้ายนี้ ที่พระผู้มีพระภาค เจ้ารับสั่งแล้วว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เชิญท่านทั้งหลาย เราเรียก ท่าน ทั้งหลายเข้ามาสู่ที่เฝ้าเรานี้ว่า สังขาร ทั้งหลายมีความเสื่อมไปเสมอ” นี่ จำไว้อันนี้ สังขารทั้งหลาย มีความ เสื่อมไปเสมอ สิ่งที่ได้เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู ได้ทราบด้วยจมูก ลิ้น กาย ได้รู้แจ้งทางใจ เสื่อมไปเสมอ ไม่เหลือเลย อุปมาเทน สมปาเทถ ท่านจงถึงพร้อมด้วยความไม่เผลอ ไม่ประมาท ท่านจงถึงพร้อมด้วย ความไม่เผลอในความเสื่อมไปนั้น ให้ ตรึงไว้กับใจเสมอ นี้แหละเจอละทาง ไปของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ เป็นหนทางหมดจดวิเศษทีเดียว นึก ถึงความเสื่อมอันนั้น นึกถึงความ เสื่อมได้เวลาไรละก็บุญกุศลยิ่งใหญ่ เกิดกับตนเวลานั้น ให้นึกอย่างนี้ นี่ เป็นข้อสำคัญ นี้เนื้อความของพระ บาลีแปลเป็นสยามได้ความดังนี้ ต่อแต่นี้จะอรรถาธิบายเป็น ลำดับไป ว่าความเสื่อมอันนี้แหละ มีอยู่กับใครบ้าง หมดเราท่านทั้ง หลาย ทั้งคฤหัสถ์ บรรพชิต หญิงชาย เด็กเล็กผู้ใหญ่ไม่ว่าเสื่อมทีละนิดๆๆ เหมือนกับนาฬิกาเดิน เหมือนกัน ทุกคน ติณชาติ พฤกษชาติ รุกขชาติ วัลลิชาติใด ๆ ไม่เหลือเลย ในกำเนิด ทั้ง ๔ สังเสทชะ อัณฑชะ ชลาพุชะ โอปปาติกะ อัณฑชะ สัตว์เกิดด้วยฟองไข่ ก็เสื่อมเหมือนกัน สังเสทชะ สัตว์ เกิดด้วยเหงื่อไคลก็เหมือนกัน เกิด ขึ้นอาศัยน้ำเป็นแดนเกิด ก็เสื่อม เหมือนกัน โอปปาติกะจะลอยขึ้น บังเกิด บังเกิดในอบายภูมิทั้ง ๔ เปรต สัตว์นรก อสุรกาย หรือว่าเกิดเป็น สัตว์เดียรัจฉานเหล่านี้ก็เสื่อม เกิด เป็นกายทิพย์ ภุมมเทวดา รุกขเทวดา อากาศเทวดา จาตุมหาราช ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิม กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ ๑๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More