ข้อความต้นฉบับในหน้า
0000000000
ผู้ที่เคยทำคุณงามความดีแก่ตนมาก่อน
แม้พียงเล็กน้อยแม้เพียงครั้งเดียว
ก็ควรถือว่าเขาได้ทําสิ่งที่ท ได้ยาก
แก่ราไว้แล้ว
แก่เราอีก ก็ไม่ควรดูถูกดูหมิ่นว่าท่าแค่นี้ให้แค่นี้ ไม่น่า
จะถือเป็นบุญคุณอะไร เพราะความดีที่เขาท่าแก่เรานั้น
ย่อมสำคัญเสมอ หากว่าเขาไม่ให้ไม่ช่วยอะไรเราไว้ตอน
นั้น เราอาจล่า บาก เราอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เป็นอยู่ทุก
วันนี้ก็ได้ ดังเช่นพ่อแม่แม้ท่านจะไม่ได้เลี้ยงดูเรา เพียง
ให้กำเนิดเราเท่านั้น แต่สิ่งที่
ท่านให้ก็มีอยู่ และสําคัญที่สุด
สิ่งนั้นคือ ชีวิตและร่างกายของ
เราทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งสูงสุด
หาไม่ได้จากคนอื่นอีกแล้ว หรือ
อย่างครูบาอาจารย์ ซึ่งเคยสั่ง
สอนอบรมให้ความรู้ตนมาแม้
เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง แล้วก็
ไม่ได้พบกันอีกเลย ก็ต้องถือ
ว่าท่านเหล่านั้นมีพระคุณต่อตน
อย่างสูงสุด ดังนั้น ไม่ว่าใคร
ก็ตามที่เคยช่วยเหลือ เคยให้
อะไรแก่ตนมา แม้จะเพียงเล็ก
น้อยหรือแม้จะเพียงครั้งเดียว
ก็ควรถือว่าผู้นั้นเป้นผู้มีบุญคุณ
ที่ตนจะต้องนับถือยกย่อง ด้วย
กว่าสมบัติทั้งหลายซึ่งอยู่นอกกายมากมายนัก ทั้งผู้เป็น
ลูกทุกคนจะไม่อาจทาสมบัติที่ดีวิเศษเช่นนี้ได้จากที่อื่นเลย
ถึงแม้จะมีแขนเทียมขาเทียม หรือมีอวัยวะเทียมอื่นๆ
มาแทนที่ได้ ก็ไม่ดีวิเศษเท่าแขนขาและอวัยวะที่พ่อแม่
ให้มาเลย
ความดีของครูอาจารย์ ของพี่น้อง หรือของผู้มี
พระคุณอื่นใด แม้จะด้อยกว่าความดีของพ่อแม่ แต่ก็มี
ค่าและมีความสำคัญเสมอ ผู้ที่เคยได้รับความดีจากคน
เหล่านี้ ก็ไม่ควรลืมเช่นกัน
ผู้ที่เคยทำคุณงามความดีแก่ตนมาก่อน แม้เพียง
เล็กน้อย แม้เพียงครั้งเดียว ก็ควรถือว่าเขาได้ว่า สิ่งที่ท่า
ได้ยากแก่เราไว้แล้ว แม้ว่าเขาจะมิได้ท่า มิได้ให้อะไร
ความสํานึกในบุญคุณตลอดไป
ธรรมดาคนดีย่อมจะไม่ลืมบุญคุณของคนที่เคยท่า
เคยให้อะไรแก่ตนมา แม้จะเป็นเพียงข้าวหนึ่งคำ หรือน้ำ
หนึ่งแก้วเท่านั้น ผิดกับคนชั่ว แม้จะยกแผ่นดินทั้งหมด
ให้ ก็ทําให้เขาสำนึกในบุญคุณของคนให้ไม่ได้
คนดีกับคนชั่ว มีคุณภาพจิตใจต่างกันอย่างนี้ จึง
ไม่ควรหวังการตอบแทนอะไรจากคนที่ไม่รู้จักบุญคุณใคร
ขึ้นหวังไป ก็วังแต่จะทำ ให้ผิดหวังและเสียใจเท่านั้น
กัลยาณมิตร ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๙