ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลายคนที่ไปในสงครามเกาหลี ได้รับพระของขวัญของ
หลวงพ่อวัดปากน้ำไปด้วย หลวงพ่อได้เล่าให้ฟังไว้ในเทศ
นาอธิบายพระของขวัญของท่านว่า
“ถ้าจะเล่าเรื่องตักดิ์ฤทธิ์ให้ฟังสามชั่วโมงเห็นจะไม่จบ
เขาเล่าให้ฟังมากมายก่ายกอง
ที่ขาเล่าในทางเกาหลี
ทหารอังกฤษ อเมริกัน ทหารฝรั่งเศส กำลังคุยกันอยู่ ที่
ทหารไทยอยู่บ้างลูกระเบิดทำลายมันตกกลางประชุมกำลัง
คุยกันนั้น ซึ่งเดียวเท่านั้นตายหมด เหลือตายอยู่คนเดียว
ที่อยู่ในนั้นเหลือคนไทยคนเดียว นอกนั้นไม่เหลือ ดาย
หมด ไทยคนเดียวมีพระของขวัญอยู่ในตัว ฝรั่งให้หรียญ
กล้าหาญ ให้เหรียญกล้าหาญแก่คนไทยคนนั้น ยังปรากฏ
อยู่ นิค
นี่ความตักติสิทธิทั้งนั้น"
ลง
บ
จวบจนมาถึงปี พ.ศ.๒๔๙๖ สงครามเกาหลีก็สิ้นสุด
ปี พ.ศ.เอธ๙๕ หลวงพ่อเริ่มเผยแผ่วิชชาธรรมกายไป
ต่างประเทศ โดยในวันที่ 6 พฤศจิกายน ๒๔๙๗ หลวงพ่อ
ได้ส่งพระกปิลวัหโฒ ชื่อเดิมของท่านคือ ศาสตราจารย์วิล
เสี่ยม ผู้ซึ่งได้เข้าถึงธรรมกายแล้วขึ้นเครื่องบินไปเผยแผ่ยัง
ประเทศอังกฤษ
ปี พ.ศ.๒๔๙๙ เริ่มมีการทำพระของขวัญรุ่นที่ ๓ ซึ่ง
เป็นรุ่นสุดท้ายที่หลวงพ่อสร้างขึ้นเอง
ในปีนี้เอง หลวงพ่อเริ่มอาพาธ และถึงปี พ.ศ.๒๕๐๒
หลวงพ่อก็มรณภาพจากโลกนี้ไปอย่างนักสร้างบารมีที่แกร่ง
กล้า
ชีวิตของหลวงพ่อเสมือนประหนึ่งว่าจะเกิดมาในช่วง
ที่บ้านเมืองวิกฤติ เพื่อมาช่วยเหลือบ้านเมือง เป็นแสงสว่าง
ให้แก่ชาวโลก ในยามที่โลกเต็มไปด้วยความสับสน ว้าวุ่น
และภัยอันตรายต่างๆ มากมาย
หลวงพ่อได้พูดถึงเหตุแห่งความยากลำบากในช่วงสง
ครามโลกไว้ในเทศนาของท่าน เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๔๙๗
ว่า
“ในสองประเทศนั้นที่เบียดเบียนซึ่งกันและกันเป็น
ทุกข์แน่ ไม่ใช่เป็นทุกข์เพียงเท่านั้น หลังความทุกข์มาให้
ประเทศข้างเคียงไม่ใช่น้อย ยังเราท่านทั้งหลายได้ประสบ
ความเบียดเบียนมาแล้วอย่างใหญ่ เรียกว่าสงคราม ล่วง
แล้วสองครั้ง ได้ประสบอย่างใหญ่ทีเดียว พอปลายสงคราม
ข้าวของแพงเกินส่วน ของหายากเกินส่วน เครื่องอุปโภค
Sardamba
บริโภคไม่พอใช้จ่ายกัน ต่างประเทศถึงกับเดือนร้อน ถึง
ความตาย นี้เห็นได้แล้ว ความเบียดเบียนซึ่งกันและกัน
เป้นทุกข์ในโลกอย่างนี้..
แต่บัดนี้ล่า หมดทั้งสากลโลก หมดประเทศไทย
หมดประเทศอเมริกา หมดประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี
ญี่ปุ่น จีน รัสเซีย ฯลา ถ้ามีศีลห้าด้วยพร้อมๆ กัน เป็นไง
มีศีล ๕ พร้อมกันเลีย บริสุทธิ์พร้อมกัน ไม่มีรองเสียด้วย
กันทั้งนั้น โลกจะได้รับร่มเย็นเป็นสุขอย่างไรบ้าง โลกก็ได้
รับร่มเย็นเป็นสุขทันใดทีเดียว ประเทศใคร ใครอยู่ ใคร
ใครนอนไป สบายอก สบายใจ เพราะไม่เบียดเบียนซึ่งกัน
และกันหมดทั้งโลก...”
พระผู้เป็นแสงสว่างให้แก่ชาวโลก ทำให้ชาวโลกได้รู้
หนทางการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ท่านปรารถนาที่จะสร้าง
โลกนี้ให้มีสันติสุข ดังค่าาเทศนาที่ท่านกล่าวไว้
แต่ช่วงชีวิตดนหนึ่งนั้นสั้นเหลือเกิน หลวงพ่อได้จาก
โลกนี้ไป ในขณะที่สันติสุขที่แท้จริงคืบคลานไปในโลกได้นิด
เดียว
เหลือแต่ศิษยานุศิษย์ในรุ่นหลังๆ นี้ ที่จะได้ช่วยกัน
สานงานสร้างสันติสุขที่แท้จริงให้บังเกิดขึ้นในโลกนี้ต่อไป
0
กัลยาณมิตร
พฤศจิกายน ๒๕๓๙
...........