ข้อความต้นฉบับในหน้า
กองหน้าเรือพระที่นั่งเรียกว่า กระบวนนอกหน้า ถัดมาเป็น
กระบวนในหน้าได้แก่ ทหารรักษาพระองค์ ตอนกลางเป็น
กระบวนเรือพระที่นั่ง ตอนหลังกระบวนเรือพระที่นั่งขั้นใน
เรียกว่า กระบวนในหลังและกระบวนนอกหลัง ทั้ง ๕ ตอน
นี้มีเรือรักษาความปลอดภัยคั่นทุกคอน กล่าวกันว่าวกระ
บวนเรือในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนั้น ยิ่งใหญ่
เกรียงไกรมาก มีเรืออยู่ในริ้วกระบวนกว่า ๒๕๐
เนื่องจากสมัยหลังๆ นี้ เรือพระราชพิธีมีเหลือน้อย
นี้
ล่าาเต็มที จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรม
ครั้งทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดี
พระนครสวรรค์วรพินิต
กระทรวงทหารเรือ ได้ทรงทำหนังสือกราบบังคมทูลขอ
พระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๙" ในการวางระเบียบริ้วกระบวนเรือพระราชพิธี
ใหม่ โดยจัดรูปกระบวนเข้าหาจํานวนเรือที่มีอยู่เป็นสำคัญ
และยึดหลักโบราณราชประเพณีเพียงอนุโลม ซึ่งมีทั้ง
กระบวนพยุหยาตราใหญ่และกระบวนพยุหยาตราน้อย อัน
เป็นแบบแผนที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับการจัดกระบวนพยุหยาตราชลมารคในพระ
ราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ในวันที่ ๑
พฤศจิกายนนี้จะเป็นกระบวนพยุหยาตราใหญ่จากท่าวาสุกรี
ถึงวัดอรุณราชวราราม กระบวนเรือจะประกอบด้วยริ้วกระ
บวน ๕ นิ้ว ใช้เรือรวมทั้งสิ้น ๕๒ ลำ โดยมีระยะต่อระหว่าง
ล่า ๕๐ เมตร เว้นระหว่างเรือพระที่นั่ง ๕๐ เมตร ระยะ
เคียงระหว่างนิ้ว ๒๐ เมตร ความยาวของกระบวน ๑,๐๐๐
เมตร กว้าง ๗๐ เมตร กำลังพลทั้งหมด ๒,051๒ นาย
ส่วนเรือประเภทต่างๆ ที่ใช้ในกระบวนพยุหยาตรา
มีดังนี้
๑.เรือประตูหน้า เป็นเรือน่าริ้วกระบวน ๒ ล่า ขวา
ซ้าย ได้แก่ เรือทองบ้าบิ่น และเรือทองขวานฟ้า
๒
๒.เรือพิฆาต เป็นเรือรบมีปืนจ่ารงตั้งที่หัวเรือ ๒
ได้แก่เรือเสือทะยานชล (ขวา) และเรือเสือค่า รณสินธุ์ (ซ้าย)
๓.เรือตั้ง เป็นเรือที่ไม่มีลวดลาย อยู่ในริ้วกระบวน
ขวาสุดและซ้ายสุดรอบนอก มี®® คู่ หรือ ๒๒ ว่า มี
หน้าที่เหมือนกับดั้งป้องกันกระบวนเรือ
๔.เรือกลองใน-กตองนอก เป็นเรือกราบ มีบีชวา
และกลองแขกสำหรับบรรเลง มี ๒ ลำ คือ เรือแตงโม กับ
เรืออีเหลือง
๕.เรือตำรวจใน-ตำรวจนอก เป็นเรือกราบ ๒
5.เรือรูปสัตว์ เป้นเรือแกะสลักหัวเรือรูปสัตว์ต่างๆ
ดังกาพย์ที่ว่า “นาวาแน่นเป็นชนิดล้วนรูปสัตว์แสนยากร
มีอยู่ ๗ ลูก หรือ ๕ คู่ดังนี้
อสุรวายุภักตร์
กระบี่ราญรอนราพน
พาลีรั้งทวีป
ครุฑเหิรเห็จ
อสุรปักษี
กระบี่ปราบเมืองมาร
สุครีพครองเมือง
ครุฑเตร็จไตรจักร
๗.เรือพระที่นั่ง จัดว่าเป็นเรือสำคัญและสง่างามที่
สุดในกระบวน ซึ่งมีคังนี้
เรือพระที่นั่งทรง คือเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุ
บรรณรัชกาลที่
- เรือพระที่นั่งรอง คือเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
- เรือทรงผ้าไตร ได้แก่ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
ส่วนเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือทรงผ้าไตรสำรอง
๔.เรือคู่ชัก เป็นเรือน่า เรือพระที่นั่ง ได้แก่ เรือเอก
ไชยเหิรหาว กับเรือเอกไชยหลาวทอง
๗.เรือตำรวจตาม ใช้เรือกราบกันยา อยู่ในริ้วกลาง
ต่อจากเรือผ้าไตรสํารอง
๑๐.เรือแข็ง ใช้เรือกราบกันยา เป็นเรือทหารรักษา
พระองค์ มีอยู่ ๓ ว่า ท่า หน้าที่แซงกระบวนเสด็จขวางกัน
เรือข้าศึกไม่ให้เข้าถึงเรือพระที่นั่งได้
ล่า
Q®.
ถ
9.เรือประตูหลัง ใช้เรือกราบกันยา คือเรือแซง ๒
การฬเรีฉแดะบกเห่เรีช
เค้าเดิมที่มาของการเห่เรือนั้นเข้าใจว่าส่วนหนึ่งอาจ
หรือบางทีก็
จะเป็นมนตร์ทางไสยศาสตร์เพื่อความขลัง
อาจจะเห่เพื่อข่มขวัญข้าศึกในการรบ ให้ข้าศึกนึกว่ากำลัง
ไพร่พลมากก็ได้ และที่เห็นได้ชัดก็คือการเห่นั้นเป็นการให้
จังหวะมีพายเพื่อให้พายได้พร้อมเพรียงกัน แล้วก็ยังท่า ให้
เกิดความรื่นเริงลืมความเหนื่อยอีกด้วย บทเห่เรือนั่นมี ๒
ชนิดคือ บทเห่เรือหลวง กับบทเห่เรือเล่น
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชา
นุภาพ ได้ทรงนิพนธ์หนังสืออธิบายตำนานเห่เรือไว้ตอนหนึ่ง
วา
...ล้าว่าถึงบทเห่เรือ
เรือกระบวนหลวงแต่โบราณ
กัลยาณมิตร ภันิไน .
พฤศจิกายน ๒๕๓๗