เบญจศีลและเบญจธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2539 ฉบับที่ 11 หน้า 45
หน้าที่ 45 / 164

สรุปเนื้อหา

เบญจศีล ๑.ไม่ฆ่า ๒. มลัก เบญจธรรม ๑.มีความเมตตากรุณา ๒.ประกอบแต่สัมมาอาชีพ คือเว้นขาดจาก - การค้าอาวุธ - การค้ามนุษย์ - การค้าสัตว์เย็นเอาไปฆ่า - การค้าน้ำเมา - การค้ายาพิษ ๓. ไม่ประพฤติผิดในกาม ๓.มีความสำรวมในกาม ร.ไม่พูดเท็จ ๕.เสพสุรา ยาเมา ธ.มีสัจจะ ๕.มีสติสัมปชัญญะ “การควบคุมตนเอง ไม่ให้ไปก่อความเดือดร้อนให้แก่ตน เองและผู้อื่น และจะต้องประคับประคองตนให้ทำแต่เฉพาะ ประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านเท่านั้น” เมื่อเราเข้าใจความหมายของคุณธรรมแล้ว ก็ย้อน กลับมาในประเด็นที่ค้างอยู่ คือ งานที่สำคัญในชีวิตมนุษย์ ตามทัศนะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราได้กล่าวกันไว้ ก่อนหน้านี้ว่า มีงาน ๒ งานที่มนุษย์ต้องทำคืองานทำมา หาเลี้ยงชีพ กับงานสร้างคุณธรรม ถามว่าทำแค่ ๒ งานนี้ พอหรือไม่ ใครก็ตามตั้งใจทำทั้ง ๒ งานอย่างส

หัวข้อประเด็น

- เบญจศีลและเบญจธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เบญจศีล ๑.ไม่ฆ่า ๒. มลัก เบญจธรรม ๑.มีความเมตตากรุณา ๒.ประกอบแต่สัมมาอาชีพ คือเว้นขาดจาก - การค้าอาวุธ - การค้ามนุษย์ - การค้าสัตว์เย็นเอาไปฆ่า - การค้าน้ำเมา - การค้ายาพิษ ๓. ไม่ประพฤติผิดในกาม ๓.มีความสำรวมในกาม ร.ไม่พูดเท็จ ๕.เสพสุรา ยาเมา ธ.มีสัจจะ ๕.มีสติสัมปชัญญะ “การควบคุมตนเอง ไม่ให้ไปก่อความเดือดร้อนให้แก่ตน เองและผู้อื่น และจะต้องประคับประคองตนให้ทำแต่เฉพาะ ประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านเท่านั้น” เมื่อเราเข้าใจความหมายของคุณธรรมแล้ว ก็ย้อน กลับมาในประเด็นที่ค้างอยู่ คือ งานที่สำคัญในชีวิตมนุษย์ ตามทัศนะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราได้กล่าวกันไว้ ก่อนหน้านี้ว่า มีงาน ๒ งานที่มนุษย์ต้องทำคืองานทำมา หาเลี้ยงชีพ กับงานสร้างคุณธรรม ถามว่าทำแค่ ๒ งานนี้ พอหรือไม่ ใครก็ตามตั้งใจทำทั้ง ๒ งานอย่างสมบูรณ์ ไม่ มีขาดตกบกพร่อง แล้วเป็นไปได้ไหมที่คนๆ นั้นจะคิดท่า ร้ายตัวเองและผู้อื่น ก็ต้องตอบว่าเป็นไปได้ เพราะมนุษย์ ยังมีกิเลส นับตั้งแต่วันเกิดมาลืมตาดูโลก เรามีตำหนิอยู่ ในใจคือกิเลสที่คอยบีบคั้น จนเราคิดไม่ดีในหลายๆ โอกาส เพราะฉะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงมอบหมายงานที่ ๓ ให้ คือ “งานกลั่นใจให้ใส” เพราะงานนี้จะช่วยขจัด กิเลสที่คอยบีบคั้นใจของเราออกไป ทำให้ใจของเราบริสุทธิ์ ปลอดจากความคิดร้ายๆ ทั้งหลายทั้งต่อตัวเองและผู้อื่นได้ สรุปแล้วงานที่มนุษย์ต้องท่า ตามที่พระสัมมาสัม พุทธเจ้าทรงสอนไว้ก็คือ ๑.งานเลี้ยงชีพ กันต่อไปอีกว่า แล้วงานของครูตามทัศนะของพระสัมมา สัมพุทธเจ้า ในฐานะที่ทรงเป็นบรมครู มีงานอะไรบ้าง พระพุทธองค์ตรัสไว้ชัดเจนว่า มี ๒ งานคือ ๑.งานแนะ คือการอธิบาย ขยายความ ทั้งความรู้ วิชาการ วิชาชีพ และคุณธรรม ๒.งานนำ คือการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง คือสอนศิษย์ อย่างไร ครูก็ทำได้อย่างนั้น คือ ทำตัวเป็นตัวอย่างให้แก่ ลูกศิษย์ได้ ใครจะเป็นครูดีตามพุทธประสงค์ จะต้องทำทั้ง ๒ งานนี้ คืองานแนะ และงานน่า จะทำแต่งานอย่างใดอย่าง หนึ่งไม่ได้ ครูคนใดแนะก็ไม่ดี ทั้งไม่ทำตนให้เป็นตัวอย่าง แก่ลูกศิษย์ ได้ชื่อว่าเป็นโจรปล้นศิษย์ เพราะกว่าศิษย์จะ มาถึงเรา ครูคนก่อนๆ ก็ได้ปลูกฝังคุณธรรมมาให้แก่ศิษย์ ระดับหนึ่ง แต่พอมาถึงเรา ความดีที่สะสมมากลับถูกเรา ปล้นหมด ครูคนใดแนะดี แต่นำไม่ดี คือให้ความรู้วิชาการ อย่างดีเยี่ยม แต่ความประพฤติเอาเป็นต้นแบบไม่ได้ ครู สำหรับครูคนใดทั้งแนะก็ดี น่าก็ดี ครูอย่างนี้ปิดนรก เป็ดสวรรค์ให้ ลูกศิษย์ได้ พระคุณของท่านเกิน กว่าเงินเดือนที่รัฐบาลหยิบอื่น ให้ ๒.งานสร้างคุณธรรม เป็นบุคคลควรแก่การกราบไหว้ สม เป็นปัขนีอบุคคล ๓.งานภาวนา กลั่นใจให้ใส เมื่อเราเข้าใจงานหลักที่ต้องท่าในชีวิตแล้ว ต้องคิด กัลยาณมิตร ****** พฤศจิกายน ๒๕๓๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More