ข้อความต้นฉบับในหน้า
อะไรเกิดขึ้น วันรุ่งขึ้นแพทย์ประจำ ตัวเดินทางขึ้น
เชียงใหม่ เพื่อนๆเข้าไปท่าการเอ็กซเรย์ด้วยเครื่องมือใหม่
พิเศษ ที่เรียกกันว่าระบบ แด (ชื่อเต็มๆ ว่าอย่างไร ไม่
ได้เสียแล้ว) สิ่งที่พบทำให้แพทย์นิ่งอึ้ง และตกใจเสียยิ่งกว่า
คนไข้
เพราะว่าในฟิล์มที่ถ่ายตัดร่างกายออกเป็นส่วน ๆ ได้
แสดงชัดแจ้งว่า นอกจากกระดูกสันหลังจะแห้งบางเป็นทุย
แล้ว บริเวณเอว ช่วงกระดูกข้อที่ 5:-๕ นั้นทชุดเข้าหากัน
อย่างแนบชิด ปรากฏหมอนรองกระดูกที่แห้งสนิทงอกยื่น
ออกมากคแกนกลางของกระดูกสันหลังแล้วอย่างแน่ชัดและ
ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่ปรกติอยู่แล้วของผู้เขียน ทำให้ไม่
สามารถตัดสินใจผ่าตัดหรือท่า อะไรได้
แต่สิ่งที่ทำให้แพทย์ตื่นเต้นกว่านั้นก็คือ “ผู้เยียนทน
กับความเจ็บปวดเช่นนี้ได้อย่างไร และทำไมจึงยังทรงกาย
เดินเทินอยู่ได้เยี่ยงคนปรกติ เพียงแต่เชื่องช้าลงเพราะ
อาการปวดที่หล่อเลี้ยงอยู่อย่างสม่ำเสมอเท่านั้น”
เมื่อการรักษาทางแผนปัจจุบันถึงทางตันเพราะสุข
ภาพพื้นฐานของตนเอง สิ่งที่พอหาให้คือการรักษาแบบ
000580/8^© หมายถึงการให้นอนเฉยๆ ขยับเขยื้อนน้อย
ที่สุด และไม่เดินทางเลย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่
ได้ สำหรับคนกลัวตายกลัวไม่ได้สร้างความดีเช่นนี้ ทำให้
ต้องดิ้นรนหาทางรักษาตัวให้จงได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ที่
นอกเหนือไปจากการทำสมาธิปฏิบัติให้หนักขึ้นกว่าเดิม
บุญรักษา เพื่อนสนิทที่สุดได้พาไปพบแพทย์จีนที่มี
ความสามารถ แพทย์คนนี้บอกอาการทุกอย่างได้ถูกต้อง
โดยเรามิได้เล่าให้ฟังถึงอาการที่ทำให้ต้องไปหาเลย เพียง
แค่แพทย์จีนผู้นี้สงสัยเหลือเกินว่า “อื้อมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร
แค่ความเจ็บปวดนี่ก็เกินกว่าจะให้คิดว่าทนได้อยู่แล้ว และ
ไม่น่าจะยังเดินได้อยู่อย่างนี้” และด้วยความที่เป็นคนเชื่อ
มั่นในพระพุทธศาสนา ทำให้แพทย์จีนถึงกับขอดูฝ่ามือทั้ง
สองข้างของผู้เขียน (ทำให้คนพาไปเพิ่งทราบในตอนนั้นว่า
หมอมีความด้านนี้ดีมาก เนื่องจากไม่เคยดูให้ใคร และไม่
เคยแพร่งพรายเลยว่ามีความรู้ด้านนี้)
ค่า ตอบยิ่งน่าฟัง แพทย์ผู้นั้นพูดว่า "ผู้หญิงคนนี้?
อะไร ในมือแสดงชัดว่ามีสิ่งศักดิลี่ทลี่ หรืออะไรสักอย่าง
คุ้มครองดูแล นี่ถ้าไม่ขอดูมือ จะไม่ทำการรักษาให้ เพราะ
ไม่แน่ใจว่าจะรักษาให้หายได้หรือไม่ แต่เมื่อเห็นมือแล้ว
ยินดีรักษาให้ เพราะแสดงว่าจะต้องเป็นคนทำ ความดีมา
มากพอตัว"
แล้วเขาก็ลงมือรักษาให้จนกระทั่งทุเลาลงได้ในปัจจุบัน
ซึ่งไข้เวลาไม่นาน ประมาณยี่สิบกว่าวันเท่านั้น
แล้วท่านผู้อ่านว่าลิ่งใดเด่า ทีา ให้ผู้เขียนทนกับ
สกาพร่างกายเช่นนี้ได้
ทุ่มเท
น
แน่นอน สมาธิและการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องและ
ดอกย้ำว่าสิ่งที่มุ่งมั่นห่า มาเป็นสิบปีนี้ไม่เสียหลาย
ไม่เลือนหายไปไหน ไม่ว่าใครจะมองเห็น จะรู้หรือไม่ กาล
เวลาและความจริงได้พิสูจน์แล้วว่า “ตงทุนด้วยบุญกุศล จะ
เห็นผลทันตา” ผู้เขียนลงมือเขียนเรื่องนี้ ขณะนอนลืมตา
นึกถึงเพื่อนๆ พี่น้อง และลูกสาวที่กำลังอยู่ในพิธียกค้ำฟ้า
สภาธรรมกายสากล แล้วนึกถึงเรื่องที่จะเขียนในฉบับนี้ ใจ
อยากจะถ่ายทอดให้ท่านผู้อ่านให้เพื่อนกัลยาณมิตรได้รู้ ได้
มั่นใจว่าบุญกุศลที่อุตส่าห์ท่า กันมานั้นจะไม่มีวันสูญหายไป
ไหน ตัวเราผู้ปฏิบัติ ผู้กระทำ เองมั่นแหละ จะเป็นผู้ได้รับ
เหมือนขาวบ้านที่ทุกวันยังว่า บุญ กุศล เข้าใส่บาตร
เย็นสวดมนต์ แม้จะไม่ได้ทุ่มเทมากมาย แต่ก็ทำ ให้มีดอก
โสนให้เก็บ มีสะเดาออกช่อให้เกี่ยว มีกล้วย มีสายบัว มีตำ
ลึง มีปลาที่หมดอายุคะกายตามน้ำขึ้นมาตายบนแนวส่งให้
ได้น่า มาหา เป็นอาหาร
เชื่อเถิดว่า วิดทุกวันนี้อยู่ได้ด้วยบุญอย่างเดียวเท่านั้น
ต้าทุกคนเชื่อมั่น เร่งพากันทำบุญ กุศล ผลแห่งความสุข
ที่คาดไม่ถึงย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ขึ้นอยู่แต่เพียงว่า บุญที่ทำ
นั้นสำคัญ และยิ่งใหญ่เพียงไหน เพราะผลที่ได้นอกจากจะ
ขึ้นอยู่กับสภาพใจของผู้ท่าแล้ว ยังขึ้นอยู่กับประเภทของ
บุญกุศลเหล่านี้
ถ้าหากกลัวเจ็บกลัวตาย ก็ควรจะเตรียมตัวรับสภาพ
ที่หนีไม่ได้นั้นด้วยการเตรียมตัวเตรียมใจ สร้างบุญสร้างกุศล
และมุ่งมั่นทำ ใจของตัวเองให้ใสสว่าง เพราะส่วนหนึ่งของ
ความสำเร็จ ของชัยชนะ เกิดขึ้นจากใจที่มีพลัง แล้วใจที่มี
พลัง ย่อมเป็นใจที่สว่างไสวด้วยการปฏิบัติธรรมเท่านั้น
อ่านแล้ว ขอให้ต่างมีความคิดเร่งปฏิบัติธรรม สร้าง
ความดีกันให้จงหนักเกิดนะคะ เพราะวาระของเจ็บ และ
ตายนั้นเป็นสิ่งที่ราหลีกเลี่ยงกันไม่ได้จริงๆ
พฤศจิกายน ๒๕๓๙
ถัลยาณมิตร