ธรรมะและสัตบุรุษ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2539 ฉบับที่ 11 หน้า 141
หน้าที่ 141 / 164

สรุปเนื้อหา

อีกตอนหนึ่ง พระพุทธองค์ได้ตรัส ความเป็นผู้มีจิตใจใสสะอาด ปราศจาก ราคะ โทสะ และโมหะ มุ่งกำจัดกิเลสออก จากใจ เพื่อให้เข้าถึงธรรมะคือความสงบ เปรียบเทียบความแตกต่างของบุคคลต่าง ๆ ไว้อีกด้วยว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าก็เสด็จเข้าไปยังสภานั้น “บุคคลใด เอาชนะผู้ที่ไม่ควรชนะ ภายในนั้นเอง พวกพราหมณ์ และคฤหบดีชาวโขมทุสสะ บุคคลนั้นไม่ใช่พระราชา นิคมพอเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าไป บุคคลใดเอาชนะเพื่อน บุคคลนั้น หญิงใดไม่ปรนมีบังสามี หญิงนั้น ในปัจจุบัน เราจะหาบุคคลผู้ถึง พร้อมด้วยคุณสมบัติของสัตบุรุษอย่างเต็ม ที่นั้นหายาก แต่ถ้าจะทาผู้ที่ตั้งใจฝึกฝน คนเองเพื่อเป็นสัตบุรุษนั้น ก็มีอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะตามวัดต่างๆ ในวันพระหรือวัน สำคัญทางพระพุทธศาสนา จะมีพุทธศา ลนิกชนเป็นจำนวนมากเข้าวัดปฏิบัติธรรม เพื่อขัดเกล

หัวข้อประเด็น

- ธรรมะและสัตบุรุษ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ก็พากันกราบทูลความสงสัยเกี่ยวกับธรรม ไม่ใช่เพื่อน บิณฑบาตในโขมทุสสะนิคม พวกพราหมณ์ และคฤหบดีชาวโขมทุสสะนิคมกำลังประดู่ ชุมกันอยู่ในสภา ด้วยกรณียกิจบางอย่าง อีกตอนหนึ่ง พระพุทธองค์ได้ตรัส ความเป็นผู้มีจิตใจใสสะอาด ปราศจาก ราคะ โทสะ และโมหะ มุ่งกำจัดกิเลสออก จากใจ เพื่อให้เข้าถึงธรรมะคือความสงบ เปรียบเทียบความแตกต่างของบุคคลต่าง ๆ ไว้อีกด้วยว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าก็เสด็จเข้าไปยังสภานั้น “บุคคลใด เอาชนะผู้ที่ไม่ควรชนะ ภายในนั้นเอง พวกพราหมณ์ และคฤหบดีชาวโขมทุสสะ บุคคลนั้นไม่ใช่พระราชา นิคมพอเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าไป บุคคลใดเอาชนะเพื่อน บุคคลนั้น หญิงใดไม่ปรนมีบังสามี หญิงนั้น ในปัจจุบัน เราจะหาบุคคลผู้ถึง พร้อมด้วยคุณสมบัติของสัตบุรุษอย่างเต็ม ที่นั้นหายาก แต่ถ้าจะทาผู้ที่ตั้งใจฝึกฝน คนเองเพื่อเป็นสัตบุรุษนั้น ก็มีอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะตามวัดต่างๆ ในวันพระหรือวัน สำคัญทางพระพุทธศาสนา จะมีพุทธศา ลนิกชนเป็นจำนวนมากเข้าวัดปฏิบัติธรรม เพื่อขัดเกลาจิตใจของตนเองให้มีความสงบ ขจัดความโลภ โกรธ หลง ที่นี่อยู่ในใจตน ของสภาว่า คนพวกไหนรู้จักธรรมของสภา พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสแก่พราหมณ์และ คฤหบดีเหล่านั้นว่า “ในที่ใดไม่มีพวกสัดบุรุษ ในที่นั้น ไม่ชื่อว่าสภา คนเหล่าใด ไม่กล่าวธรรม คนเหล่านั้นไม่ชื่อว่าสัดบุรุษ เพราะพวก มีใครรอ! ชนเหล่าใดไม่เลื้องดูบิดามารดาผู้ แก่ชรา ชนเหล่านั้นมิใช่บุตร สัตบุรุษ ไม่มีในที่ใด ที่นั้นไม่ใช่สกา ชนเหล่าใดไม่กล่าวธรรม ชนเหล่า ชุมของสัตบุรุษ สัดบุรุษ ละราคะ โทสะ และโมหะได้แล้ว จึงกล่าวธรรมออู่” เมื่อพวกพราหมณ์และคฤหบดีเหล่า นั้น ได้ฟังพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเช่นนั้น กีพากันกล่าวสรรเสริญพระพุทธองค์ว่า “พระดำรัสของพระองค์แจ่มแจ้งยิ่ง นัก พระองค์ทรงประกาศธรรมโดยปริยาย เป็นอันมาก เหมือนหงายของที่คว่ำ เปิด ของที่ปิด บอกหนทางแก่คนหลงทาง หรือ ส่องประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่า คนมีตาดี จักมองเห็นรูป ฉะนั้น พวกข้าพระองค์ เหล่านี้ขอถึงท่านพระโคดมผู้เจริญ พร้อม ทั้งพระธรรม และพระภิกษุสงฆ์เป็นสรณะ ขอท่านพระโคดมทรงจำพวกข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสก ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ตลอดชีวิตตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นั้นไม่ใช่สัดบุรุษ เพราะพวกสัดบุรุษ ละราคะ โทสะ และโมหะ ได้แล้ว จึงกล่าวธรรมอยู่ฯ” ดังจะเห็นได้ว่า สัตบุรุษนั้นมีความ สำคัญ สำหรับที่ประชุม หรือที่ชุมนุมคน หมู่มาก ถ้าหากไม่มีผู้ที่เป็นสัตบุรุษแล้ว ก็ ไม่อาจเรียกว่าเป็นสภาได้ เพราะผู้ที่เป็น สัตบุรุษ ย่อมสามารถดูแลผู้ร่วมประชุมให้ เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ย่อมกล่าว แนะนำ สิ่งที่เป็นประโยชน์ เป็นไปเพื่อความ สงบสุขของสังคมส่วนรวม เพราะเป็นผู้ที่ ประกอบด้วยคุณธรรม ๙ ประการคือ * ๑.รู้จักธรรม ๒.รู้จักเนื้อความแห่ง ธรรม ๓.รู้จักตน ธ. รู้จักประมาณ 4 รู้จัก กาล 5.รู้จักบุคคล และ ๓.รู้จักชุมชน สักบุรุษนั้นย่อมฟิกฝนตนเอง เพื่อ เองให้หมดไป ถือว่าปฏิบัติตนเพื่อมุ่งสู่ ความเป็นสัตบุรุษ ที่ประชุมใดหรือที่ชุมนุม ใด มีแต่บุคคลผู้แสวงหาความสงบ แสวง หาหนทางแห่งพระนิพพาน มุ่งขจัดกิเลส ออกจากใจ เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขแห่ง สัตว์โลกทั้งมวล ที่ประชุมนั้นเรียกว่า “ธรรม สภา" คือที่ประชุมของบุคคลผู้ประกอบไป ด้วยธรรมะ หรือผู้แสวงหาธรรมะนั่นเอง หนังสืออ้างอิง ๑. พจนาบุกรนนาลี-ไทย ของ ป.หลงสมบุญ ๒.พระไตรปิฎกภาษาไทย เล่มที่ ๑๕ ตับ ตังคายนา ๒๕๓๐(โขมทุสสะสูตรหนา ๒๙๓) ๓.พระไตรปิฎกบาลี เล่มที่ ๒๙ (สุคตนิบาต ทุตถกปีกายชาดก หน้า ๑๑) พฤศจิกายน ๒๕๐๙ กัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More