ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลายต่างก็รักชีวิต เพราะฉะนั้น ใครๆ ก็ต้องไม่ฆ่า ศีลข้อ
๑ คืองดเว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต จึงเกิดขึ้น
จะเห็นได้ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้ทรงบังคับ
ให้รักษาศีลข้อ ๑ แต่ทรงชี้ให้เห็นความจริงของโลก เพราะ
ฉะนั้นถ้าใครฝ่าฝืนไปฆ่า ก็เท่ากับเอาร่างกายไปท่า พิษภัย
ให้แก่ผู้อื่น แสดงว่าผู้นั้นไม่เข้าใจความจริงของชีวิต
ชีวิตอยู่ได้ด้วยอะไร อย่างน้อยก็อยู่ได้ด้วยทรัพย์สิน
แม้ไม่ฆ่า แต่ลักทรัพย์สินไปหมดตัว ถึงไม่ตายก็แทบตาย
เพราะฉะนั้น ใครๆ ก็ต้องไม่ลักทรัพย์ ไม่ขโมยของของใคร
หากใครไปท่า ก็เท่ากับเอากาย วาจา ใจ ไปสร้างพิษภัย
แก่คนอื่น และจะส่งผลเป็นพิษร้ายตอบสนองคืนแก่ตน นี่
คือที่มาของศีลข้อ ๒ ไม่ลักขโมย
แม้ไม่ฆ่า ไม่รัก แต่แย่งของรัก ของหวงไป แม้ไม่
ตายก็เหมือนตายทั้งเป็น ที่สุดรักสุดหวงของคนก็ไม่มีอะไร
เกินบุตร ภรรยา และสามี เพราะฉะนั้น ใครๆ ก็ต้องไม่แย่ง
ของรักของใคร จึงเกิดเป็นศีลข้อ ๓ คือ ไม่ประพฤติมิดใน
กาม
๓
ใครที่เรารัก หากวันหนึ่งวันใดจับได้ว่าขาดความ
พฤศจิกายน ๒๕๓๙
จริงใจ ก็หมดรัก หมดความไว้วางใจวันนั้น เพราะฉะนั้น
ใครๆ ก็ต้องไม่พูดเท็จ นี่คือที่มาของศีลข้อ
(ฮ
ใครไม่ฆ่า ผู้นั้นได้ชื่อว่าให้มหาทาน คือให้ชีวิต
ใครไม่ลัก ผู้นั้นได้ชื่อว่าให้มหาทาน คือให้ความ
ปลอดภัยในทรัพย์
ใครไม่เจ้าชู้ ผู้นั้นได้ชื่อว่าให้มหาทาน คือให้ความ
ปลอดภัยในคู่ครอง
จริงใจ
ใครไม่พูดเท็จผู้นั้นได้ชื่อว่าให้หาทาน คือให้ความ
®
มหาทานทั้ง 37 นี้ จะยังอยู่ได้ตราบเท่าที่สติสัมป
ชัญญะยังมีอยู่ ขาดสติเมื่อใด มหาทานทั้ง ๑ นี้ก็ให้ไม่ได้
สตินี้เป็นของเหนียวแน่น ต่อให้ป่วยแทบตาย ก็ยังคิดท่า ดี
ตัวอดแทบตาย ก็ยังรับผิดชอบต่อครอบครัว ไม่ปล่อยให้
อดอยาก แต่สติสัมปชัญญะที่ว่านี้พ่ายแพ้แก่สุรายาเสพติด
แค่เพียงแต่คิดว่าจะเสพ สติสัมปชัญญะก็ขาดผึ้งเสียแล้ว
ไม่ต้องไปรอให้ถึงขั้นเหล้าเข้าปากแล้วเมาจนหมดสติ เพื่อ
รักษาสติสัมปชัญญะ เพราะฉะนั้น ใครๆ ก็ต้องไม่ดื่มสุรา
ยาเสพติด นี่คือที่มาของศีลข้อ ๕
กัลยาณมิตร