ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทุกครั้งที่ไปท่องกลอนบทนี้ใกล้ๆ หูแม่ และทุกทีทุกครั้งที่แม่พูด ผู้เขียนจะ
ต้องถามแม่กลับไปว่า “ดอกสะเดานี่เป็นอย่างไรคะ ลูกไม่เคยเห็น, เมื่อมานึกได้
ตอนโต จะนึกดีใจกับตัวเองทุกทีที่ไม่เขลาถึงกับถามว่า “บุญกุศลหน้าตาเป็นอย่างไร
เพราะไม่เคยสงสัยกับเรื่องราวของสิ่งที่เรียกว่า “บุญ” เลย
มาจนกระทั่งทุกวันนี้ เรื่องของบุญกุศลยิ่งเป็นสิ่งประทับใจ เพราะผลบุญที่
แม่อุตส่าห์สอนให้ลงทุนทำไว้ตั้งแต่เล็กแต่น้อย จนกระทั่งเติบใหญ่ได้พระคุณของ
หลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายสอนเพิ่มเติม ให้ใจตรึกติดอยู่กับศูนย์กลางกาย
เป็นนิจ ทำให้ค่า ที่ว่า “ลงทุนด้วยบุญกุศล จะส่งผลทันตา” นั้นได้รับการพิสูจน์
ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของคนรู้จักและคนใกล้ชิด
สมัยก่อน แม่จะสอนเสมอ จะชี้ให้ดูดอกโสนที่ชูช่อเหลืองอร่ามอยู่ตามสอง
ส่งคลองบ้าง ตามชายน้ำบ้าง ดูบัวสายที่สะพรั่งพ้นน้ำอยู่หลากลี พลางบอกว่าเรา
โชคดีที่เกิดมาเป็นคนไทย ได้พึ่งพาอาศัยผลบุญที่ต่างมุ่งทำ กันเป็นนิสัย ตื่นเช้าเป็น
ต้องใส่บาตร ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไร ถึงฤดูกาลที่มีอาหาร หรือมีผลไม้ใดตกตื่น
ก่อนที่จะเริ่มรับประทานผลไม้ หรืออาหารนั้นๆ จะต้องพากันน่า ไปใส่บาตร หรือหุง
หาไปถวายพระให้ท่านได้ฉันเสียก่อน คนในบ้านถึงจะเริ่มต้นรับประทานกัน
เพราะบุญกุศลที่ท่ากันสม่ำเสมอ ทำให้เรามีพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์
หน้าฝนมีดอกโสน มีสายบัว มีตำลึง หน้าร้อนมีมะเขือ มะม่วง ทุเรียน มองไปทาง
ไหนเห็นแต่สีเขียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้วยน้ำว้า หรือ ชมพู่แก้มแหม่มนั้น เขาขอ
กันกินได้เลย ไม่ต้องมาซื้อหาเหมือนทุกวันนี้ เงินทองก็ไม่ต้องใช้ให้สิ้นเปลืองมาก
มาย ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ไปไหนไม่มีอด มีแต่เพื่อนบ้านให้การเอาใจใส่ มีวัดให้
ได้อาศัยพักค้างคืน ขโมย คนร้ายก็ไม่ชุกชุมเหมือนปัจจุบัน
ทั้งนี้แสดงให้เห็นว่า บุญกุศลของคนโบราณน่าจะมีมากกว่าคนปัจจุบันเพราะ
ทุกวันนี้ต้นไม้ใบหญ้าต่างพากันล่าถอย มีแต่สนามกอล์ฟ มีแต่ตึกสูงใหญ่ กับมีน้ำ
พฤศจิกายน ๒๕๓๙
ไหลบ่าท่วมท่งท่วมเรือน
อย่างนี้ เป็นไปได้หรือไม่ที่คนไทยท่า ทานท่า กุศล
กันน้อยลงทุกที คือเดี๋ยวนี้คนไทยไม่ชอบลงทุนกันด้วยบุญ
กุศลเลียแล้วหรือไร บ้านไร่ บ้านเรือนถึงเปลี่ยนแปลงไป
เป็นตึกรามสูงใหญ่ ปล่อยให้น้ำเหนือ น้ำป่าไหลเข้ารังแก
ที่เขียนมาจนบรรทัดนี้ ท่านผู้อ่านน่าจะสงสัยได้แล้ว
ว่า กำลังจะพูดถึงเรื่องอะไร
แน่นอนที่สุด กําลังจะพูดถึงเรื่องของบุญกุศลเพราะ
ชั้นต้นเอาไว้แล้วว่า ลงทุนด้วยบุญกุศลจะได้ผลทันตา เพื่อ
จะได้เป็นค่า ตอบให้กับคนที่คิดว่า เรื่องบุญ เป็นเรื่องของ
นามธรรม หรือ คิดว่าบุญมีไม่จริง และเพื่อจะได้เป็นกำลัง
ใจให้กับผู้ที่นิยมลงทุนด้วยบุญกุศล ว่าอย่างไรเลียย่อมได้
ผลกำไรทันตาเห็นแน่ๆ
และที่จะเล่าให้ฟังเป็นกำลังใจนี้ ขออนุญาตเขียน
กัลยาณมิตร