การสร้างบารมีและการประกอบพิธี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2539 ฉบับที่ 11 หน้า 113
หน้าที่ 113 / 164

สรุปเนื้อหา

ซากดวงใจลูกที่รักแม่มากที่สุดในโลกไ ตรีกองค์พระนึกถึงองค์พระ จะช่วยลดปัญหาเยอะแยะ หงุดหงิดงุ่นง่าน ฟุ้งซ่าน รําคาญใจ โงกง่วงซึมเซา ง่วงเหงาหาวนอน นิวรณ์ทั้ง ๕ นะหมดเลย ข้าวพระ เมื่อเสร็จพิธี น.ร.อภิญญาก็กลับมาที่หมู่บ้าน ปฏิบัติธรรมแล้วก็ทานอาหารกลางวัน พอถึงเวลา ๑๓.๓๐ น. ก็เดินทางไปที่ลานเจดีย์ ได้นั่งหลังคุณยายอาจารย์ด้วย ค่ะ พิธีเริ่มประมาณ ๑๐.๓๐ น. (เวลาที่กำหนดไว้) งานนี้มี คุณอนันต์ อัศวโภคิน เป็นประธานในการประกอบพิธี เวลา ๑๕.๐๐ น. พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ก็มาถึงบริเวณลานประกอบพิธี คุณอนันต์จึงเดินไปจุดธูป เทียน แล้วพระเดชพระคุณหลวงพ่อก็น่าบูชาพระ ต่อด้วย การนำนั่งสมาธิ หลวงพ่อกล่าวว่า “มีพระอริยสาวกใน ศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานี้ ท่านได้เล่า ประวัติการสร้างบารมีของท่านว่า ใ

หัวข้อประเด็น

- การสร้างบารมีและการประกอบพิธี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ซากดวงใจลูกที่รักแม่มากที่สุดในโลกไ ตรีกองค์พระนึกถึงองค์พระ จะช่วยลดปัญหาเยอะแยะ หงุดหงิดงุ่นง่าน ฟุ้งซ่าน รําคาญใจ โงกง่วงซึมเซา ง่วงเหงาหาวนอน นิวรณ์ทั้ง ๕ นะหมดเลย ข้าวพระ เมื่อเสร็จพิธี น.ร.อภิญญาก็กลับมาที่หมู่บ้าน ปฏิบัติธรรมแล้วก็ทานอาหารกลางวัน พอถึงเวลา ๑๓.๓๐ น. ก็เดินทางไปที่ลานเจดีย์ ได้นั่งหลังคุณยายอาจารย์ด้วย ค่ะ พิธีเริ่มประมาณ ๑๐.๓๐ น. (เวลาที่กำหนดไว้) งานนี้มี คุณอนันต์ อัศวโภคิน เป็นประธานในการประกอบพิธี เวลา ๑๕.๐๐ น. พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย ก็มาถึงบริเวณลานประกอบพิธี คุณอนันต์จึงเดินไปจุดธูป เทียน แล้วพระเดชพระคุณหลวงพ่อก็น่าบูชาพระ ต่อด้วย การนำนั่งสมาธิ หลวงพ่อกล่าวว่า “มีพระอริยสาวกใน ศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานี้ ท่านได้เล่า ประวัติการสร้างบารมีของท่านว่า ในชาติหนึ่งท่านเกิดใน สมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ แต่เป็น คนละองค์กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ตอนนั้นท่าน เกิดเป็นผู้ชาย ตลอดเวลาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระ ชนม์ชีพอยู่ ท่านก็ไม่ได้สนใจ มัวแต่ทำมาหากิน จนพระ องค์เสด็จคับขันธปรินิพพานไป ชาวพุทธก็จะสร้างเจดีย์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อท่านได้ข่าวจึงอยากจะ ไปร่วมสร้างด้วย ตอนนั้นก็ยังยากจนอยู่ จึงหยิบอิฐไป ๒ ก้อน กับปูน ๑ ลัง แต่ทำด้วยจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยศรัทธา มีปีติ เบิกบานใจ แล้วท่านก็อธิษฐาน ขอให้ได้บรรลุธรรม พฤศจิกายน ๒๕๓๙ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จากนั้นไป ๙๖: กัป ท่านได้ เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในโลกมนุษย์และสวรรค์ อยู่แค่ ๒ ภพ จนกระทั่งมาบังเกิดในสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของ เรานี้ และได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์” แล้วนั่นก็ว่าได้ว่า หลวงพ่อบอกว่า “พระสาวกองค์นี้ท่านเป็นพระอรหันต์แล้ว นะจะ ท่านเล่าประวัติของท่าน ก็เล่าด้วยจิตที่บริสุทธิ์ อยากจะให้เป็นตัวอย่างแบบแผนแก่ผู้อื่น ไม่ได้จะอวดอ้าง อะไร เพราะท่านหมดกิเลสแล้ว” เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อน่า นั่งสมาธิเสร็จแล้ว ก็เริ่มประกอบพิธี โดยให้คุณอนันต์เดินไปรับลังปูนใส่ดวง แก้วจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ แล้วเดินไปเทปูนพร้อม ด้วยหมู่คณะ เสร็จแล้วประธานรองก็เดินไปเทปูนต่อ แล้ว ยืนเป็นวงกลมคอยส่งลังปูนกัน รวมถึงสาธุชนด้วย คณะ สงฆ์จึงสวดชยันโตต่อด้วยบทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แล้ว จึงขึ้น อิติปิใส ภควา ส่งกันไปเรื่อยๆ จนเสร็จครบหมด ทุกลัง ลังปูนนี้หลวงพ่อท่านบอกว่า ให้เก็บกลับบ้านด้วย เพราะเป็นลังประวัติศาสตร์ นั่นก็เห็นคนเอากลับบ้านตั้ง เยอะแน่ะค่ะ เสร็จพิธีหลวงพ่อท่านก็น่ากล่าวว่า อธิษฐาน จิตแล้วจึงบูชาพระ เมื่อเสร็จพิธีฝนเริ่มตก จริงๆ แล้ว เราก็จะมีโปรแกรมถ่ายรูปกัน นั่นก็เริ่มคิดว่าแล้วอย่างนี้ จะถ่ายรูปไหมนะ ปรากฏว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่าน นำคณะสงฆ์และสาธุชน เดินฝ่าสายฝนเพื่อที่จะไปถ่ายรูป หมู่ ทุกคนก็เดินตามท่านไปหมด รวมถึง น.ร.อภิญญา ด้วย ทุกคนก็ถอดรองเท้า ถุงเท้ากันหมดเลย เดินเท้าเปล่า ตามหลวงพ่อไป (ระหว่างที่กำลังเดิน นั่นก็เจ็บเท้าเหมือน กันค่ะ เพราะต้องเดินเหยียบหินดินทรายด้วย แต่ก็อดทน เป็นขันติบารมีอย่างที่หลวงพ่อสอน) น.ร.อภิญญาได้ยืนอยู่ ข้างหน้าตรงกลางพอดี แล้วช่างภาพก็เริ่มถ่ายรูปพร้อมกับ เปิดเพลงข้าวต้มมัดใจ มีเนื้อเพลงว่า “ดั่งห้วงน้ำที่หลากไหลมาต้มน้ำไกล แสนไกล จากห้วยหนองมารวมกันไว้เป็นมหานที ให้ พวกเราได้อาบดื่มกิน ดั่งพวกเราต่างเผ่าต่างพันธุ์มาร่วม กันสร้างสรรคให้โลก งามด้วยดวงธรรมอำไพ เราจะเป็นดวงตาทั้งสองที่จะเฝ้ามองกันอยู่ คอย O. กัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More