ข้อความต้นฉบับในหน้า
อาตมาขอถามพระองค์ว่า เคยทรง
“ดูก่อนมหาบพิตร พระองค์ ไม่สามารถทำให้ใครมาช่วยแบ่งปัน นี้จะหมายความเป็นไฉนหรือท่าน
ทรงเข้าพระทัยความข้อนี้เป็นไฉน ความทุกข์ทรมานนั้นออกไปได้อีก
ประชวรหนักมาก่อนบ้างไหม”
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเป็นผู้รู้ผู้เห็น พระทัยความข้อนี้เป็นไฉน
จึงตรัสธัมมุทเทสข้อที่ ๒ ว่า โลกไม่
“มหาบพิตร พระองค์ทรงเข้า
พระรัฐปาละได้อรรถาธิบาย
“เคยสิท่าน” พระราชาโก มีผู้ต้านทาน ไม่เป็นใหญ่เฉพาะตน
ความหมายโดยกล่าวเปรียบเทียบว่า
รัพยะตรัสตอบ
อาตมาได้รู้เห็นและได้พิงแล้ว จึง
“ขอถวายพระพร บัดนี้พระ
“พระองค์ทรงประชวรหนัก
อยู่ขณะนั้น มีพระประยูรญาติเฝ้า
แวดล้อมอยู่หรือไม่”
พระรัฐบาล
ถามตอ
“มีอยู่ท่าน บรรดาญาติสนิท
มิตรสหายที่เฝ้าแวดล้อมข้าพเจ้าอยู่
ต่างก็เข้าใจว่าพระเจ้าโกรัพยะป่วย
ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต” องค์ทรงดำเนินชีวิตพรั่งพร้อมบริ
ความหมายของธัมพุทเทสข้อที่ ๒ เวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปในภายหน้า
ทำให้พระราชาโกรัพยะแจ่มแจ้งใน หากพระองค์จะต้องเสด็จไปอยู่ใน
พระทัย ตรัสอุทานขึ้นว่า
“พระรัฐปาละผู้เจริญ
อัศจรรย์เหลือเกิน ในความหมาย
หนักจักต้องสวรรคตแน่นอน” ของคำว่า “โลกไม่มีผู้ต้านทาน ไม่
ในขณะที่มหาบพิตรเจ็บปวด เป็นใหญ่เฉพาะตน” พระอรหันตสัม
ด้วยทุกขเวทนาแสนสาหัสอยู่นั้น มาสัมพุทธเจ้าตรัสดีแล้ว
พระองค์ทรงขอร้องให้บรรดาพระ ทรงรู้ทรงเห็นถึงความเป็นไปในข้อ
ประยูรญาติทั้งหลายช่วยแบ่งเบา ความนี้ ข้าพเจ้าขอน้อมรับว่าเป็น
พระรัฐปาละกล่าวอธิบายถึง
บูรณ์ด้วยกามคุณ ๕ แต่เมื่อกาล
โลกอื่น พระองค์จะทรงปรารถนา
น่า
ว่าจะทรงพรั่งพร้อมด้วยกามคุณ ๕
เพราะ
อยู่เช่นนี้ หรือว่าขนเหล่าอื่นจะได้
ครอบครองสมบัติเหล่านี้แทนพระ
องค์ ส่วนพระองค์ก็จะเสด็จไปตาม
ลำพังด้วยบุญและกรรมของพระองค์
เอง”
ความเจ็บปวดไปจากพระองค์ เพื่อ
ความจริงทีเดียว ท่านรัฐปาละ”
“ท่านรัฐปาละผู้เจริญ บัดนี้
แม้ข้าพเจ้าจะพรั่งพร้อมบริบูรณ์ด้วย
บรรเทาความทุกข์เวทนาของพระ
“ถวายพระพรมหาบพิตร”
กามคุณ ๕
แต่ต่อไปในภายหน้า
องค์ไปบ้างจะได้หรือไม่”
พระเจ้าโกรัพยะทรงหมด
ทรัพย์สมบัติที่พรั่งพร้อมเหล่านี้จัก
“มิได้ท่านรัฐปาละ” พระ
ราชาโกรัพยะทรงปฏิเสธในทันที ผ่านไปแล้ว ครั้นตรัสถามถึงความ
และมีพระดำรัสต่อไป “ข้าพเจ้าไม่
แบ่งเวทนาไปจากข้าพเจ้าได้เลย
เพราะอย่างไรเสียข้าพเจ้าก็ต้องเสวย
“ข้าแต่ท่านรัฐปาละ ในราช
ตระกูลของข้าพเจ้านี้ มีทรัพย์สิน
เงินทองอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งบน
พื้นดินและบนอากาศ แต่ธัมมทเทล
ซื้อที่ว่าโลกไม่มีอะไรเป็นของของตน
ความสงสัยในธัมพุทเทสทั้ง ๒ ข้อ ต้องตกไปเป็นของบุคคลอื่น ส่วน
อาจบอกให้บุคคลเหล่านั้นมาช่วย ดำริถึงพระราชทรัพย์ในท้องพระคลัง
ทุกขเวทนานั้นด้วยตัวเองทั้งหมด ไม่
มีใครช่วยได้เลย ท่านรัฐปาละ”
“เหตุนั้นแหละ มหาบพิตร
เพราะแม้แต่ความเจ็บป่วยของร่าง
กาย ก็ไม่ปรากฏว่าจะมีใครสามารถ
ของพระองค์แล้ว ก็ตรัสขึ้นด้วย
ความมั่นพระทัยว่า
ข้าพเจ้าก็จะละโลกนี้ไปด้วยแรงบุญ
หมายของธัมมทเทส ข้อที่ ๓ ทรง
และกรรม”
“เช่นนี้แหละมหาบพิตร พระ
ผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงรู้เห็นแล้ว จึง
ตรัสไว้ว่า “โลกไม่มีอะไรเป็นของของ
คน ว่าต้องละทิ้งสิ่งทั้งปวงไป” ซึ่ง
เป็นข้อธรรมที่อาตมาได้รู้ได้เห็น ได้
ยินได้ฟังแล้ว จึงสละบ้านเรือนออก
บวชเป็นบรรพชิต ขอถวายพระพร”
ห้ามความเจ็บป่วยของตนได้ ทั้งยัง จำต้องละทิ้งสิ่งทั้งปวงไป ความข้อ
“สาธุ ประเสริฐดีแท้ ท่าน
รัฐปาละ น่าอัศจรรย์เหลือเกินที่
กัลยาณมิตร
พฤศจิกายน ๒๕๓๗