ความเมาและการเตือนสติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2539 ฉบับที่ 11 หน้า 117
หน้าที่ 117 / 164

สรุปเนื้อหา

กวเมเชใ จอ อย่าง ต่อจากหมา 9๐๖ ความเมา ๑๐ อย่าง ๑.ความเมาในสมบัติแห่งชาติสกุล คิดว่าประเทศของตน ตระกูลของตนมี ความมั่นคง มีความมั่งคั่งแล้วจึงประมาท พึงมีลดิเตือนตนอยู่เสมอว่า แก้วแหวน เงินทองที่บรรพชนและตนได้สะสมมานั้น อาจถูกทำลายได้ภายในวันเดียว ความดีที่เราสะสมแม้เพียงวันเดียวนั้น แต จะสามารถติดตามเราไปได้ตลอดกาล นาน “ความดี” จึงเป็นสมบัติที่แท้จริง ของเรา ๒.ความเมาในอิสริยะ คิดว่าตน มีความยิ่งใหญ่ มีอำนาจแล้วจึงประมาท จึงมีสติเตือนตนเสมอว่า ไม่มีใครเลยที่จะรักษาความยิ่ง ใหญ่ ความมีอำนาจไว้ได้ตลอดกาล สักวันหนึ่งดาวทุก ดวงก็ต้องร่วงตกลงสู่พื้นดิน ก่อนดาวจะตก “ดาวกลางใจ” ของมหาชนหรือยัง ได้เป็น ๓.ความเมาในบริวาร คิดว่าตนมีพวกพ้องบริวาร มาก แล้วจึงประมาท จึงมีสติเตือนตนเสมอว่า ไม่มี มนุษย์คน

หัวข้อประเด็น

- ความเมาและการเตือนสติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กวเมเชใ จอ อย่าง ต่อจากหมา 9๐๖ ความเมา ๑๐ อย่าง ๑.ความเมาในสมบัติแห่งชาติสกุล คิดว่าประเทศของตน ตระกูลของตนมี ความมั่นคง มีความมั่งคั่งแล้วจึงประมาท พึงมีลดิเตือนตนอยู่เสมอว่า แก้วแหวน เงินทองที่บรรพชนและตนได้สะสมมานั้น อาจถูกทำลายได้ภายในวันเดียว ความดีที่เราสะสมแม้เพียงวันเดียวนั้น แต จะสามารถติดตามเราไปได้ตลอดกาล นาน “ความดี” จึงเป็นสมบัติที่แท้จริง ของเรา ๒.ความเมาในอิสริยะ คิดว่าตน มีความยิ่งใหญ่ มีอำนาจแล้วจึงประมาท จึงมีสติเตือนตนเสมอว่า ไม่มีใครเลยที่จะรักษาความยิ่ง ใหญ่ ความมีอำนาจไว้ได้ตลอดกาล สักวันหนึ่งดาวทุก ดวงก็ต้องร่วงตกลงสู่พื้นดิน ก่อนดาวจะตก “ดาวกลางใจ” ของมหาชนหรือยัง ได้เป็น ๓.ความเมาในบริวาร คิดว่าตนมีพวกพ้องบริวาร มาก แล้วจึงประมาท จึงมีสติเตือนตนเสมอว่า ไม่มี มนุษย์คนไหนที่รักคนอื่นมากกว่าตัวเอง ตราบใดที่เรา ยัง “ให้” เขาได้เขาก็อยู่กับเรา เมื่อเราหมดทรัพย์สิน เงินทอง ลองคิดดูสิว่าจากบริวาร ๑๐๐คน จะเหลืออยู่ กับเราสักคนไหม ดังค่า กลอนเก่าๆ ที่เขียนกระเช้าไว้ว่า “เมื่อมั่งมีมวลมิตรมุ่งมองหมาย มิตรมากมายหมายมุ่งเป็นหมูหมา เมื่อไม่มีหมดมิตรมุ่งมองมา แม้นมอดม้วยหมูหมาไม่มามอง” อีกประการหนึ่งคือการมีพวกพ้องบริวารมาก ถ้า หากไม่สร้างความดีให้มากตาม การมีบริวารมากนั้นก็ ไม่เกิดประโยชน์อันใด ๔.ความเมาในลาภ คิดว่าสิ่งเหล่านี้เคยได้เดี่ยว ก็ได้อีกแล้วจึงประมาท จึงมีสติเตือนตนเสมอว่า ลาภ ไม่ได้เกิดมาคู่กับตัวเรา แต่ลาภนั้นเกิดมาคู่กับความ เลื่อมลาภ สักวันหนึ่งลาภนั้นจะจากเราไป แล้วจะได้ใช้ ลาภที่ได้มานั้นอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ๕.ความเมาในยศ คิดว่าตนมีตำแหน่งหน้าที่แล้ว จึงประมาท จึงมีสติเตือนตนเสมอว่า ยศตำแหน่งไม่ได้ เกิดมาคู่กับตัวเรา แต่ยศนั้นเกิดมาคู่กับเลื่อมยศ สักวัน หนึ่งยศนั้นจะกลายเป็นอดีตไป 5.ความเมาในคำสรรเสริญ เมื่อได้ยินได้ฟังค่า ชมเชยยกย่อง แล้วจึงประมาท จึงมีสติเตือนตนเสมอว่า ค่า สรรเสริญอย่างหนึ่ง ความเป็นจริงอีกอย่างหนึ่ง อย่า หลงใหลหรือโหยหาจนเกินไป และค่า สรรเสริญไม่ได้ เกิดมาคู่กับตัวเรา แต่ค่า สรรเสริญนั้นเกิดมาคู่กับค่า นินทา เราเตรียมใจพร้อมรับค่า นินทาแล้วหรือยัง ๓.ความเมาในสุข คือติดอยู่ในสุขเล็กน้อย แล้ว จึงประมาท จึงมีสติเตือนตนเสมอว่า ความสุขเล็กน้อย เช่นความเพลินในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส นั้นเป็น ความสุขขั้นต่ำาสุด บัณฑิตจึงละสุขน้อยเพื่อมุ่งสู่สุขปาน กลาง ละสุขปานกลางเพื่อมุ่งสู่ความสุขอันสูงสุด คือ พระนิพพาน 4.ความเมาในวัย คิดว่าตนเองยังอายุไม่มากบ้าง ยังไม่ถึงเวลาบ้างแล้วจึงประมาท จึงมีสติเตือนตนเสมอ “วัย" ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการสร้างความดีเลย และหากรวมอายุเมื่อชาติก่อนๆ จนถึงบัดนี้แล้ว จะพบ วา กัลยาณมิตร ๑๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ น
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More