ข้อความต้นฉบับในหน้า
ใส่ปากศพอีก ๑ ค่า ถือเป็นประเพณีของหลวง
และของภาคอีสาน (พระยาอนุมานราชอน,
๒๔๙๒ : ๕๓) ผู้เขียนเข้าใจว่าคงเป็นการคับ
กลิ่นและซับน้ำในปากไปในตัว มีการใช้ขี้ผึ้ง
หรือทองคำเปลวติดที่เปลือกตากับปากของศพ
ด้วย เพื่อกันความอุคจาดและความน่าเกลียด
น่ากลัว จัดทำกรวยใบตองบรรจุดอกไม้ ธูป
เทียนอย่างละหนึ่งใส่มือผู้ตาย เชื่อกันว่าจะได้
๗^)
(สมเด็จกรมพระยาเดชาดิศร, ๒๕๐๖ :
เวลามัดบ่วงแรก คือที่คอก็จะกล่าวคาถา
ว่า “บุคโตที่วัง” (เว ก็มี) บ่วงที่ ๒ รัดรอบ
หัวแม่เท้า และข้อเท้าทั้งสองข้างให้ติดกัน ก็
ว่าคาถา “ธนังปาเท” บ่วงที่ ๓ รัดที่หัวแม่มือ
กับข้อมือ ก็กล่าวว่า “ภริยา หัตเถ” สมัยก่อน
เมื่อตราสั่งเสร็จแล้วก็ห่อร่างด้วยผ้าขาวสองทบ
น่าไปไหว้พระจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ชายผ้าทั้งสองอยู่ทางศีรษะ ขมวดชายผ้าเป็น
ตามความเชื่อจากหนังสือไตรภูมิพระร่วง
ตราสังศพ
เมื่อแต่งตัวศพเรียบร้อยแล้ว บางแห่งก็
ใช้ผ้าขาวเย็บเป็นอุงสวมศพ บางแห่งก็ใช้ผ้า
พัน ๆ รอบศพ (ปัจจุบันผู้เขียนเห็นสัปเหร่อใช้
ผ้าขาวผืนใหญ่ห่อศพ)
แล้วใช้ด้ายดิบที่ทบ
ควั่นเป็นเส้นขนาดนิ้วก้อย ทำ เป็นบ่วง สวมคอ
ผูกมือ และเท้า รวมเป็น ๓ บ่วงด้วยกัน มี
ความหมายดังปรากฏในโคลงโลกนิติ โคลงที่
๑๓๗ ว่า
บีมครบ่วงหนึ่งเคี้ยว ฟันคอ
ทนางไว้
ทรัพย์ผูกบาทาคลอ
ก้นหอย มัดด้วยด้ายดิบขนาดนิ้วก้อย มัดขึ้น
มาเป็นเปลาะ ๆ เพื่อกันไม่ให้เบ่งขยายตัวได้ใน
เวลาศพขึ้นอืด แล้วมัดผ้าที่ขมวดเป็นก้นหอย
อยู่บนศีรษะให้แน่น เหลือชายเส้นด้ายที่มัดนั้น
ปล่อยไว้เป็นสายยาวออกมานอกโลง
ยกศพ
วางลงในโลงโดยให้นอนตะแคง เพื่อเวลาศพ
พองอืด จะได้ไม่ดันฝาโลงให้แตกออก
อ่านต่อฉบับหน้า
ภริยาเยี่ยงปวงปอ
รึงรัด มีอนา
สานปวงใครพ้นได้
จึ่งพ้นสงสาร
กัลยาณมิตร
๗๗
พฤศจิกายน ๒๕๓๙