ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไม่เคร่งเครียด โดยเฉพาะเรื่องภาวนา
ต้องให้ใจอยู่ในอารมณ์สบายเสมอ จึง
ชนะ คือท่า ให้ใจหยุดนิ่งจากอารมณ์
ทั้งปวงในโลกนี้ได้ จงวางเฉยจากเรื่อง
ราวและสิ่งต่างๆ ของโลกด้วยใจที่สบาย
อย่าลืมนะคะ ท่า ความดีทุกอย่าง ให้
ทํา ด้วยความสบายใจ คิดในแง่ดีเอา
นั้นเอง ตัวพี่เขยก็ชี้ให้ทุกคนดูที่ท้องฟ้าทางทิศที่ตั้งของวัด บอก คือภาวนา สู้ให้สุดกำลังอย่างสบายๆ
ด้วยความตื่นเต้นว่า เขาเห็นว่า แสงสีเขียวกับสีเหลืองสว่างไสวพุ่ง
ลงจากท้องฟ้า มายังที่วัด เป็นปาฏิหาริย์อัศจรรย์จริงๆ เห็นอยู่
คนเดียวเป็นเวลานาน รถยิ่งใกล้วัดเข้ามาเท่าใด ยิ่งเห็นชัดเจนว่า
แสงนั้นลงมาปกคลุมทั่วบริเวณวัด คนเห็นเกิดศรัทธาขึ้นมาเยี่ยม
ล้น ออกปากบอกผู้เล่าว่า เชื่อในบุญที่ร่วมกันสร้างธรรมกายเจดีย์
ยอมสร้างองค์พระประจำ ตัวด้วยความเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง
และจะชักชวนใครๆ ร่วมกันสร้างด้วย เพราะพบประสบการณ์เหิน
แสงบุญด้วยตนเองจริงๆ ไม่ใช่ฟังจากใครๆ เล่า
แล้ว
เป็นยังไงคะ รายนี้น่าทึ่งที่สุด เสียดายที่คนอื่นๆ ในรถมอง
ไม่เห็นด้วย มิฉะนั้นแล้วจะได้พยานยืนยันหลายคน แต่ป่าว่า แค่
จอมดื้อเห็นคนเดียวเนี่ย ก็มหัศจรรย์เต็มที่แล้วค่ะ ใครดื้อนักจะ
ลองอธิษฐานเหมือนคนเล่าเรื่องนี้ดูก็น่าจะได้ แต่สำหรับคุณกะป้า
อย่าเสียเวลาดื้อแบบนี้เลย เพราะถ้าไม่มีใครท่า สมาธิอธิษฐานจิต
อยู่เสมอๆ ให้ เราก็ไม่พบปาฏิหาริย์อะไรๆ พลอยให้เสียโอกาส
กอบโกยบุญ มัวท่า บุญชักช้าเวลาบุญส่งผลก็ได้อะไรๆ ช้าตามไป
ด้วยนั่นแหละ เราท่า บุญเพราะมีศรัทธาเชื่อมั่นว่าบุญมีผลจริง
อย่างนี้ดีกว่า เชื่ออย่างนี้เรียกว่ามีสัมมาทิฏฐิ
คนเชื่ออะไรๆ ยากไปเสียหมด เรียกว่าขาดศรัทธา ซึ่งเป็น
อกุศลอย่างหนึ่ง ทำให้เสียประโยชน์
ส่วนคนที่เชื่อง่ายๆ ใครบอกอะไรก็เชื่อตามทั้งนั้น เรียกว่า
คนงมงาย โง่เขลา ขาดปัญญา ศรัทธาและปัญญาต้องมีพอๆ กัน
กำกับกันไว้ จึงจะเป็นผลดีต่อเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็นทางโลกหรือ
ทางธรรม
ไว้ในทุกๆ เรื่องอย่าเครียดเป็นอันขาด
ล้าจะเกิดกังวลใจก็ท่องลอยค่า ที่ป้าบอก
ไว้เหล่านี้ สบาย....สบาย...ฯลฯ อาการ
เครียดก็จะหายไปเอง ความสบายทั้ง
กายทั้งใจก็จะไหลเข้ามาแทน ต้องสอน
ตัวเองให้ดี อุตส่าห์หนีทุกข์ในโลกมา
ทางธรรม ยังมาแบกทุกข์เพราะท่า งาน
ให้ศาสนาเพื่อหาบุญให้ตนเอง ก็ผิด
เป้าหมายในชีวิตแล้ว เข้าวัดต้องได้
ความสุขใจไร้กังวล จึงถูกวัตถุประสงค์
เพราะฉะนั้นท่า
กุศลกรรมทุกอย่าง ให้
ท่า ด้วยความสบาย เบิกบานใจ ก็จะ
เป็นผู้ชนะชีวิต ไม่เสียชาติเกิดแล้วค่ะ
สบาย...สบาย...
หากปีกถึงว่าวันหนึ่งต้องตาย....
ควรเก็บใจให้ดี...ดี...เอาไว้ที่...
ก่อนจากกัน ป้าอยากจะบอกคุณว่าเดือนหน้าเป็นเดือนสิ้นปี ในศูนย์กลางกาย...
คือนึกดวงใส...ใส...สว่าง.....
นึกอย่างสบาย...สบาย
นึกไป....นึกไป...
ไ... ไหลเข้าเรื่อยไป...
อยางสบาย...สบาย
พ.ศ.๒๕๓๙ แล้ว ป้าว่าดูเหมือนเราเพิ่งขึ้นปี ๓๙ มาหยกๆ แบบ
เดียวจะต้องเปลี่ยนเป็น ธอ แล้ว ปีหนึ่งๆ รวดเร็วจริงๆ งบดุล
จำนวนบุญที่เรากระทำ ไปในปี ๓๙ ยังได้ไม่จุใจเลย หมดปีเสียแล้ว
ที่เหลืออยู่เดือนหนึ่งนี้ เรามาขวนขวายประกอบบุญกุศลให้สุดกำลัง ให้เกิดภาพภายใน...จนใจไหล
สำหรับปีหน้า 3:0 เราจะต้องพยายามให้ยิ่งๆ ขึ้นไป เราจะไม่ย่อ
ท้อ เพราะสิ่งที่รอเราอยู่ข้างหน้า คือความเจ็บความตาย ไม่ใช่
ความสวยงามสุขสบายอะไร แต่ถ้าเรามีบุญกุศลประกอบไว้มากมาย
ชีวิตหลังความตาย เราจึงจะเป็นผู้ชนะได้บ้าง ถ้าไม่ได้ทำ บุญ
กุศลอะไรไว้ ชาตินี้ก็แพ้ ตายไปอยู่ทุคติก็ถือว่าแพ้ เลยเป็นผู้แพ้
ตลอดกาล ใครจะยอมแพ้ช่างเขา แต่เราคุณกะป้ายอมไม่ได้ เรา
ต้องสู้ แม้ว่าสู้ก็ตาย ไม่รู้ก็ตาย ขอให้เราตายอย่างนักสู้ ตายแล้ว
ไม่ไปสู่อบาย สู้ด้วยกายด้วยวาจาคือ ให้ทาน รักษาศีล สู้ด้วยใจ
กัลยาณมิตร
98
พฤศจิกายน ๒๕๓๙
ใจไหลครั้งใด... ได้บุญมากมาย....
ตายเมื่อไหร่ ก็ไม่เสียดาย... (ชีวิต)
เพราะไปเกิดใหม่ ในที่สบาย....
สบาย...สบาย...ฯลา...
สะ-หวัด-ดี