การใช้พลังงานและสิ่งแวดล้อม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2539 ฉบับที่ 11 หน้า 124
หน้าที่ 124 / 164

สรุปเนื้อหา

อัดแท่ง และเชื้อเพลิงชีวภาพเช่น เอทิลอัลกอฮอล์ พลังงานจากถ่านหินซึ่งใช้กันอยู่ในหลายแห่ง ก็ส่ง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่น้อย โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซ ชัลเฟอร์และไนโตรเจนออกไซด์ เป็นสาเหตุให้เกิดฝนกรด ท่าลายพื้นที่การเกษตรและป่าไม้ลงไปจำนวนมาก ท่าให้ รัฐบาลในหลายๆ ประเทศพยายามจำกัดการใช้ถ่านหิน ด้วย การน่ากฎหมายภาษีมาบังคับใช้ ท่าให้ถ่านหินมีราคาแพง ชื้น จนลดปริมาณการใช้ลงในที่สุด ขณะเดียวกัน ในหลายๆ ประเทศก็พยายามส่งเสริม การใช้พลังงานจากธรรมชาติที่ ปลอดภัยกว่า เช่น การนำพลัง งานความร้อนใต้ดินมาผลิตกระ แสไฟฟ้า โดยมีประเทศสหรัฐ อเมริกาเป็นผู้นำา นอกนั้นก็มีประ เทศอิตาลี ฟิลิปปินส์ เม็กซิโก เป็นต้น หรือการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยพลังงานลม ซึ่งนับว่ามีอนา คตค่อนข้างสดใส ในแง่ของ ความเหมาะสมด้านสิ่งแวดล้อม

หัวข้อประเด็น

- การใช้พลังงานและสิ่งแวดล้อม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อัดแท่ง และเชื้อเพลิงชีวภาพเช่น เอทิลอัลกอฮอล์ พลังงานจากถ่านหินซึ่งใช้กันอยู่ในหลายแห่ง ก็ส่ง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่น้อย โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซ ชัลเฟอร์และไนโตรเจนออกไซด์ เป็นสาเหตุให้เกิดฝนกรด ท่าลายพื้นที่การเกษตรและป่าไม้ลงไปจำนวนมาก ท่าให้ รัฐบาลในหลายๆ ประเทศพยายามจำกัดการใช้ถ่านหิน ด้วย การน่ากฎหมายภาษีมาบังคับใช้ ท่าให้ถ่านหินมีราคาแพง ชื้น จนลดปริมาณการใช้ลงในที่สุด ขณะเดียวกัน ในหลายๆ ประเทศก็พยายามส่งเสริม การใช้พลังงานจากธรรมชาติที่ ปลอดภัยกว่า เช่น การนำพลัง งานความร้อนใต้ดินมาผลิตกระ แสไฟฟ้า โดยมีประเทศสหรัฐ อเมริกาเป็นผู้นำา นอกนั้นก็มีประ เทศอิตาลี ฟิลิปปินส์ เม็กซิโก เป็นต้น หรือการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยพลังงานลม ซึ่งนับว่ามีอนา คตค่อนข้างสดใส ในแง่ของ ความเหมาะสมด้านสิ่งแวดล้อม เพราะปราศจากมลพิษทางอากาศ ไม่ทําให้เกิดฝนกรด ไม่มีก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ที่ท่าลายชั้น โอโซน และท่าให้เกิดผลกระทบ เรือนกระจก พลังงานจากลมนี้ ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำอีก ตามเคย แม้ว่าเดนมาร์กจะเป็น ประเทศแรกที่ใช้กังหันลมผลิต จึงควรที่ทุกฝ่ายจะต้องควบคุมการใช้พลังงานของตนเอง เพื่อ ให้โอกาสสิ่งแวดล้อมในการฟื้นฟูสภาพตัวเอง เพราะต้น เหตุของการท้าลายสิ่งแวดล้อมอยู่ที่ตัวเราด้วยส่วนหนึ่ง แม้ในพระไตรปิฎกก็ปรากฎหลักฐานชัดเจนว่า ผู้ที่ ท่าให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปต่างๆ นานาก็คือมนุษย์นี่เอง โดยพระพุทธองค์ทรงค้นพบว่า ช่วงไหนที่มนุษย์ดำารงอยู่ในศีลในธรรม มนุษย์ก็จะ มีอายุขัยยืนยาวมาก ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ โภชนาหารก็อุดม สมบูรณ์ ข้าวสาลีในยุคนั้นๆ จะไม่มีเปลือก สุกจากต้น เก็บ ตอนเข้าก็ขึ้นใหม่ตอนเย็น เก็บตอนเย็น ก็ขึ้นใหม่ตอนเข้า แต่ในช่วงไหนที่มนุษย์เสื่อมจาก ศีลธรรม มีการลักขโมย การประทุษร้าย ฆ่าฟันกัน ท่าลายล้างกัน ท่ากรรมที่ เป็นอกุศล ก็จะส่งผลให้บรรยากาศโลก เกิดความแปรปรวน แม้แต่ต้นพืชก็ยัง เปลี่ยนแปลง จากข้าวเมล็ดโตเก็บกิน ได้ทันที กลายมาเป็นเมล็ดข้าวมีเปลือก เก็บเกี่ยวได้ครั้งเดียว อายุมนุษย์ก็ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ โรคภัยไข้เจ็บที่ไม่เคยเกิด ก็จะเกิดชิ้น โรคภัยที่มีอยู่ก็จะร้ายแรง กว่าเดิม ยาที่เคยรักษาโรคได้ดี ก็จะ เสื่อมประสิทธิภาพลงไป ที่เป็นตังนี้ก็เพราะว่า เมื่อใจของ กระแสไฟฟ้าตั้งแต่ปลายทศวรรษ ๑๙๙๐ เป็นต้นมา แต่ถึงอย่างไรก็ตาม พลัง งานทดแทนทั้งหลายที่กล่าวมานั้น ยังคงมีสัดส่วนการผลิตที่น้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้พลังงาน ทั้งหมด และ และสิ่งแวดล้อมของ โลกยังคงถูกท่าลายอย่างต่อเนื่อง กัลยาณมิตร /T พฤศจิกายน ๒๕๓๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More